เมื่อวาน เวลา 08:24 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ทำไมยิ่งอยากนอน ยิ่งนอนไม่หลับ คุณกำลังเป็น "โรควิตกกังวลคะแนนการนอน" อยู่หรือเปล่า?

ช่วงนี้เทรนด์ใส่ Smart Watch วัดคะแนนการนอนกำลังมาแรง คืนไหนนอนได้ Sleep Score เต็มร้อยคือฟินเอาไปอวดเพื่อนได้เลย
แต่กลับกันถ้าคืนไหนที่ตื่นมาเจอคะแนนการนอนต่ำปุ๊บ จากที่ร่างกายก็รู้สึกปกติดี ก็กลายเป็นวิตกกังวล อารมณ์เสียแต่เช้าซะอย่างนั้น
แต่รู้ไหมว่า... ตัวเลขพวกนี้แหละที่กำลังกลายเป็นผู้ร้ายทำลายการนอนของเราโดยไม่รู้ตัว เพราะยิ่งพยายามอยากนอนให้ดีแค่ไหน สมองก็จะยิ่งเครียดจนเกิดอาการตาค้าง และถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ คุณอาจกำลังเผชิญหน้ากับภาวะยอดฮิตของคนยุคดิจิทัลเข้าให้แล้ว
1
วันนี้จะพาไปหาคำตอบว่าทำไม Smart Watch ถึงทำให้คุณนอนหลับได้ไม่ดีเท่าเดิม?
1. รู้จัก Orthosomnia โรควิตกกังวลตัวเลขคะแนนการนอน
คำว่า Orthosomnia เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาในปี 2017 โดยทีมนักวิจัยจาก Rush University Medical Center และ Northwestern University
อาการนี้คืออาการของคนที่หมกมุ่นกับคะแนนการนอนที่แสดงผลบนหน้าจอ Smart Watch มากเกินไป คืนไหนที่คะแนนไม่ถึง 80 หรือ กราฟหลับลึก Deep Sleep ไม่สวย จะเกิดอาการเซ็ง และเริ่มเครียดตั้งแต่ยังไม่ทันนอนในคืนถัดไปด้วยซ้ำ
นี่คือความย้อนแย้งขั้นสุดของยุคดิจิทัล ที่เราจ่ายเงินหลักหมื่นซื้อ Smart Watch หรือ Smart Ring มาเพื่อช่วยให้เราดูแลสุขภาพและการนอนหลับได้ดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้า Smart Watch พวกนี้กำลังกลายเป็นผู้ร้ายที่ปลุกความเครียดและทำลายการนอนหลับของเราในทุก ๆ คืน
[ ซื้อ Smart Watch ] ➔ [ เห็นคะแนนการนอนต่ำ ] ➔ [ เกิดความเครียด/กังวล ] ➔ [ หลับยากกว่าเดิม ]
2. ยิ่งตั้งใจนอนหลับ ผลลัพธ์ยิ่งไม่ดี
เมื่อเราตั้งเป้าว่า “คืนนี้ฉันจะต้องนอนหลับให้ได้คะแนน Sleep Score 90 เต็ม 100 ให้ได้” เรากลับยิ่งนอนไม่หลับ
เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยกลไกทางสมอง เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีฮอร์โมนสองตัวที่ทำงานสวนทางกันเหมือนไม้กระดก นั่นก็คือ คอร์ติซอล (สารแห่งความเครียดและการตื่นตัว) และ เมลาโทนิน (สารแห่งความง่วง)
สมดุลของการนอนหลับคือ
Cortisol (สารเครียด/ตื่นตัว) ⬆️ =======> Melatonin (สารง่วง) ⬇️
1
เมื่อคุณกดดันตัวเองว่าต้องนอนให้ดี ต้องหลับให้ลึก สมองจะตีความความคาดหวังนั้นว่าเป็น ความเครียด และ มองว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตบางอย่าง มันจึงสั่งต่อมหมวกไตให้หลั่ง Cortisol ออกมาทันที
2
ซึ่งเจ้า Cortisol นี้จะทำหน้าที่เหมือนกาแฟแก้วใหญ่ที่เข้าไปบล็อกการทำงานของ Melatonin พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ยิ่งคุณพยายามใช้สมองส่วนหน้าควบคุมมัน สมองก็จะยิ่งตื่นตัว ผลลัพธ์ก็คือตาค้างยาวไป
1
3. Smart Watch ไม่ได้อ่านสมองของเรา
สิ่งที่สำคัญที่คนใส่ Smart Watch ต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะยอมเชื่อตัวเลขบนหน้าจอ คือ นาฬิกาไม่ได้วัดคลื่นสมองของเรานะ
1
เวลาแพทย์ตรวจการนอนหลับในโรงพยาบาล หรือ Sleep Test เขาต้องใช้สายไฟแปะไปที่ศีรษะเพื่ออ่านกระแสไฟฟ้าในสมอง แต่ Smart Watch จะอยู่แค่ที่ข้อมือของเรา มันทำหน้าที่ได้เพียงสองอย่าง คือ
1. วัดการขยับตัวผ่านเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว
2. ยิงแสงสีเขียวลงไปใต้ผิวหนังเพื่อวัดชีพจรและความแปรปรวนของการเต้นของหัวใจ
แอปพลิเคชันจะนำผลการขยับตัวและชีพจรไปเข้าสูตรคำนวณ แล้วเดาว่าเราน่าจะกำลังหลับลึกหรือหลับตื้น
1
4. ตัวเลขทำให้จิตใจเราถูกปรุงแต่ง
มีงานวิจัยที่น่าสนใจ โดยนักวิจัยได้ลองแบ่งผู้เข้าร่วมทดลองออกเป็นสองกลุ่ม โดยทุกคนจะได้รับการตรวจการนอนหลับจริง ๆ
1
กลุ่มแรก : นอนหลับได้แย่ แต่นักวิจัยแกล้งบอกว่า “เมื่อคืนคุณนอนหลับดีเยี่ยม คะแนนเต็มร้อย”
กลุ่มสอง : นอนหลับมาอย่างดี แต่นักวิจัยแกล้งบอกว่า “เมื่อคืนคุณนอนหลับได้แย่มาก แทบไม่ได้หลับลึกเลย”
1
ผลปรากฎว่า กลุ่มแรกที่ตื่นมากลับทำแบบทดสอบความจำและสมาธิได้ดีเยี่ยม แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่สองที่โดนบอกว่านอนแย่ ทำให้รู้สึกเพลีย หัวตื้อ และทำคะแนนทดสอบได้ไม่ดี
1
นี่คือพลังของ Nocebo Effect หรือ อาการจิตปรุงแต่ง เรายอมเชื่อตัวเลขสถิติบนหน้าจอมากกว่าสัญญาณเตือนจากมวลกล้ามเนื้อและสมองของตัวเอง
1
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตื่นมาแล้วอารมณ์ดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับหน้าจอแอปพลิเคชัน ถึงเวลาต้องปรับความสัมพันธ์กับ Gadget บนข้อมือใหม่ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้
- ห้ามดูแอปตอนตื่นนอนทันที : ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ลองสังเกตความรู้สึกของร่างกายว่ารู้สึกสดชื่นไหม ปวดหัวหรือเปล่า แล้วค่อยไปเปิดดูข้อมูลทีหลัง
1
- ปิดการแจ้งเตือนการนอน : ไม่จำเป็นต้องให้ Smart Watch แจ้งเตือนในตอนเช้า เพราะมันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น แต่กระตุ้นความกังวลมากกว่า
1
- ลองถอด Smart Watch บ้าง : ในวันหยุด ลองถอดนาฬิกานอนดูสัก 2 คืน ปล่อยให้ร่างกายได้นอนหลับตามกลไกธรรมชาติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนน
1
สรุปคือ Smart Watch ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาคอยกำกับการใช้ชีวิตของเรา คืนนี้ลองผ่อนคลาย วางความคาดหวังเรื่องคะแนน แล้วจำไว้ว่า การนอนที่ดีที่สุด คือการนอนที่คุณหลับไปโดยไม่ต้องสนใจว่าพรุ่งเช้าคุณจะได้คะแนนการนอนเป็นอย่างไร
1
Ref.
1. Baron KG, et al. Orthosomnia: Are Some Patients Taking the Quantified Self Too Far? J Clin Sleep Med. 2017.
2. Draganich C, Erdal K. Placebo Sleep Affects Cognitive Functioning. Journal of Experimental Psychology. 2014.
ใครที่มีประสบการณ์ใช้ Smart Watch วัดคะแนนการนอน มาคอมเมนต์กันหน่อย
หรือมีวิธีการแก้ไขยังไงบ้าง
เมื่อคอมเมนต์กันแล้ว ผู้ใช้ Blockdit ยังสามารถแลกรับส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐานของคุณแม่บ้านบีนีท
เพียงซื้อดีล 19 บาท เพื่อรับส่วนลด 10% จาก BeNeat
📲 คลิก Banner เลย
Blockdit Invest ครบทุกมิติสำหรับ คนชอบลงทุน
ชวนแสดงความเห็นหุ้นไทย หุ้นอเมริกา และติดตามข่าวสารจากเพจสถาบันการเงินชั้นนำ
📲https://www.blockdit.com/invest/latest

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา