1 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

อรุนธตี รอย (Arundhati Roy)

(1961 - )
นวนิยายเรื่องแรกของรอย ซึ่งเป็นนวนิยายเพียงเรื่องเดียวของเธอ ได้รับรางวัลบุ๊กเกอร์ (Booker Prize) และประสบความสำเร็จอย่างสูงในเชิงพาณิชย์ ในฐานะนักเคลื่อนไหวที่มุ่งมั่นในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเมือง รอยมักถูกข่มขู่ว่าจะต้องโทษจำคุกอยู่บ่อยครั้ง
ซูซานนา อรุนธตี รอย (Suzanna Arundhati Roy) เกิดมาในชีวิตที่แตกต่างจากขนบเดิม แม่ของเธอชื่อ แมรี (Mary) เป็นชาวคริสต์นิกายซีเรียน ส่วนพ่อเป็นชาวฮินดูเชื้อสายเบงกาลี เมื่อเธออายุได้สองขวบ พ่อแม่หย่าร้างกัน รอยจึงย้ายไปอยู่บ้านปู่กับแม่และพี่ชายช่วงหนึ่ง จากนั้นครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่รัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย ที่นั่นแม่ของเธอได้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้น (โดยเริ่มแรกมีนักเรียนเพียงเจ็ดคน ซึ่งสองคนในนั้นเป็นลูกของเธอเอง) และเริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน
ชีวิตช่วงต้นของรอยถูกหล่อหลอมด้วยอิทธิพลจากแม่ผู้ไม่ยึดติดกับขนบจารีต และการที่เธอเติบโตมาโดยปราศจากอำนาจกดขี่ของพ่อ เมื่อเติบโตขึ้น เธอปฏิเสธที่จะทำตามสิ่งที่สังคมคาดหวังจากผู้หญิงอินเดีย ในวัย 16 ปี เธอออกจากหมู่บ้านอัยเยเมเนม (Ayemenem) บ้านเกิดเพื่อไปเรียนสถาปัตยกรรมที่เดลี ซึ่งเธอได้ไปอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มในขณะนั้น
หลังจากไปพำนักที่รัฐกัว (Goa) รอยได้กลับมายังเมืองหลวงและพบกับ ประทีป กริเชน (Pradip Krishen) ผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งให้โอกาสเธอรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Massey Sahib (1985) ที่ได้รับรางวัล ทั้งสองแต่งงานกันในเวลาต่อมาแต่ก็ได้แยกทางกันในภายหลัง
ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์
ในวัย 31 ปี รอยเริ่มเขียนนวนิยายเรื่องแรกชื่อ The God of Small Things ซึ่งเป็นเรื่องราวกึ่งอัตชีวประวัติของครอบครัวชาวอินเดียที่กำลังเสื่อมถอยลง โดยถูกฉุดดึงให้แตกแยกด้วยโศกนาฏกรรมและเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอใช้เวลามากกว่าสี่ปีในการเขียนจนเสร็จสมบูรณ์
และเมื่อได้รับการตีพิมพ์ในปี 1997 หนังสือเล่มนี้ก็สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างสูงในเชิงพาณิชย์ นอกจากความสำเร็จแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังนำปัญหามาสู่รอยด้วยเช่นกัน เมื่อเธอถูกตั้งข้อหาลามกอนาจารในรัฐเกรละซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ
งานเขียนและการเคลื่อนไหว
นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา รอยได้เขียนบทความและหนังสือสารคดีหลายสิบเล่ม ผลิตภาพยนตร์สารคดี และเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน โครงการทดสอบนิวเคลียร์ของอินเดีย การสร้างเขื่อน โลกาภิวัตน์ และลัทธิชาตินิยมฮินดู ความพยายามเหล่านี้ทำให้เธอต้องโทษจำคุก เผชิญกับฝูงชนที่ขว้างปาก้อนหินใส่ และต้องต่อสู้กับข้อหากบฏ
ในปี 2016 เธอถึงขั้นต้องลี้ภัยออกจากอินเดียเป็นการชั่วคราวเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยถึงชีวิต แนวคิดทางการเมืองของเธอมักขัดแย้งกับความพยายามในการทำให้ทันสมัยของอินเดีย แต่เธอก็ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ในปี 2017 รอยได้ออกนวนิยายเรื่องที่สองในที่สุดชื่อ The Ministry of Utmost Happiness โดยมีรายงานว่าเธอให้ตัวละครในเรื่องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกสำนักพิมพ์ใด ซึ่งตัวละครเหล่านั้นก็มีความเฉลียวฉลาดและไม่ประนีประนอมเช่นเดียวกับผู้สร้าง จึงเลือกสำนักพิมพ์ที่เสนอเงินให้น้อยกว่าผู้ประมูลรายอื่นถึงครึ่งหนึ่ง
การสร้างภาษาใหม่
ในนวนิยายเรื่อง The God of Small Things รอยถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตในอินเดียยุคหลังอาณานิคม พร้อมกับรื้อสร้างโครงสร้างภาษาอังกฤษไปในตัว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการต่อต้านการครอบงำของลัทธิอาณานิคมอังกฤษ งานเขียนของเธอฉีกกฎไวยากรณ์เดิมๆ โดยมีความสนุกสนาน มีสีสัน และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เช่น การใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่กับบางคำ และการสร้างวลีหรือคำประสมที่แปลกใหม่ ซึ่ง จอห์น อัปไดค์ (John Updike) นักเขียนชาวอเมริกัน ได้ชื่นชมเธอว่าสามารถสร้าง "ภาษาที่เป็นของตนเอง" ขึ้นมาได้สำเร็จ
ที่มา: Writers who changed history
โฆษณา