24 พ.ค. เวลา 10:08 • นิยาย เรื่องสั้น

รสชาติที่ ๘ : รสชาติแห่งความระทม ; - ทำไมดวงใจของ "ลั่นทม" ถึงหวานอยู่แค่ตรงกลาง?

คุณเคยเด็ดดอกลั่นทมมาดม หรือเคยสังเกตเห็นบ้างไหมว่า... ดอกไม้แต่ละชนิดแฝงรสชาติของความรักและความผิดหวังเอาไว้? ส่วนตัวมองว่าดอกลั่นทมในบางครั้งดูละมุน อ่อนหวาน และดูเศร้าแปลกๆ หรือเราอาจจะคิดไปเองก็ได้ 555+++
หลายคนอาจจะเคยได้ยินตำนานหรือเรื่องเล่าของดอกลั่นทมกันมาบ้าง เดี๋ยววันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของดอกลั่นทมในอีกเวอร์ชั่นให้ได้สัมผัสกันนะคะ
กาลครั้งนั้นย้อนกลับไปในตอนที่ดอกไม้ทุกดอกบนโลกยังมีกลีบสีขาวบริสุทธิ์และไร้รสชาติ รวมถึง "ดอกลั่นทม" ดอกไม้ผู้มีหัวใจรักมั่นต่อ "ดวงจันทร์" ที่ส่องแสงสกาวบนสรวงสวรรค์
ความรักของทั้งคู่ลึกซึ้งแต่ทว่าแสนห่างไกล ดวงจันทร์ปรารถนาจะดึงคนรักขึ้นไปอยู่เคียงข้างบนฟากฟ้า แต่กฎสวรรค์มีอยู่ว่า ‘มีเพียงสิ่งที่มีแสงสีเหลืองทองผ่องอำไพเท่านั้น จึงจะคู่ควรกับผืนนภา’
ดวงจันทร์จึงชี้ทางออกให้ลั่นทมเดินทางไปขอน้ำทิพย์จากดวงอาทิตย์มาย้อมตัว เพื่อจะได้ขึ้นมาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าหยาดน้ำทิพย์จากดวงอาทิตย์นั้นเป็นที่เล่าขานว่านานหลายพันปีดวงอาทิตย์จะยอมหลั่งน้ำทิพย์ออกมาก็ตาม แต่ทั้งสองก็เลือกที่จะลอง
ลั่นทมตัดสินใจจะไปขอน้ำทิพย์จากดวงอาทิตย์​ ทว่า... ลั่นทมเป็นเพียงดอกไม้บอบบาง มิอาจทนทานต่อแสงอันแผดเผาของดวงอาทิตย์ได้ นางจึงนำความนี้ไปปรึกษาเพื่อนสนิท คือ "ดอกทานตะวัน" และ "ดอกรำเพย" ซึ่งในตอนนั้นต่างก็มีกลีบสีขาวบริสุทธิ์เช่นกัน
เมื่อเห็นความทุกข์ของเพื่อน ดอกทานตะวัน ผู้มีหัวใจเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งที่สุด จึงอาสาเป็นผู้เดินทาง เพราะนางเป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่มีดวงตาต้านทาน และสามารถแหงนมองดวงอาทิตย์ตรงๆ ได้
ทานตะวันมุ่งหน้าสู่ขอบฟ้า ฝ่าไอความร้อนจนได้รับ "น้ำทิพย์สีทอง" กลับมาสำเร็จ
แต่ทว่าด้วยรูปทรงของทานตะวันที่เป็นดอกจานขนาดใหญ่และแบน กอปรกับความเหน็ดเหนื่อย ทำให้นางมิอาจเอนบิดเพื่อรินน้ำทิพย์ลงสู่ดอกลั่นทมที่รออยู่เบื้องล่างได้โดยง่าย
ดอกรำเพย ผู้มีรูปทรงดอกเป็นกรวยลึกคล้ายถ้วย จึงรีบอาสาเข้ามาช่วย
"ส่งน้ำทิพย์มาให้ข้าเถิดทานตะวัน ข้าจะใช้รูปทรงกรวยของข้าช่วยกรองและส่งต่อน้ำทิพย์นี้ลงไปให้ลั่นทมเอง"
แต่แผนการกลับไม่เป็นอย่างที่คิด...
ระหว่างทางทานตะวันโอบอุ้มน้ำทิพย์ไว้นานเกินไป กลีบของนางเลยดูดซึมน้ำทิพย์เข้าไปจนกลายเป็นสีเหลืองทองเจิดจ้าไปทั้งดอก
เมื่อทานตะวันรินน้ำทิพย์ลงมาสู่รำเพย แทนที่รำเพยจะส่งผ่านไปในทันที เนื้อกลีบที่นุ่มหนาของรำเพยกลับดูดซับน้ำทิพย์สีทองนั้นไว้เสียเองอย่างลืมตัว จนกลีบทรงกรวยนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามงดงามไปทั่วทั้งดอก
กว่าน้ำทิพย์จะไหลผ่านรำเพยลงมาถึงลั่นทม น้ำทิพย์สีทองก็เกือบแห้งหมดแล้ว เหลือเพียงหยดน้ำเล็กๆ ไม่กี่หยด แต้มลงตรงใจกลางดอกของลั่นทมเท่านั้น
ผลลัพธ์คือ ลั่นทมมีสีเหลืองติดอยู่แค่ตรงกลางดอก ส่วนกลีบด้านนอกยังเป็นสีขาวเหมือนเดิม แสงสีทองไม่มากพอที่จะทำให้นางลอยขึ้นไปหาดวงจันทร์อันเป็นที่รักได้
เมื่อยามราตรีมาถึง ดวงจันทร์เฝ้ารอคอยด้วยความหวัง แต่กลับพบเพียงลั่นทมยังมีกลีบดอกเป็นสีขาวดังเดิมและไม่อาจขึ้นมาหาตนได้ เมื่อดวงจันทร์รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ความโศกเศร้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอันมหาศาลต่อการอวดดีและละเลยของเพื่อนทั้งสอง
ดวงจันทร์จึงสาปเพื่อนทั้งสองทันที
สาป"ดอกรำเพย" ;
"ในเมื่อเธอกักเก็บน้ำทิพย์ไว้กับตัวจนละเลยเพื่อน เธอจงกลายเป็นพืชที่มีพิษร้ายไปทั่วทั้งต้น แสงจันทร์จะไม่ส่องหล่อเลี้ยงเธอ และเธอจะไม่มีวันได้เฉิดฉายขึ้นมาบนท้องฟ้าอีกต่อไป!"
และสาป "ดอกทานตะวัน" ;
"ส่วนเธอ... ทานตะวันผู้ละเลยหน้าที่ จงถูกตรึงให้แหงนหน้ามองตามดวงอาทิตย์ไปตลอดกาล ต้องทนทุกข์กับการเฝ้ารอและไล่ตามแสงแดดอันแผดเผาเพื่อหวังน้ำทิพย์รอบถัดไปชั่วชีวิต!"
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...
ทานตะวัน จึงต้องหันหน้ามองดวงอาทิตย์ทุกเช้าจรดเย็นอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
รำเพย กลายเป็นไม้ดอกที่มีน้ำยางพิษร้ายแรงแฝงอยู่ทุกอณู
และ ลั่นทม ก็ยังคงทำได้เพียงเบ่งบานอยู่บนพื้นดิน มีสีเหลืองละมุนแต้มอยู่กลางสื่อถึงรสชาติแห่งความหวังและเฝ้ามองดวงจันทร์ด้วยความอ้างว้างตลอดไป
...ความโลภและความเห็นแก่ตัว มักกลืนกินมิตรภาพที่แท้จริงเสมอ...
และบางครั้ง การพยายามเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เราอาจนำมาซึ่งความระทม
ปรุงรสเล่าโดย : แยมรสแปลก
#ตำนานดอกไม้ #นิทาน #เรื่องสั้น #ลั่นทม #เรื่องเล่า #คำสาป
โฆษณา