27 พ.ค. เวลา 03:48 • ไลฟ์สไตล์
เขตธนบุรี

E P ๖๗ : หรือนี่จะเป็นการ Manifest หรือเปล่าหนอ

เราได้มากินข้าวที่ร้าน "ศรแดง" โดยคนเลือกร้านคือแม่ดองของเรา ด้วยว่าใกล้บ้านและอาหารอร่อย
พอรู้ชื่อร้าน ความทรงจำทำงานทันที เราเคยอ่านในนิตยสารสกุลไทยว่าคนพระนครจะพากันมากินข้าวที่นี้
ตอนที่เราอ่านก็จินตนาการร้านไม่ออกเลยค่ะ คิดได้แต่ว่าอาหารไทยที่นี่คงอร่อยและแพงอยู่
ส่วนจะมีอาหารอะไรบ้างนั้นไม่รู้ เพราะเขาไม่มีรายละเอียด มีแต่ข่าวประเภทซุบซิบว่าคนนี้ไปกินข้าวที่ ศรแดง กับคนนั้นหรือคณะนี้ สมาคมนี้เลี้ยงต้อนรับ เลี้ยงแสดงความยินดีให้กับคนนั้นคนนี้
เราก็คิดว่าอยากไปเห็นและได้กินอาหารที่นี่ แต่ไม่จริงจัง นานเข้าเราก็ลืมๆ ไป
สองวันแรกที่เราไปถึงกรุงเทพฯ บ่ายๆ แม่ดองโทรมา บอกว่าเย็นนี้เราไปกินข้าวที่ร้านศรแดงกันนะคะ
ครั้งแรกที่ได้มา อาหารทึ่สั่งมาอร่อยทุกเมนูค่ะ แบบไทยๆ ก็ครึ้มอกครึ้มใจในอกใจคนเดียวว่า และแล้วก็ได้มาศรแดงจริงๆ อิอิ
อีกที่หนึ่งนี่ก็แม่ดองเลือก "ขนาบน้ำ"
อยู่ใกล้บ้านเช่นกัน พอรู้ว่าเย็นนี้จะไปกินข้าวที่นี่
ความทรงจำมาเลยค่ะ
จำได้ว่าอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันเสาร์ (น่าจะใช่แต่ไม่ค่อยแน่ใจ) เขาจะแนะนำร้านอาหารเจ้าดังๆ ในกรุงเทพฯ "ขนาบน้ำ" ก็เป็นหนึ่งในนั้น มีภาพอาหารให้ดูด้วยและบอกว่าเป็นท่าลงเรือ
ตอนนั้นเราอยากไปลงเรือล่องชมกรุงเทพฯ มาก อยากไปสุดๆ อยากยิ่งกว่าการได้กินอาหารอีกแน่ะ
เราชอบนั่งเรือค่ะ เรือใดก็ชอบ
นานวันเข้าก็ลืมขนาบน้ำไป จนมาวันนี้แอบยิ้มว่าได้มานั่งชมวิวเจ้าพระยา กินไป ชมวิวไป พูดคุยกับแม่ดองไป
แสงไฟกระทบกับน้ำเจ้าพระยาเหมือนภาพวาดมีชีวิต เรือก็จะขึ้นล่องไปตามจังหวะเวลาของเรือ
เราเห็นสะพานซังฮี้ ลมพัดผ่านเบาๆ ให้คลายร้อน
แสงไฟกระทบผิวน้ำเห็นเงาน้ำกระเพื่อมๆ
ไหวไปตามแรงคลื่นลมแม่น้ำ
ชีวิตค่ำคืนนี้หฤหรรษ์เล็กๆ อ้อ ตอนยืนชมเจ้าพระยา เพลงก็ผุดพรายในใจ
"...รักเจ้าพระยายิ่งสิ่งใด หนุ่มสาวไทยรักเจ้าพระยา"
ร้านอาหารอีกที่ที่เราคงเคย Manifest เอาไว้เมื่อ ๕๐ ปีก่อนผ่านเพลงที่มีเนื้อร้องว่า "สุดคลองบางกอกน้อย พายเรือตามหาบัวลอย..." เศร้าไปกับเพลง จินตนาการถึงคลองบางกอกน้อย ชายหนุ่มแจวเรือตามหาคนรักปากก็ร้องเรียกชื่อคนรักไปตลอดทาง
วันนี้ได้พบคลองบางกอกน้อย เห็นบ้านริมคลอง
พ่อดองเล่าถึงวิถีชีวิตริมคลองซึ่งเคยได้ใช้ชีวิตอยู่หลายปี มีเรือวิ่งผ่านบ้าง คุ้งน้ำค่อนข้างสงบเงียบ อาจเป็นเพราะเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว
เรากินกลางวันกันที่ร้านติดคลองอ้อมนนท์ (เป็นคลองที่แยกมาจากคลองบางกอกน้อยอีกที) ชื่อร้าน "สัจจะ SATJA Eatery & Cafe" ลูกเป็นคนเลือกร้านนี้
อาหารอร่อย กาแฟก็อร่อย เราละเลียดกาแฟสบายๆ ช้าๆ เราไม่รีบกลืน อมไว้แล้วค่อยๆ กลืนทึละหน่อย
เรากินกันแบบสายน้ำเอื่อยๆ ไม่รีบร้อนกิน ไม่สั่งอาหารพรวดพราดเต็มโต๊ะ ทุกคนสั่งเมนูของตนแล้วต่อไปก็ค่อยร่วมกันตัดสินใจว่าเมนูอะไรต่อไป
จะว่าไปเราชอบกินกลางวันมากกว่า ได้ลากยาวไปได้ถึงเย็น (หากร้านมีแขกไม่มาก) มีเวลาย่อยอาหารนานก่อนนอน อาหารอร่อยทุกอย่างที่สั่ง เราว่าที่กรุงเทพฯ นึ่มีของกินทึ่อร่อยอยู่ทุกที่เลย ไม่เคยเจอว่าไม่อร่อย เป็นเสน่ห์เมืองกรุง มิน่าคนต่างชาติจึงหลงรักกรุงเทพฯ
เราว่าที่เราได้มาที่นั่นที่นี่ผ่านการอ่านจากหนังสือเพราะเราได้ Manifest เอาไว้แบบไม่รู้ตัว ด้วยยังไม่ได้ตื่นรู้ วันนี้จักรวาลเลยจัดให้ทุกที่
ขอบคุณๆ จักรวาลและครอบครัวที่จัดสรรและจัดให้
เดี๋ยวนี้เราไม่ Manifest อะไรใดๆ อีกแล้ว
ใช้ชีวิตแบบ JOY FLOW FUN
ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติวิสัย
ไม่ต้องไหลไปตามเจ้ากิเลส
แม้แต่การไปไหว้พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
เราก็ไม่ขอใดๆ เลย เอาหัวใจมาไหว้มาคารวะ
เดี๋ยวนี้เราไม่ไหว้ว่าขอไปนิพพาน
หรือขออะไรๆ ต่างๆนานา เราว่ามันเป็นกิเลสนะเนาะ คุณผู้อ่านมีความคิดอย่างไรกันบ้างคะ
โฆษณา