Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อิจฉาอิตาลี
•
ติดตาม
5 มิ.ย. เวลา 15:08 • ท่องเที่ยว
พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งเนเปิล (Museo Archeologico Nazionale di Napoli) และห้องอียิปต์โบราณ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ดีมากของเนเปิล โดยการที่มีรูปทรงสมมาตรอาจองมั่นคงตรงสง่า ราวกับที่บัญชาการกองทัพพระราชา ฉาบสีที่อาจจะเคยแดงฉาน ที่อาจได้แรงบันดาลใจจากเมืองปอมเปดีที่เคยสาบสูญ แต่ตอนนี้ซูบซีด เป็นอาคารครั้งเก่า ผนังตึกหมองหม่นเปื้อนรอยดำราวกับเขม่าดิน เหมือนกับเพิ่งขุดพบหลังจากถูกกลบลงใต้เถ้าภูเขาไฟมานานหลายปี
นี่แหละ เนเปิลของจริงแท้แหละ มันต้องเป็นอย่างนี้ แต่เดิมก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์เขาคิดว่าจะไปเอาไปทำโรงทหารม้าของสเปน แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นที่ทำการของมหาวิทยาลัยเมืองเนเปิล และหลังจากนั้น กษัตริย์บางพระองค์ได้รับมรดกตกทอด แถมยังมีการขุดค้นทางโบราณคดี จนได้วัตถุมาจนเยอะ ก็เลยคิดจะสร้างพิพิธภัณฑ์มารองรับคอลเลคชั่นเหล่านั้น
สมัยพระเจ้าเฟอร์ดินันที่ 4 จึงย้ายมหาวิทยาลัยออกไป และเลือกอาคารนี้มาเป็นพิพิธภัณฑ์แต่อย่างเดียว จนถึงปัจจุบันนี้ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดี ซึ่งมีของสะสมสำคัญ ๆ คือ สิ่งที่ได้จากเมืองปอมเปอี และเฮอร์คิวเลเนียม มาไว้อย่างจุใจ เป็นคอลเลคชั่นชุดเอกที่ไม่มีพิพิธภัณฑ์ไหนเสมอเหมือน แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีวัตถุอื่น ๆ ที่สำคัญอยู่อีก เช่น อียิปต์ โรมัน และอื่น ๆ สารพัน เดี๋ยวเราจะไปดูกัน
อย่างไรก็ตามขอเริ่มทัวร์ในห้องอียิปต์ก่อนนะ เพราะพอเราเข้าไปถึงก็จะเจอห้องนี้ก่อน
ไม่น่าแปลกหรอกนะที่เราจะได้เจอกับอียิปต์ในหลายๆแห่ง ใครที่เคยไปพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆในยุโรป หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ก็จะต้องเจอกับมัมมี่หรือโลง หรือข้าวของเกี่ยวกับอียิปต์อยู่เป็นประจำ แม้ว่าจะดูไม่เกี่ยวอะไรกับคนประเทศนั้นเลยก็เถอะ
เพราะอารยธรรมอียิปต์โบราณนี้ลึกลับ น่าหลงใหล ใฝ่หา เข้ามาครอบครอง ฝรั่งเศรษฐี ผู้ร่ำรวย ไม่อยากจะแค่รวยเฉย แต่ต้องการมีระดับอารยธรรมสูงก็จะต้องสะสมอะไรที่เขายอมรับกัน ซึ่งมัมมี่แล้วก็อะไรต่ออะไรของอียิปต์นี้แหละเครื่องแสดงเกียรติยศชั้นดีเลยทีเดียว
ที่นี่จึงมีคอลเลกชันชิ้นส่วนมัมมี่ที่สยองปนเศร้า จะสะเทือนหรือสะอิดสะเอียนใจก็แล้วแต่ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องเอามาอวดแขกเหรื่อ และเราก็จะเอาบางส่วนมาให้ท่านทัศนากัน ของพวกนี้หลายชิ้นก็ซื้อหามาจากนักค้าของเก่า หรือคนที่เคยเป็นเจ้าของครอบครองมันต่อมา จนกระทั้งนำมาจัดแสดงให้ดูในนี้
ร่างบุรุษลงอักขระมนตรา
บุรุษไสยเวทย์แห่งอียิปต์
ขอตั้งชื่องานชิ้นนี้แบบนี้ไว้ก่อน เพราะทำออกมาเหมือนกันว่าเป็นภาพหมอผีอียิปต์สักยันต์อยู่บนร่างกาย แต่อันที่จริงพวกเขาไม่ได้สักอะไรแบบนี้ไว้หรอกนะ นี่คือภาพประติมากรรมสลักจากหินบะซอลท์สีดำมะเมี่ยม ทำเป็นเทวรูปแล้วสลักอักขระคาถาอาคมลงไป ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวของเทพเจ้าที่ใช้ในการปกป้องรักษา หรือใช้ในพิธีกรรมต่างๆ โดยอาจมีการสรงน้ำ แล้วนำน้ำนั้นมาดื่มหรือหรือทาตัวเพื่อรักษาโรคต่อไป
หัวมัมมี่
หัวมัมมี่ ถูกโชว์ในครอบแก้ว ถนอมไว้อย่างล้ำค่า เดิมอาจคงอยู่ในห้องรับแขกของเศรษฐีคนใดคนหนึ่งเพื่อแสดงความภาคภูมิใจของเจ้าบ้าน พร้อมเส้นผมสีน้ำตาลแดง สลวย ยังคงสมบูรณ์ มีเศษผ้าลินิน ที่เคยใช้พันศพ หลุดหล่นอยู่
มือมัมมี่
มือมัมมี่ จัดแสดงในนิทรรศการอวดโฉมในคนมาเบิ่งให้รู้กันว่าบ้านนี้ไม่ใช่แค่รวย แต่มีอารยะด้วยจ้า แรกมองอาจจะดูยากหน่อยว่ามันเป็นอะไร เพราะมือนั้นหงิกง่อยไปแล้ว (ฉันกลัวจัง ได้โปรด) แต่ถ้าดูใกล้ๆจะพบว่ารอยนิ้วมือและเล็บยังคงสมบูรณ์ มีริบบิ้นสีแดงรัด (สมัยนั้นเขาใช้มันยึดชิ้นส่วนให้คงรูป และเพิ่มความสวยงามด้วย) คลุมทับด้วยเศษผ้าลินิน ซึ่งก็เคยใช้ห่อศพนี้แหละ
ดวงตาน้อยๆคอยชะแง้หา
ลูกตาดุ๊กดิ๊ก
มันเป็น object ที่ชวนให้อมยิ้มเพราะช่างเหมือนตาการ์ตูนคู่นึงที่แอบม้าเฝ้ามองดูเราโดยแอบตัวอยู่ข้างหลัง แต่นี่คือดวงตาของมัมมี่ต่างหากล่ะ ซึ่งฟังก์ชันของมันนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะกว่าจะมาเป็นมัมได้อย่างมีสภาพสมบูรณ์แบบจะต้องโดนล้วงควักตับไตไส้พุง สมอง หัวใจ รวมทั้งลูกกะตาออกไปหมดแล้ว ดังนั้น เวลาจะจัดให้มัมมี่กลับเข้าสู่สภาพสวยงาม ก็จะต้องหาดวงตาคู่งามมาติดไว้แทน
งานชิ้นนี้จึงเป็นงานประณีตศิลป์ ส่วนของตาขาวจะใช้หินอ่อนมาทำ ตาดำทำจากหินภูเขาไฟออบ และโครงตาใช้สำริด
เห็นแล้วอยากได้ แต่ไม่ได้เอาไว้ใช้ติดดวงตานะ แต่เอาไว้เป็นเจเวลรี่ ต่างหู จี้ สร้อยคอ ก็สวยงามดี
แผงบูชาบรรพบุรุษ
ป้ายบูชาบรรพบุรุษ สไตล์อียิปต์
ชิ้นนี้น่าสนใจแปลกตาดี ดูเหมือนเอาโลงมัมมี่หลายๆอัน มาวางเรียงกันเป็นแผง โผล่หัวออกมาเรียงราย และดูเหมือนจะต่างขยับปากเซย์ฮัลโหลกับเราได้อีก
วัตถุชิ้นนี้เรียกว่า อนุสรณ์แห่งอาเมนเนโมเน่ (Amenemone) ซึ่งฟังดูขลังดีนะ แต่จำยาก เรียกยาก ช่างมันเถอะ
อันที่จริงงานหินชิ้นนี้คือรูปสลักแห่งวงศ์ตระกูล โดยทั้งหมด 9 คนที่ปรากฏอยู่เป็นครอบครัว เครือญาติของอาเมนเนโมเน่ เรียกว่านำเอาสมาชิกของตระกูลมายืนเรียงกันให้เห็นเพื่อไว้ใช้บูชา ส่วนตัวอักษรด้านล่าง คือการระบุตัวตนว่าใคร คือใคร ชื่ออะไร มีตำแหน่งอะไร
ตัวอย่างเช่น อาเมนเนโมเน่ (เจ้าของอนุสาวรีย์) เป็นขุนนางสำคัญมากของฟาโรห์รามเสสที่ 2
โฮริ พี่ชายของอาเมนเนโมเน่ ก็เป็นขุนนางระดับสูงอีก
เวนเนเฟอร์ บิดาของ อาเมนเนโมเน่ เป็นอดีตสมณะผู้ทรงอิทธิพล
นี่แค่ยกตัวอย่างนะ คงไม่เขียนหมดทั้ง 9 คนหรอก ว่าไปแล้วก็สงสัยว่าทำไมทั้งตระกูลมีหน้าตาเหมือนกันขนาดนั้น เหมือนเป็นแฝดหมู่ แต่เราว่าจริง ๆ คงไม่ใช่หรอก ช่างแกะสลักอาจขี้เกียจมาแกะหน้าให้ดูแตกต่างกัน ซึ่งก็คงจะยากอยู่ เอาเป็นว่า จำแนกจากป้ายชื่อก็แล้วกัน
สรุปโดยรวมก็คือคล้าย ๆ กับป้ายวิญญาณบรรพบุรุษของจีนที่มีพิธีเคารพบรรพบุรุษเหมือนกัน และแท่นสลักนี้ นอกจากเป็นที่สักการะให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ยังคงเป็นการประกาศอำนาจที่สืบต่อกันมาอย่างน่าภาคภูมิใจของวงศ์วานว่านเครือของตระกูลนี้ด้วย
ชวาบาติ : บริวารแห่งโลกหน้า
ภาพนี้เป็นกล่องใส่หุ่นต่างๆซึ่งมีสถานะเป็นคนรับใช้ของผู้ตาย เรียกว่าชวาบาติ (Shwabati) เก็บไว้ในกล่องสวยงาม เป็นกล่องไม้สีเขียวสลับสี บนกล่องมีภาพลงรักระบายสีรูปผู้ตายกำลังทำพิธี บูชาเทพโอซิริส เทพฮอรัส ภายในกล่องใส่ตุ๊กตาผู้รับใช้ผู้วายชนม์ หรือหุ่นชวาบาติ ส่งไปพร้อมกับศพไปเพื่อให้ไปเป็นคนใช้ แรงงานต่างๆ ทำนา ทำไร่ จะใช้อะไรก็ตามแต่จะใช้
ประติมากรรม รวมหมู่เทพ
เห็นแล้วก็อยากเอามาสะสมบ้านเราจัง น่ารักทั้งสามองค์เลย แต่ไปหาของจำลองมาดีกว่า
หมู่เทพเจ้าเหล่านี้ เป็นเทพยอดฮิตของชาวอียิปต์ ประกอบด้วยดังนี้
ซ้ายสุด เทพไอซิส เทพผู้ปกป้อง มักพบในโลงศพผู้ตาย เพราะนางจะช่วยปกป้องไว้ไม่ให้ใครมารบกวน
กลาง โคศักดิ์สิทธิ์ (Apis) เป็นภาพเทพเจ้าวัว สวมสิราภรณ์ แผ่นสุริยะและขนนกศักดิ์สิทธิ์ แต่ส่วนใต้คางพ่อโคกำลังเกยองค์ฟาโรห์น้อยๆอยู่ ความหมายนี้ก็คือ พระองค์ได้รับการปกป้องคุ้มครอง (หรือเรียกตรงๆว่าคุ้มกะลาหัวนั่นเอง) โดยพระโคศักดิ์สิทธิ์องค์นี้
ขวาสุด เทพโอซิริส ประทับบนบัลลังก์ พระองค์เป็นเทพ แห่งความตาย หรือพญายม คอยปกป้องยมโลก ประทับบนบัลลังก์ สวมมงกุฎทรงสูง ขบาบด้วยขนนกคู่
เอาเป็นว่าขอโชว์เท่านี้ก่อนแล้วกันนะ จริงๆยังมีอะไรน่าดูอีกเยอะ (ไม่เห็นมัมมี่นะ เห็นแม่มัมมี่จระเข้ ถ้าอยากดู เดี๋ยวส่งไปให้)
แค่นี้ก็ถือว่าได้ดูอะไรดีๆไปเยอะแล้วละ
เดี๋ยวบทหน้าจะพาไปดูห้องโรมันกันต่อ ยิ่งใหญ่สมชื่อโรมัน
เที่ยวยุโรป
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
เทพเจ้า
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
อิจฉากรุงโรม ริษยาเนเปิล
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย