27 พ.ค. เวลา 16:33 • นิยาย เรื่องสั้น

EP.0 วันเกษียณที่ไม่มีใครร้องไห้

"ห้ามใครแตะเค้กนะคะ"
เสียงของเจินดังขึ้นกลางห้องประชุม
ทุกคนหันมามองพร้อมกัน
คุณบอลที่กำลังถือไมโครโฟนอยู่หน้าเวทีถึงกับหลุดหัวเราะ
"พี่เจินครับ ผมยังพูดไม่จบเลย"
"ก็พูดต่อสิคะ"
เจินพยักหน้าไปทางเค้กสามชั้นตรงกลางห้อง
"แต่ถ้าเหลือ ห่อให้พี่ด้วย"
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งห้อง
"งานเกษียณนะครับ"
"ยิ่งเกษียณยิ่งต้องประหยัดค่ะ"
"บริษัทซื้อให้"
"นั่นแหละค่ะ ของฟรี"
---
นี่คือเจิน
ผู้บริหารฝ่ายบัญชีวัยห้าสิบเจ็ดปี
ผู้หญิงไทยเชื้อสายจีนที่แต่งตัวเท่กว่าคนวัยเดียวกันส่วนใหญ่
ผมสั้นเข้าทรง เสื้อเชิ้ตเรียบ กางเกงสแลค รองเท้าหนัง
ลุคดูเนี้ยบจนคนไม่รู้จักคิดว่าเป็นคนดุ
ซึ่งก็...ดุจริงในบางสถานการณ์
โดยเฉพาะเวลาส่งงบผิด
หรือส่งงบช้า
หรือส่งงบผิดแล้วช้า
แต่ในขณะเดียวกัน
เธอก็เป็นคนที่สามารถนั่ง BTS ย้อนกลับสามสถานีเพราะลืมใช้คูปองส่วนลดห้าสิบบาทได้เช่นกัน
ชีวิตคนเรามีหลายมิติ
---
เจินเติบโตมาในครอบครัวคนขายก๋วยเตี๋ยว
ไม่ได้ร่ำรวย
ไม่ได้มีเส้นสาย
เธอเรียนเก่ง
ทำงานหนัก
ไต่เต้าจากพนักงานธรรมดา
จนกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่ย่านสาทร
โดยแทบไม่มีเวลาหยุดพัก
บริษัทแห่งนี้กำหนดอายุเกษียณไว้ที่ห้าสิบห้าปี
และจริงๆ เจินควรออกจากงานไปตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว
แต่เธอขอต่อสัญญา
ครั้งหนึ่ง
แล้วก็อีกครั้ง
จนตอนนี้อายุห้าสิบเจ็ด
แม้ไม่มีใครพูดตรงๆ
แต่ทุกคนก็รู้ว่า
ถึงเวลาแล้ว
ไม่ใช่เพราะเธอทำงานไม่ไหว
ตรงกันข้าม
เธอยังเก่งเหมือนเดิม
ประชุมยังคม
จำตัวเลขยังแม่น
หาความผิดปกติในรายงานได้เร็วกว่าคนรุ่นใหม่หลายคน
แต่ข้างหลังเธอ
มีคนกำลังรอโอกาสเติบโตอยู่
และเจินก็รู้ดี
ดีเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้
---
"ตอนผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ"
คุณบอลพูดบนเวที
"ผมกลัวพี่เจินมากครับ"
พนักงานหลายคนพยักหน้าพร้อมกันทันที
"จริง"
"หนูก็กลัว"
"ผมก็กลัว"
เจินถอนหายใจ
"นี่งานอำลาหรือเวทีร้องทุกข์คะ"
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งห้อง
คุณบอลยิ้ม
"แต่พอทำงานด้วยจริงๆ"
เขาหันมามองเธอ
"ผมถึงรู้ว่าคนที่ดุที่สุดในบริษัท"
เว้นจังหวะเล็กน้อย
"ก็มักจะเป็นคนที่ปกป้องลูกน้องที่สุดเหมือนกัน"
ห้องประชุมเงียบลง
เจินรีบยกกาแฟขึ้นดื่ม
เพราะเริ่มไม่ชอบบรรยากาศซึ้งๆ
"ฝ่ายบุคคลนี่เป็นโรคอะไรหรือเปล่าคะ"
เธอบ่น
"พูดซึ้งตลอด"
"โรคจากการทำงานครับ"
บอลตอบยิ้มๆ
"รักษาไม่หาย"
---
หลังงานเลี้ยง
ทุกคนทยอยกลับ
ช่อดอกไม้กองเต็มโต๊ะ
ของขวัญวางเรียงกันหลายชิ้น
แต่สุดท้ายสิ่งที่เจินหยิบกลับจริงๆ มีแค่
กรอบรูปหนึ่งอัน
แก้วกาแฟหนึ่งใบ
ต้นกระบองเพชรหนึ่งต้น
กับปากกาสองด้าม
สามสิบกว่าปี
เหลืออยู่เท่านี้เอง
---
ระหว่างลงลิฟต์
คุณบอลช่วยถือกล่องให้
ทั้งคู่ยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง
อย่างคนที่ทำงานด้วยกันมานานจนไม่จำเป็นต้องหาเรื่องคุยตลอดเวลา
"พี่ครับ"
บอลเอ่ยขึ้น
"คะ"
"โอเคไหม"
เจินหัวเราะเบาๆ
"ถามยากจัง"
"งั้นเปลี่ยนคำถาม"
"อะไร"
"คืนนี้จะกินอะไร"
เธอคิดอยู่พักหนึ่ง
"ยังไม่รู้เลย"
"ดีครับ"
"ดียังไง"
"แปลว่าพรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้คิด"
เจินมองเขา
ก่อนส่ายหน้า
"สมเป็น HR"
"ขอบคุณครับ"
"ไม่ได้ชม"
---
ก่อนแยกกันที่ล็อบบี้
บอลพูดขึ้นอีกครั้ง
"คนเราไม่จำเป็นต้องพร้อมก่อนเริ่มบทใหม่ก็ได้นะครับ"
เจินยิ้มบางๆ
"พูดเหมือนหนังสือพัฒนาตัวเองเลย"
"ผมทำ HR ครับ"
"จริงด้วย"
---
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
คอนโดย่านสาทรเงียบมาก
เงียบจนได้ยินเสียงตู้เย็น
เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ
เจินเปิดทีวีทิ้งไว้เป็นเพื่อน
กินข้าวคนเดียวเงียบๆ
ก่อนเผลอมองโทรศัพท์
ไม่มีอีเมลด่วน
ไม่มีข้อความจากต่างประเทศ
ไม่มีใครถามว่า
"พี่เจินอยู่ไหมคะ"
โลกยังหมุนต่อ
โดยไม่จำเป็นต้องมีเธออยู่ในระบบอีกแล้ว
---
ในเวลาเดียวกัน
อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพ
ตาต้ากำลังนั่งอยู่บนโซฟาคอนโดย่านพระรามเก้า
โน้ตบุ๊กเปิดค้างอยู่บนโต๊ะ
หน้าจอเต็มไปด้วยกราฟ Reach กับ Engagement
อาชีพของเขาคือ Digital Marketing
ตาต้าชอบคิดคอนเทนต์
ชอบถ่ายรูป
ชอบเล่าเรื่อง
และค่อนข้างเก่งด้วย
ปัญหาคือ
เขาไม่เคยอยู่ที่ไหนนานพอ
บริษัทนี้จึงเป็นบริษัทที่ห้าในรอบไม่กี่ปี
และเมื่อสามวันก่อน
เขาก็ลาออกอีกครั้ง
---
แฟนสาวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เงียบผิดปกติ
ตาต้ามองหน้าเธอ
"เป็นอะไร"
เธอสูดหายใจลึก
"ต้า"
"หือ"
"เราเลิกกันเถอะ"
ห้องเงียบลงทันที
ตาต้ากะพริบตา
ก่อนตอบ
"โอเค"
"..."
"..."
"..."
"เดี๋ยวนะ"
"อะไร"
"โอเคเลยเหรอ"
"ก็เธอบอกเลิก"
"อย่างน้อยตกใจก่อนได้ไหม"
"เราตกใจอยู่"
"หน้าตาไม่เห็นเหมือน"
"เรายิ้มเวลาเครียด"
เธอหลุดหัวเราะทั้งน้ำตา
"นิสัยนี้น่าหงุดหงิดมาก"
"รู้"
"ต้องตอบยังไง"
"ไม่รู้!"
"เราไม่เคยโดนบอกเลิก"
"เราก็บอกเลิกคนไม่เก่งเหมือนกัน!"
ทั้งคู่เงียบ
ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ทั้งที่ตาอีกฝ่ายแดงอยู่แล้ว
ตาต้ารู้ว่าตัวเองกำลังเสียใจ
เสียใจมากด้วย
แต่เขาเป็นคนแบบนั้น
เวลาทำอะไรไม่ถูก
จะยิ้มก่อนเสมอ
เหมือนร่างกายตั้งระบบป้องกันตัวเองไว้
...
"เรารักเธอนะ"
แฟนสาวพูดเบาๆ
"แต่เราเหนื่อย"
คราวนี้ตาต้าไม่ตอบทันที
เขามองแก้วน้ำบนโต๊ะ
มองต้นไม้ริมระเบียง
มองห้องที่อยู่ด้วยกันมาสองปี
ก่อนถามเบาๆ
"เพราะเราอีกแล้วใช่ไหม"
เธอส่ายหน้า
"ไม่ใช่เพราะเธอคนเดียว"
"แต่ก็เพราะเราด้วย"
เงียบ
"ต้า"
"หือ"
"เธอเคยคิดไหมว่าอยากเป็นอะไร"
เขาหัวเราะ
"ทุกวัน"
"แล้วได้คำตอบไหม"
"เปลี่ยนทุกเดือน"
คราวนี้อีกฝ่ายหลุดขำทั้งน้ำตา
นั่นแหละปัญหา
---
หลังจากนั้นไม่นาน
โทรศัพท์จากลำปางก็ดังขึ้น
"หม่าม๊า"
"เลิกกับแฟนแล้วใช่ไหม"
ตาต้ามองเพดาน
"ม๊ารู้ได้ยังไง"
"ม๊าก็คือม๊า"
"ตรรกะนี้ใช้ได้ตลอดเลยเหรอ"
"ใช้ได้"
---
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมดจบ
หม่าม๊าพูดเพียงประโยคเดียว
"ขึ้นไปอยู่กับอี๊เจินก่อน"
"หา"
"อี๊เพิ่งเกษียณ"
"ครับ"
"แกเพิ่งลาออก"
"..."
"คนว่างสองคนอยู่ด้วยกันพอดี"
"ม๊าใช้หลักการอะไร"
"หลักการม๊า"
---
คืนนั้น
ผู้หญิงวัยห้าสิบเจ็ดนั่งมองวิวกรุงเทพจากคอนโดที่เงียบเกินไป
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดนั่งพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทาง
คนหนึ่งไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร
อีกคนไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน
และทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่า
อีกไม่กี่วันข้างหน้า
ชีวิตที่เงียบเกินไปของคนหนึ่ง
กับชีวิตที่วุ่นวายเกินไปของอีกคน
กำลังจะมาเจอกันพอดี
โฆษณา