27 พ.ค. เวลา 09:49 • ประวัติศาสตร์
อำเภอบางกล่ำ

ตอนที่ 39 จากรุ่งโรจน์สู่กลียุค: ยุคแห่งความแตกแยกของออตโตมัน (Ottoman interregnum 1402-1413)

หลังความปราชัยอย่างยับเยินที่อังการาและการถูกจับเป็นเชลยของสุลต่านบาเยซิดที่1 จักรวรรดิออตโตมันที่ยิ่งใหญ่ อายุ 102 ปี เกือบต้องล่มสลายหายไปจากแผนที่โลก แผ่นดินถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างพระราชโอรสทั้ง 4 ของบาเยซิดเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการเป็นสุลต่านเพียงหนึ่งเดียว
3
ภาพสงครามกลางเมืองออตโตมัน
1. ติมูร์จัดการกับออตโตมันอย่างไร?
ติมูร์เลงไม่ได้ต้องการผนวกออตโตมันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิติมูริดอย่างถาวรแต่เป้าหมายของเขาคือ "การทำลายความเข้มแข็ง" เพื่อไม่ให้ออตโตมันกลับมาเป็นภัยคุกคามแนวหลังของเขาได้อีก
ติมูร์อบสิทธิในการปกครองลูกชายของบาเยซิด 3 คน
🟧 ขั้นแรก ติมูร์สั่งคืนดินแดนในอนาโตเลียทั้งหมดที่บาเยซิดเคยยึดมา ให้กลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองเดิม (เช่น รัฐคารามัน, อายดิน, ซารูฮาน) วิธีนี้ทำให้พื้นที่ออตโตมันในอนาโตเลียลดขนาดลงเหลือเพียงหยิบมือ
🟧 ขั้นที่ 2 ติมูร์มอบสิทธิในการปกครอง (พร้อมประกาศรับรอง) ให้กับลูกชายของบาเยซิดหลายคนในเวลาเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสู้รบกันเอง
🟧 ขั้นที่ 3 หลังจัดการอนาโตเลียจนเละเทะ ติมูร์ถอยทัพกลับไปซามาร์คันด์ ทิ้งให้พี่น้องตระกูลออตโตมันเข่นฆ่ากันเองท่ามกลางเศษซากของอาณาจักร
2. ออตโตมันถูกแบ่งแยกอย่างไร? (แผนที่แห่งความขัดแย้ง)
จักรวรรดิถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักตามฐานอำนาจของเจ้าชายแต่ละพระองค์
จักรววรดิออตโตมันบัดนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ
🟥เจ้าชายสุไลมาน (Süleyman Çelebi) - ฝั่งยุโรป (รูเมเลีย)
🩸 ฐานที่มั่น: เมืองเอดีร์แน (Edirne)
🩸 พื้นที่: ครอบคลุมดินแดนในบอลข่านทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ เขาเป็นผู้ที่มีกองกำลังเข้มแข็งที่สุดในช่วงแรกและได้รับการยอมรับจากรัฐในยุโรป
🟪 เจ้าชายอีซา (İsa Çelebi) - อนาโตเลียตะวันตก
♠️ ฐานที่มั่น: เมืองบูร์ซา (Bursa) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า
♠️ พื้นที่: ควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นหัวใจทางประวัติศาสตร์ของออตโตมัน
🟩เจ้าชายเมห์เหม็ด (Mehmed Çelebi) - อนาโตเลียตะวันออก
♣️ฐานที่มั่น: เมืองอามาสยา (Amasya)
♣️พื้นที่: แม้จะอยู่ไกลและลำบากที่สุด แต่เขาเป็นคนเดียวที่ติมูร์ให้การยอมรับอย่างเป็นทางการในช่วงแรก
🟦 เจ้าชายมูซา (Mûsa Çelebi) ในตอนแรกเขาถูกติมูร์กักตัวไว้พร้อมพระศพของพระบิดา ก่อนจะถูกส่งตัวออกมาเป็นตัวแปรสำคัญในภายหลัง
🧠 3. กลยุทธ์การแย่งอำนาจของแต่ละฝ่าย
พี่น้องแต่ละคนมีแนวทางในการสร้างความได้เปรียบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
🔴 เจ้าชายสุไลมาน: "การทูตและพันธมิตรต่างชาติ"
🩸 กลยุทธ์: เน้นการผูกมิตรกับ จักรวรรดิไบแซนไทน์ และรัฐในยุโรป เขาทำสนธิสัญญากัลลิโปลี ยอมคืนดินแดนบางส่วนให้ไบแซนไทน์เพื่อแลกกับการสนับสนุนและการันตีความปลอดภัยในฝั่งยุโรป
🩸 จุดอ่อน: การเข้าหาชาวคริสต์ทำให้เขาเสียคะแนนนิยมจากกลุ่มนักรบมุสลิม (Ghazi) และกองทัพเยนิเชรีในระยะยาว
เจ้าชายสุไลมานที่ครองพื้นที่ฝั่งตะวันเน้นเข้าหาการสนับสนุสจากรัฐชาวคริสต์
🟪 เจ้าชายอีซา (İsa Çelebi) - อนาโตเลียตะวันตก
♟️กลยุทธ์: เจ้าชายอีซาได้พื้นที่เมืองบูร์ซา ที่เป็นเมืองหลวงฝั่งอนาโตเลียทำให้เขามีฐานที่มั่นที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ที่กำลังทหารที่เพียบพร้อม และสร้างความชอบธรรมได้ง่าย
♟️จุดอ่อน: ด้วยความที่ได้ฐานที่มั่นมีความแข็งแกร่งทำให้อิซาเกิดความซะล่าใจซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเมื่อเขาต้องแข่งขันกับพี่น้องคนอื่น
เจ้าชายอีซาได้ครอบครอบบูร์ซาเมืองหลวงเก่าฝั่งอนาโตเลีย
🟩 เจ้าชายเมห์เหม็ด: "การรวบรวมอนาโตเลียและอดทนรอ"
♣️กลยุทธ์: เขาใช้เมืองอามาสยาเป็นฐานรวบรวมทหารม้าเบาและสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าเมืองท้องถิ่น เขาเน้นการกำจัดพี่น้องทีละคน เริ่มจากการปราบ เจ้าชายอีซา เพื่อยึดเมืองบูร์ซากลับคืนมา
♣️จุดอ่อน: เมห์เหม็ดได้พื้นที่ในเมืองอมาสยา ซึ่งเป็นเมืองชายแดนและมีความชอบธรรมต่ำเพื่อสร้างฐานะและฐานอำนาจในระดับที่สูงขึ้นเขาจำเป็นต้องเดินหมากก่อนเพื่อสร้างฐานอำนาจที่มั่นคง
เจ้าชายเมห์เหม็ดได้ความเมืองอมาสยา เมืองชายแดนฝั่งตะวันออกจักรวรรดิเดิม
🟪เจ้าชายมูซา: "สงครามชนชั้นและลัทธิสุดโต่ง"
♠️กลยุทธ์: เมื่อได้รับอิสระ เขาไปรวบรวมกองทัพในบอลข่านโดยใช้สโลแกน "ต่อต้านชนชั้นสูงและต่อต้านยุโรป" เขาได้รับความนิยมอย่างมากจากทหารราบและคนยากจน
♠️ผลลัพธ์: แต่ด้วยความสุดโต่งและการสังหารขุนนางอย่างบ้าคลั่งทำให้เขาถูกโดดเดี่ยวในที่สุด
เข้าร่วมสงครามชิงแผ่นดินในภายหลัง และสร้างผละกระทบต่อทิศทางสงคราม
บทสรุป 🚩
ยุคแห่งความแตกแยก (1402-1413) คือบททดสอบการอยู่รอดของออตโตมันติมูร์ ทิ้งบาดแผลใหญ่ไว้ให้พี่น้องฆ่ากันเอง
สุไลมานผู้เน้นการทูตฝั่งยุโรป
อีซาผู้ใช้ความสัมพันธ์อันดีกับขุนางเติร์กในอนาโตเลีย
มูซาผู้ปลุกระดมเน้นการปฏิวัติล่างขึ้นบน
และสุดท้ายเมห์เหม็ดผู้ใช้ความอดทนและยุทธวิธี
ม่านสงครามแย่งชิงได้ปิดออกแล้ว นี่จะเป็นความทุกข์ยากที่ออตโตมันต้องเผชิญนับทศวรรษ
🚩 ม่านเวทียุคแห่งความแตกแยกที่กินเวลานับสิบปีได้คลี่เปิดแล้วเหล่าเจ้าชายและบริวารได้ชักอาวุธเข้าประหัตประหารกันเอง มีผู้ชนะเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิสืบทอดบังลังก์ที่บัดนี้ไร้ซึ่งคนนั่งปกครอง
...และนี้ก็คือ ราคาของความจองหองที่อดีตสุลต่านบาเยซิด (อัสนีบาต) ต้องจ่าย
ตอนที่ 40 แผ่นดินที่ถูกสูบเลือด: หายนะทางเศรษฐกิจในสงครามสายเลือดออตโตมัน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา