25 พ.ค. เวลา 10:20 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 100 เยือนเมี่ยววี่ขอเหมยแดง

หลี่หวานยิ้มว่า “กลับมาก็ได้เวลาแต่งกลอนชมเหมยแดง”
เซียงหยุนรีบว่า “ข้าจะแต่งก่อนบทหนึ่ง”
เป่าไชยิ้มว่า “วันนี้ตัดเจ้าออก ไม่ให้แต่งอีกแล้ว เจ้าแย่งไปเสียหมด จนคนอื่นต้องอยู่ว่างหมดสนุก กลับมาต้องปรับเป่าวี่ บอกว่าต่อกลอนไม่เป็น เช่นนั้นให้แต่งกลอนเองเลย”
ไต้วี่ยิ้มว่า “กล่าวได้ถูกต้องทีเดียว ข้ายังเห็นว่าการต่อกลอนเมื่อครู่ไม่ค่อยสมดุล ควรให้คนที่ต่อกลอนได้น้อยเป็นคนแต่งกลอนเหมยแดง”
เป่าไชยิ้มว่า “ถูกต้องอย่างยิ่ง เมื่อครู่ สิง หลี่สามคน (สิงสิ้วเอียน หลี่เหวิน หลีฉี่) ไม่ค่อยมีโอกาสแสดงความสามารถ ทั้งยังมีฐานะเป็นแขก ถูกฉินเอ๋อ ผินเอ๋อ หยุนเอ๋อ แย่งแต่งเสียหมด ดังนั้นพวกเราทั้งหมดไม่ต้องแต่ง ให้พวกเขาสามคนได้แสดงความสามารถ”
หลี่หวานว่า “ฉี่เอ๋อ 绮儿 แต่งกลอนไม่ค่อยเป็น ให้น้องฉินแทนเถิด”
เป่าไชจึงต้องยอมตามนั้น แล้วว่า
“ใช้ “ดอกเหมยแดง 红梅花” สามอักษรกำหนดสัมผัส แต่ละคนให้แต่งกลอนเจ็ดแปดวรรค 七言律 น้องสิงคนโต ใช้อักษร “แดง 红” น้องหลี่คนโต ใช้อักษร “เหมย 梅” ฉินเอ๋อใช้อักษร “ดอก 花” ในการแต่ง”
หลี่หวานว่า “เท่ากับปล่อยเป่าวี่ให้รอดไป ข้าไม่ยอม”
เซียงหยุนรีบบอกว่า “มีหัวข้อเด็ดให้เขาแต่ง”
ทุกคนถามว่า “หัวข้ออะไร”
เซียงหยุนว่า “ให้เขาแต่งหัวข้อ “เยือนเมี่ยววี่ขอเหมยแดง 访妙玉乞红梅” ดีหรือไม่”
ทุกคนว่า “ดีสิ”
ไม่ทันขาดคำ เป่าวี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ประคองเหมยแดงหนึ่งกิ่งเดินเข้ามา พวกสาวใช้รีบไปรับ นำไปปักแจกัน ทุกคนต่างพากันมาชื่นชม
เป่าวี่ยิ้มว่า “พวกเจ้าชื่นชมกันให้พอเถิด ข้าสิ้นเปลืองปัญญาเพียงไหนกว่าจะได้มา”
ทั่นชุนนำเหล้าอุ่นจอกหนึ่งมาให้ พวกสาวใช้มารับเสื้อกันฝนและงอบไปปัดหิมะ สาวใช้แต่ละเรือนนำเสื้อผ้ามาเพิ่มเติม สีเหยินก็ส่งเสื้อกั๊กขนจิ้งจอกกลางเก่ากลางใหม่มาให้เป่าวี่ หลี่หวานให้คนนำเผือกนึ่งใส่จานหนึ่ง นำส้มแดง ส้มเหลือง สมอจีน ใส่รวมในอีกสองจาน สั่งให้นำกลับไปให้สีเหยิน
เซียงหยุนบอกหัวข้อกลอนที่เพิ่งกำหนดกันแก่เป่าวี่ แล้วเร่งให้เป่าวี่แต่งกลอนในส่วนของตน เป่าวี่ว่า
“พี่สาวน้องสาวที่น่ารักทั้งหลาย เรื่องคำสัมผัสให้ข้าเลือกใช้เองเถิด อย่าวางข้อกำหนดมาเลย”
ทุกคนว่า “เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า”
ต่างมาชื่นชมกิ่งเหมย กิ่งเหมยที่เป่าวี่นำมาสูงราวสองฉื่อ มีกิ่งแยกออกไปด้านข้างราวสองสามฉื่อ มีกิ่งแยกย่อยออกไปอีกหลายกิ่ง มีกิ่งที่ดูคล้ายผานชือ 蟠螭 มังกรไม่มีเขา ที่คล้ายไส้เดือนตายซาก 僵蚓 ที่คล้ายพู่กัน ที่คล้ายดงไม้ มีดอกเหมยแดงส่งกลิ่นหอมยิ่งกว่ากล้วยไม้
สิ้วเอียน หลี่เหวิน เป่าฉินแต่งกลอนในส่วนของตนเสร็จ คัดลอกไว้เรียงตามลำดับ “แดง 红” “เหมย 梅” “ดอก 花” ได้ดังนี้
咏红梅花 ชมดอกเหมยแดง 邢岫烟 สิงสิ้วเอียน
(อักษร 红 แดง)
桃未芳菲杏未红,冲寒先喜笑东风。
魂飞庾岭春难辨,霞隔罗浮梦未通。
绿萼添妆融宝炬,缟仙扶醉跨残虹。
看来岂是寻常色,浓淡由他冰雪中。
เถาซิ่งยังไม่พร้อมชวนชื่นเชย
เหมยเย้ยลมบูรพาท้าทายหนาว
แดงฤดีหวีหลิ่งหยิ่งอะคร้าว
ต่างเหมยขาวหลอฝูดูจืดจาง
ขาวเขียวแซมแต้มแต่งแสงคบไฟ
เทพีเมาในชุดขาวคร่อมรุ้งกระจ่าง
สีดั้งเดิมดูคล้ายถูกอำพราง
เข้มจางกลางหิมะสุดวางใจ
(เขาหวี่ 庾岭 คือเขาต้าหวีหลิ่ง 大庾岭 อยู่ทางใต้ของอำเภอต้าหวี่ เจียงซี 江西大庾县 ; เขาหลอฝู 罗浮山 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอป๋อหลอ กว่างตง 广东博罗县 ; ทั้งสองแห่งมีต้นเหมยจำนวนมาก นับเป็นถิ่นกำเนิดต้นเหมย)
(เหมยขาว 白梅 เรียกอีกอย่างว่า 绿萼梅 (ลวี่เอ้อเหมย) เหมยเขียว หรือเหมยกระเปาะเขียว เชื่อกันว่าสีดั้งเดิมของเหมยคือสีขาว สีแดงถูกเพาะภายหลัง ; 萼绿华 เอ้อลวี่หวา ยังเป็นชื่อของนางฟ้าเอ้อลวี่ 萼绿仙子 ที่ลงมายังโลกมนุษย์)
咏红梅花 ชมดอกเหมยแดง 李纹 หลี่เหวิน
(อักษร 梅 เหมย)
白梅懒赋赋红梅,逞艳先迎醉眼开。
冻脸有痕皆是血,醉心无恨亦成灰。
误吞丹药移真骨,偷下瑶池脱旧胎。
江北江南春灿烂,寄言蜂蝶漫疑猜。
คร้านชมเหมยขาวมาชมเหมยแดงเถิด
อวดโฉมงามบรรเจิดเบิกเนตรมืดมิด
หนาวเหน็บหน้าคราบน้ำตาดังโลหิต
หมกมุ่นจิตแม้มิชังดังธุลี
กินยาผิดจึงกลายร่างอย่างเดิมแท้
อยู่สระหยกฉกแปรผันมาผิดที่
มาเบ่งบานทั่วเหนือใต้นที
แจงผีเสื้อภุมราอย่าสงกา
(สระหยก 瑶池 อยู่ในเทือกเขาคุนหลุน 昆仑 อันเป็นที่ประทับของพระแม่ซีหวางหมู่ 西王母 ปลูกต้นเถาหยก 碧桃 ถูกลักมาปลูกยังโลกมนุษย์กลายเป็นต้นเหมย)
咏红梅花 ชมดอกเหมยแดง 薛宝琴 เซวียเป่าฉิน
(อักษร 花 ดอก)
疏是枝条艳是花,春妆儿女竞奢华。
闲庭曲槛无馀雪,流水空山有落霞。
幽梦冷随红袖笛,游仙香泛绛河槎。
前身定是瑶台种,无复相疑色相差。
ดอกงดงามตามกิ่งเว้นจังหวะ
ดรุณีประทินโฉมประชันขันแข่ง
สวนศรีมิมีหิมะขาวหลงแทรกแซง
แดงแสงสางดาระดาดหุบผาธารา
แขนเสื้อแดงบรรเลงขลุ่ยชวนฝัน
แพล่องธารสวรรค์สุคันธ์เพรียกหา
จุติจากเหยาไถมั่นคงมิสงกา
แม้กายาจำแลงแปลงเปลี่ยนไป
(หอหยกเหยาไถ 瑶台 ที่อาศัยของเทพและเซียน)
ทุกคนมาอ่านดู ยิ้มแล้วชมว่าบทหลังนี้ดีที่สุดในสามบท เป่าวี่เห็นว่าเป่าฉินฉลาดเฉลียวแม้อายุยังน้อย ไต้วี่ เซียงหยุนรินสุราหนึ่งจอกเล็กให้เป่าฉิน
เป่าไชยิ้มว่า “ทั้งสามบท แต่ละบทมีข้อเด่นของตนเอง พวกเจ้าสองคนวันวันแหย่ข้าจนน่ารำคาญ วันนี้เปลี่ยนไปแหย่นางบ้างแล้ว”
หลี่หวานถามเป่าวี่ว่า “ของเจ้าแต่งเสร็จหรือยัง”
เป่าวี่ว่า “เสร็จแล้ว แต่พอเห็นสามบทนี้แล้วลืมหมด รอข้าแต่งใหม่”
เซียงหยุนได้ฟังก็คว้าปากคีบถ่านมาเคาะเตามือถือแล้วยิ้มว่า
“ข้าจะเป็นคนเคาะให้สัญญาณ หากเคาะแล้ว ยังแต่งไม่เสร็จต้องถูกลงโทษ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าแต่งได้แล้ว”
ไต้วี่หยิบพู่กันยิ้มว่า “เจ้าท่องข้าจด”
เซียงหยุนเคาะอีกครั้งยิ้มว่า “หมดเวลาครั้งที่หนึ่ง”
เป่าวี่ว่า “ได้แล้ว เจ้าจด”
แล้วท่องว่า
酒未开樽句未裁,
สุรามิรินไหลบทกวีมิรินหลั่ง
ไต้วี่จดไว้แล้วสั่นหัวว่า “ขึ้นต้นมาก็เพียงธรรมดา”
เซียงหยุนว่า “รีบว่าต่อ”
เป่าวี่ยิ้มว่า
寻春问腊到蓬莱。
สิ้นปียังวสันต์เสาะถึงเผิงไหล
ไต้วี่ เซียงหยุนพยักหน้ายิ้มว่า
“เริ่มมีความหมายแล้ว”
เป่าวี่ว่าต่อ
不求大士瓶中露,为乞嫦娥槛外梅。
อุทกธารพระโพธิสัตว์มิวานไหว้
ขอฉางเอ๋อโปรดให้เหมยแดงประทาน
ไต้วี่จดไว้แล้วว่า “พิศดารเล็กน้อยเท่านั้น”
เซียงหยุนเคาะอีกครั้ง เป่าวี่ยิ้มแล้วว่า
入世冷挑红雪去,离尘香割紫云来。
槎枒谁惜诗肩瘦,衣上犹沾佛院苔。
กอบหิมะแดงกลับลงสู่โลกา
ตักเมฆาม่วงเมืองสรวงคืนสถาน
กวีหอบโครงร่างผ่านทางกันดาร
จากพุทธสถานชุบพระธรรมผ่านอาภรณ์
ไต้วี่เขียนเสร็จ เซียงหยุนกับพวกกำลังจะเริ่มวิจารณ์ สาวใช้หลายคนวิ่งเข้ามาแจ้งว่า
“เหล่าไท่ไท่มา”
ทุกคนรีบออกมารอต้อนรับ ยิ้มว่า “ดีใจยิ่งนัก”
แม่เฒ่าเจี่ยสวมเสื้อกันหนาวไร้แขนตัวใหญ่ คลุมหมวกหนังกระรอกแดง นั่งเกี้ยวไม้ไผ่กางร่มไหมเขียวเคลือบน้ำมัน ยวนยาง หู่พ่อกับสาวใช้ห้าหกคน แต่ละคนกางร่มล้อมเกี้ยวมา
หลี่หวานกับพวกจะเดินออกมารับ แม่เฒ่าเจี่ยสั่งว่า
“ยืนรอตรงนั้นแหละ”
พอมาถึงตรงหน้า แม่เฒ่าเจี่ยก็ยิ้มว่า
“ข้ามานี่ไม่ได้บอกไท่ไท่กับยายเฟิ่ง หิมะลงหนัก ข้ามาเองได้ ไม่ต้องให้สองแม่ลูกนั่นบุกหิมะมาส่ง”
ทุกคนเข้ามารับเสื้อคลุม พยุงแม่เฒ่าและรับคำ
แม่เฒ่าเจี่ยเข้ามาในห้องยิ้มว่า
“ดอกเหมยงามยิ่งนัก พวกเจ้ารู้จักหาความสุข ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้เฉย ๆ ”
หลี่หวานสั่งคนนำหนังสุนัขป่าผืนใหญ่มาปูให้ แม่เฒ่าเจี่ยนั่งลงยิ้มว่า
“พวกเจ้าดื่มกินเล่นสนุกกันต่อเถิด กลางวันสั้น ข้าไม่อยากนอนกลางวัน เล่นไพ่ได้ครู่หนึ่ง คิดถึงพวกเจ้าเลยมาร่วมสนุกด้วย”
หลี่หวานนำเตามือถือมาให้ ทั่นชุนนำถ้วยตะเกียบชุดใหม่มา รินเหล้าอุ่นให้แม่เฒ่าด้วยตัวเอง แม่เฒ่าเจี่ยรับมาดื่มแล้วถามว่า
“ในจานนั่นอะไร”
ทุกคนรีบยกมาให้ บอกว่า “นกกระทาหมัก”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “กินสักหน่อยคงไม่เป็นไร ฉีกเอาน่องมาให้ข้า”
หลี่หวานรับคำ ล้างมือแล้วฉีกมาให้
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “พวกเจ้านั่งลงคุยเล่นกันเถอะ ข้าได้ฟังก็มีความสุข”
แล้วสั่งหลี่หวานว่า
“เจ้าก็นั่งลง ทำเหมือนกับตอนที่ข้ายังไม่มา ไม่อย่างนั้นข้าก็จะกลับ”
ทุกคนจึงพากันนั่งลง หลี่หวานย้ายไปนั่งอยู่ริมสุด แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า
“พวกเจ้าเล่นอะไรกันอยู่”
ทุกคนตอบว่า “แต่งกลอนกัน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “แต่งกลอนอยู่ น่าจะแต่งคำปริศนาโคม ไว้เล่นกันวันปีใหม่ด้วย”
ทุกคนรับคำ
นั่งสนทนากันสักพัก แม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ที่นี่อากาศชื้น พวกเจ้าอย่านั่งนานระวังจะเป็นหวัด ไปที่น้องสี่ของเจ้าอุ่นกว่า พวกเราไปดูภาพวาดกันด้วยว่าวันสิ้นปีนี้จะเสร็จไหม”
ทุกคนว่า “วันสิ้นปีจะเสร็จได้อย่างไร น่าจะเสร็จวันตวนหยางปีหน้า”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “นี่ก็ยังพอไหว งานนี้กินแรงกว่าสร้างทั้งอุทยานเสียอีก”
พูดจบก็กลับมานั่งเกี้ยว ทุกคนเข้ามาล้อมแล้วเดินมาทางศาลาหอมรากบัว ผ่านไปตามทางแคบซึ่งมีประตูเปิดสู่ถนนทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เหนือประตูมีป้ายศิลาทั้งด้านอกด้านใน คณะใช้ประตูตะวันตก ด้านบนมีป้ายขวางสู่ด้านนอกสลักอักษรว่า “ลอดเมฆา 穿云” ป้ายสู่ด้านในว่า “สู่จันทรา 度月” พอมาถึงห้องโถง ผ่านประตูใหญ่ที่หันสู่ทิศใต้ แม่เฒ่าเจี่ยลงจากเกี้ยว ซีชุนออกมาต้อนรับ นำทางไปตามระเบียงจนถึงห้องนอนของตน ชายคาอาคารมีป้ายเขียนว่า “ป้อมอุ่นหอม 暖香坞” ม่านทางเข้าเปิดเอาไว้ รู้สึกได้ถึงไออุ่นปะทะหน้า
พอเข้าไปในห้อง แม่เฒ่าเจี่ยไม่นั่งแต่ถามซีชุนว่า
“วาดไปถึงไหนแล้ว”
ซีชุนยิ้มแล้วตอบว่า “อากาศหนาวเย็น กาวแข็งไวไม่อ่อนตัวง่าย วาดไปเกรงจะไม่สวย จึงเก็บขึ้นก่อน”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ข้าอยากได้ภาพปลายปี เจ้าอย่าถ่วงเวลา เอามาให้ข้าดูก่อน”
ไม่ทันขาดคำ พี่เฟิ่งสวมเสื้อคลุมหนังกวางสีม่วงเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้ามา ปากว่า
“บรรพชนวันนี้ไปไหนไม่บอกกล่าว มาที่นี่เอง ให้ข้าเที่ยวตามหา”
แม่เฒ่าเจี่ยเห็นนางมา นึกชอบใจว่า
“ข้ากลัวเจ้าหนาวจนตัวแข็งตายจึงไม่ให้ใครบอก เจ้านี่มันปีศาจน้อย หาข้าจนเจอ ว่าตามหลัก เจ้าก็ไม่จำต้องแสดงความกตัญญูเพียงนี้”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าตามหาท่านเพื่อแสดงความกตัญญูที่ไหนกัน ข้าไปหาบรรพชนเห็นเงียบเชียบไม่มีเสียงนกเสียงกา ถามเด็กรับใช้ดูก็ไม่ยอมบอกว่ามาอุทยาน ข้านึกสงสัยอยู่ พอเห็นแม่ชีมาสองนางถึงได้เข้าใจ ที่แม่ชีมานี่ หากไม่ใช่งานบุญประจำปีก็มาเพื่อทวงค่าอุปถัมภ์ธูปเทียนประจำปี บรรพชนสิ้นปีมีงานยุ่ง คงหลบหนี้เป็นแน่ ข้าจึงถามแม่ชีดู ก็รู้ว่าคาดไม่ผิด ข้าจึงจ่ายเงินบริจาคให้ไปแล้ว ตอนนี้เจ้าหนี้ของบรรพชนกลับไปแล้ว คงไม่ต้องหลบต้องซ่อนอีก ข้าให้เตรียมไก่ป่านึ่งไว้เป็นอาหารเย็น หากรอช้าจะจืดชืดเสีย”
นางกล่าวไป คนก็ยิ้มกันไป พี่เฟิ่งไม่รอแม่เฒ่าเจี่ยตอบ สั่งให้คนหามเกี้ยวมา แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มคว้ามือพี่เฟิ่งแล้วกลับขึ้นเกี้ยว นำคณะคุยเล่นกันระหว่างเดินมาทางประตูตะวันออก เห็นเป่าฉินสวมเสื้อคลุมขนหัวเป็ดป่ายืนรออยู่หลังลาดเขาแต่ไกล มีสาวใช้อุ้มแจกันดอกเหมยแดงยืนอยู่ด้านหลัง ทุกคนพากันหัวเราะว่า
“ถึงว่าพวกเราหายไปไหนสองคน ที่แท้ไปขอดอกเหมยแล้วมารออยู่ที่นี่”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะชอบใจว่า “พวกเจ้าดู บนเนินหิมะมีคนสวมชุดเช่นนั้นยืนอยู่ ด้านหลังมีดอกเหมย พวกเจ้านึกถึงอะไร”
ทุกคนหัวเราะว่า “เหมือน 《ภาพหิมะงาม 艳雪图》 ของฉิวสือโจว 仇十洲 ที่แขวนอยู่ในเรือนของเหล่าไท่ไท่”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มแล้วสั่นหัวว่า “ภาพวาดนั้นไม่มีชุดเช่นนี้ คนก็ไม่งามอย่างนี้”
พูดไม่ทันจบ เห็นคนสวมเสื้อคลุมแดงโผล่มาด้านหลังเป่าฉิน แม่เฒ่าเจี่ยว่า “นั่นเด็กสาวคนไหนอีก”
ทุกคนพากันหัวเราะว่า “พวกเราอยู่ที่นี่กันหมด นั่นเป่าวี่”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “ข้าตาลายแล้ว”
พอขบวนใกล้เข้ามา ก็เห็นว่าเป็นเป่าวี่ เป่าฉินไม่ผิดตัว เป่าวี่ยิ้มกับเป่าไช ไต้วี่ว่า
“ข้าเพิ่งไปอารามหลงชุ่ยมา เมี่ยววี่ให้กิ่งเหมยพวกเจ้าคนละกิ่ง ข้าให้คนนำไปส่งตามเรือนแล้ว”
ทุกคนยิ้มว่า “ขอบใจเจ้าที่มีน้ำใจ”
ตอนก่อนหน้า : ต่อกลอนคู่
ตอนถัดไป : ตั้งปริศนาโคม

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา