Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อิจฉาอิตาลี
•
ติดตาม
7 มิ.ย. เวลา 16:31 • ศิลปะ & ออกแบบ
ขอเชิญชมชาวโรมันมาโรมรันในเนเปิล
ถัดจากห้องอียิปต์ เราเชิญนำท่านมาสู่อาณาจักรโรมัน อ้อ เรียกว่าจักรวรรดิโรมันดีกว่า ในนี้มีงานดีๆเยอะ แต่ขอเลือกเอามาให้ชมบางชิ้นละกัน งานบางชิ้นก็แสดงถึงการโรมรัน หรือเรียกง่ายๆว่าการต่อสู้ การฆ่าฟัน อะไรแบบนี้ ขอเอางานประเภทนี้มาให้ดูก่อนเป็นลำดับแรกๆละกัน
1.คนคู่ผู้สังหารทรราช
ประติมากรรม 2 ชิ้นนี้ ตอนแรกก็สงสัยว่ามันมาเป็นคู่แบบนี้ตั้งแต่แรกหรือเปล่า เพราะแม้ว่าจะดูผิวหินแบบเดียวกัน แต่ทั้ง 2 คนก็หันหน้าไปคนละทาง ดูไม่มีปฏิสัมพันธ์กันและกันเลย
แต่อันที่จริง เขามาคู่กันจริงๆแหละ ทั้งสองเป็นผู้ร่วมมือกันทำแผนลอบสังหารทรราชผู้ปกครองเอเธนส์ ชื่อฮิปปาริคัส บุรุษคนที่อยู่ซ้ายมือมีเครามีผ้าห้อยชื่ออาริสโตไจตอน (Aristogeiton) ส่วนขวามือคือ ฮาร์โมดิอุส (Harmodius) คนนี้ยกชูแขนขึ้นทำท่าเหมือนกำลังจ้วงแทงสังหาร (จริงๆถือดาบอยู่ แต่ดาบหัก เลยดูเป็นถืออะไรไม่รู้)
ทั้งสองสามารถสังหารทรราชได้สำเร็จ แต่ทว่าตอนจบนั้นเศร้านะ เพราะสุดท้ายก็โดนจับและโดนประหารชีวิต
เรื่องที่น่าสนใจก็คือ 3 ตัวละครนี้เป็นกลุ่มสายวายจ้า กล่าวคือ 2 คนนั้นเขาเป็นคนรักกัน แต่แล้ว ฮิปปาริคัส เกิดมาชอบฮาร์โมดิอุสเข้า แต่เจ้าตัวไม่เล่นด้วย แถมฮิปปาริคัสเป็นนักการเมืองที่ไม่ดีซะอีก เนี่ยแหละคือสาเหตุที่ฮิปปาริคัสสมควรตาย
อีกเรื่องนึง แม้ว่า ฮิปปาริคัสจะมีบทบาทในทางการเมือง แต่พี่ชายเขาชื่อฮิปเปียส (Hippias) เป็นผู้ปกครองที่แท้จริง ซึ่งในตอนแรก คนทั้งสองก็คิดจะฆ่าทั้งพี่ทั้งน้องนั่นแหละ แต่ฆ่าได้คนเดียวก็โดนจับ
เรื่องนี้จะตีความเป็นโศกนาฏกรรมรักสามเส้า หรือเป็นวีรกรรมการเมืองก็แล้วแต่ ทว่าตอนนี้ประติมากรรมของเขาทั้ง 2 ก็เป็นจุดเด่น ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าคนจริง และท่าทางที่ห้าวหาญ แสดงความเป็นฮีโร่จนเด่นชัด
2.กระทิงฟาร์เนเซ (Farnese Bull)
ไฮไลท์อันหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คืองานนี้แหละ ดูแล้วอาจเข้าใจว่านี่คือหมู่ประติมากรรมที่มีหลายบุคคล และมีสัตว์เข้ามากระทำการอันโกลาหลวุ่นวายและเคร่งเครียด สิ่งนี้สะท้อนออกมาจากฝีมือการแกะสลักของประติมากรรมที่ล้ำเลิศของโรมันในยุคนั้น ขอบอกว่าที่เราเห็นมีคนหลายคนพร้อมกับส่วนประกอบอีกหลายส่วนนั้น อันที่จริงเขาแกะจากหินชิ้นเดียวจ้า
นี่ไง มหัศจรรย์ไหม แล้วที่มันเป็นไฮไลท์อีกอันก็เพราะว่างานนี้เป็นประติมากรรมที่แกะจากหินก้อนเดียวจากยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วที่เคยค้นพบมา
ชายสองคนด้านซ้ายขวาชื่อว่า เซธัส (Zethus) และแอมไฟออน (Amphion) เป็นฝาแฝดกัน คุณแม่แอนไทโอพี (Antiope) ซึ่งโดนกลั่นแกลงโดยแม่นางเดอร์ชี (Dirce) มเหสีของกษัตริย์เมืองธีบส์
ทีนี้พอฝาแฝดทั้งสองโตขึ้น แข็งแรงดี ก็เลยแก้แค้นให้คุณแม่ โดยจับเอานางเดอร์ซีมัดเข้ากับวัวกระทิง แล้วให้มันลากและขยี้ร่างของนางไปกับโขดหินจนตาย อ้อ ด้านหลังประติมากรรมนี้ มีรูปนางแอนไทโอพี คุณแม่ของแฝดทั้งสองคอยจ้องมองด้วยความสาแก่ใจด้วยนะ
ใครที่ได้เห็นงานชิ้นนี้คงนับถือฝีมือของประติมากรอย่างมากที่ทำได้ (ตามบันทึก คนทำเป็นกรีกนะ ก็ไม่แปลกหรอก) ฟังก์ชันการใช้งานคือการนำไปประดับที่โรงอาบน้ำโรมัน จะเห็นได้ว่าความพลุ่งพล่าน พลังงานอันเคียดแค้น แรงแห่งความโกลาหลถูกแสดงไว้ในหินที่ถูกสลักให้ราวกับจะมีชีวิตได้ขนาดนี้ ดูสิ น่ากราบกรานแค่ไหน
3. The Runner
งานประติมากรรมชายคู่สีดำมะเมื่อมนี้ ทำให้ข้าพเจ้าหวั่นใจว่าเขาจะกระโจนเข้ามาหา เพราะตั้งท่าออกอย่างนั้น
The Runner ประติมากรรมขนาดเท่าคนจริง ยิ่งดูมีชีวิต ถ้าเราจ้องใบหน้าเขาซึ่งมีดวงตาเบิ่งมอง สีหน้าเตรียมพร้อมเหมือนกำลังวิ่งเขาหาตัวเรา
นับว่าเป็นงานยุคที่สมบูรณ์แสดง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และท่าทางที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม มีบางคนให้ความเห็นว่า อันที่จริงแล้วพวกเขาอาจไม่ใช่นักวิ่งก็ได้ แต่เป็นนักมวยปล้ำ (ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องจัดวางกันใหม่ ให้ทั้งสองเผชิญหน้ากัน) และมันก็น่าคิด เพราะถ้าเรามองไปยังใบหน้า เราจะเห็นความหวาดหวั่น เตรียมพร้อมเกินไปกว่าการวิ่ง เป็นงานยุคเฮลเลนิสติกที่สมบูรณ์ราวกับจะโลดแล่นออกมาในสภาพมนุษย์ได้จริง ว่าไปแล้วก็อาจจะจริงนะ พวกคุณคิดว่าไง
อันนี้เป็นงานที่เราชอบที่สุดในพิพิธภัณฑ์ เพราะทำให้เราหวาดหวั่น ราวกับจะมีชีวิต โดยเฉพาะนัยตาคู่นั้นยังคงเป็นนัยตา มีลูกตาจ้องมองเราได้จริงๆ
4. กลุ่มประติมากรรมนักรบผู้ปราชัย
อันที่จริงมันมีชื่อว่า The Lesser Dedication เป็นประติมากรรม 1 ชุด มี 9 ชิ้น แสดงให้เห็นถึงความมรณา และความสูญเสียของทุกฝ่ายในสงคราม (ประติมากรรมตายหมู่อันแสนเศร้า)นี้มีความพิเศษจากแนวคิดของการสร้างงานที่ล้ำหน้าไปกว่าชุดอื่น ๆ ที่เคยดูมา เพราะชุดก่อนนี้ก็เป็นกรณีของการเชิดชูวีรบุรุษ ยอมตายด้วยความกล้าหาญเพื่อธำรงเกียรติยศไว้ หรือว่าเป็นเรื่องของการต่อสู้ หรือชัยชนะต่อศัตรู
ทว่ามาถึงงานชิ้นนี้ กลับบอกสิ่งตรงกันข้าม แม้ว่าจะเป็นการสร้างภาพของศัตรูผู้รุกรานซึ่งพ่ายแพ้ปราชัย แต่ก็ทำได้อย่างชวนสงสารและงดงาม สภาวะทั้ง 9 ไม่ได้ดูโหดร้ายสร้างความรู้สึกสาสมใจได้เลย กลับทำให้รู้สึกเวทนาในฐานะมนุษยชาติด้วยกัน ที่ต้องมาร่วงโรยด้วยสงครามที่แสนจะโหดร้าย (ตรงข้ามกับชิ้นที่แล้วเลยเนอะ)
งานนี้สร้างโดยกษัตริย์แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน (Pergamon) เขียนบันทึกเรื่องชัยชนะที่มีต่อชนเผ่าผู้รุกราน โดยในภาพตรงส่วนหน้าสุดคือนักรบสตรีชาวอะเมซอน ส่วนขวาบนเป็นนักรบชาวกอลผู้นอนในลักษณะราบคาบ พ่ายแพ้หมดรูป ซ้ายมือคือนักรบเปอร์เซีย กุมดาบสั้นเอาไว้แน่น แม้จะเป็นวาระสุดท้าย ส่วนหลังสุดที่กำลังนั่ง คือ อสูรยักษ์ที่รบกับเหล่าเทพเจ้าแห่งโอลิมปัส ซึ่งก็กำลังจะทรุดกายลงด้วยความสิ้นหวัง
หลังจากที่เราดูประติมากรรมต่าง ๆ ที่ดุดันในห้องมาแล้ว เมื่อมาดูชิ้นเหล่านี้กลับให้ความรู้สึกเงียบสงบ สลดใจ แสดงถึงความไม่เที่ยงของชีวิตที่อยู่ในสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องเข้าสู่วาระสุดท้ายเดียวกัน อาร์ไอพี (R.I.P) สินะ
5. ซาติร์หลับ และ ซาติร์เมา
ซาติร์ (Satyr) หรือเซเทอร์ หรือ แซทเทอร์ (แต่วันนี้ขอเรียกว่า ชาติร์ เถอะ ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบชื่อนี้) คือ อมนุษย์ประเภทหนึ่งซึ่งมักถูกสร้างรูปลักษณะต่าง ๆ นานา บางคนก็ว่าเป็นร่างคน แต่มีหูและหางเป็นม้า บางทีก็ทำเป็นภาพครึ่งคนครึ่งแพะ มีเขาแพะและขาเป็นกีบ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ตระกูลช่างและความเชื่อของแต่ละชนชาติไป แต่ซาติร์ที่ในพิพิธภัณฑ์แห่งเนเปิลมีลักษณะเป็นมนุษย์ (แม้จะเป็นอมนุษย์ก็ตาม) หน้าตาอาจไม่หล่อ แต่ก็พอดูได้ ที่นี่มีซาติร์ 2 ชิ้นที่มีอิริยาบทคนละแบบกัน
ชิ้นแรกที่ขอแนะนำ มีชื่ออิตาเลียนคือ Satiro Dormiente แปลเป็นภาษาไทยว่าซาติร์หลับ ซึ่งเราดูแล้วราวกับว่าแกล้งหลับ แต่อันที่จริงคือกำลังทำท่าเซ็กซี่ยั่วยวนซะมากกว่า อย่างไรก็ตามนับว่าสวยงามมาก ซึ่งอาการแบบนี้อาจแสดงถึงการเมามายก็ได้ ดูแล้วแสดงถึงความอ่อนล้าแต่ก็รื่นรมย์ เป็นแบบนี้ก็ได้เช่นกัน
ส่วนชิ้นที่สองคือ Satiro Ebbro แปลเป็นไทยว่าซาติร์เมา ซึ่งดูคนละแบบกับอย่างแรก คืออันนี้กำลังเมาแบบไร้สติและดูน่าขัน ราวกับว่ากำลังจะหกคะเมนลงมาจากหน้าผาหินซะแล้ว
ไม่รู้สิว่าคนอ่านจะคิดยังไง แต่ผมคิดว่าทั้ง 2 ชิ้น แม้ว่าจะเรียกชื่อต่างกัน แต่มันก็คือ ซาติร์เมาเหมือนกันทั้งนั้นแหละ เพราะ ซาติร์เป็นสมุนของเทพไดโอนีซัส (Dionysus) หรือเทพแบคคัส (Bacchus) ซึ่งเป็นเทพแห่งไวน์และความรื่นเริง และพวกซาติร์นี้ กิจวัตรประจำวันก็คือการดื่มเหล้า เป่าปี่ วิ่งไล่กวดปล้ำนางไม้ ดูเป็นชีวิตที่ดูเหมือนสนุกไปวัน ๆ และไร้สาระ
ไม่รู้ว่าใครอยากจะมีชีวิตแบบซาติร์บ้าง บางทีก็อาจจะดีนะ อยากใช้ชีวิตแบบ Absurd ดูบ้าง
6. นาร์ซิสซัส (ผู้ที่ถูกเข้าใจผิด)
นี่คือประติมากรรมที่ผมชอบและหลงใหลที่สุด คิดว่าสวยที่สุดแล้วในพิพิธภัณฑ์ เป็นเทวรูปขนาดเล็กท่าทางอ่อนช้อย นิ่มนวลมาก ด้วยเหตุนี้ มันจึงถูกเข้าใจว่านี่คือ นาร์ซิสซัส
นาร์ซิสซัส คือชายหนุ่มรูปงามที่มีจุดจบอันแสนเศร้า คือการเฝ้ามองเงาของตนในน้ำ และพบว่าแม้จะมองเห็นความงาม แต่ก็มิอาจสัมผัส เขามองร่างนั้นด้วยความสิ้นหวังและฝันใฝ่ ไม่กินไม่นอน จนร่างโรยรา ตรอมใจตายไปเอง
นี่ไง เทพที่หล่อที่สุด อ่อนไหวที่สุด แบบเดียวกับงานชิ้นนี้เลย ใคร ๆ เลยบอกว่านี่ต้องเป็นนาร์ซิสซัส ถ้าบอกว่าเป็นคนอื่นก็คงไม่เชื่อใช่ไหม
แต่ทว่า ข้อสันนิษฐานใหม่ในวงการวิชาการก็ดันมีคนไม่เชื่อเช่นนั้นจริงๆ เพราะมาคนบอกว่าแท้จริงน่าจะเป็นเทพไดโอนีซัส (Dionysus) เทพเจ้าแห่งไวน์มากกว่า โดยสังเกตจากพวงมาลัยใบไม้ที่สวมศีรษะ ร้องเท้าบู๊ท และมือที่ดูเหมือนกำลังจะป้อนไวน์ในกับเสือดาว สัตว์เลี้ยงตัวโปรด
7. ข้าวของสิ่งใช้ ที่มีอักขระจารึก
ของแถมจากบทนี้คือนอกจากประติมากรรมต่างๆแล้ว เรายังพบป้ายอะไรที่อ่านไม่ออก ซึ่งก็มีคนมาแปลให้แล้ว หลายๆสิ่งก็ยังคงเป็นอะไรที่เรายังคงใช้อยู่ เพียงแต่รูปแบบมันคนละแบบและใช้วัสดุต่างกันเท่านั้น เอามาให้ชมกันนิดหน่อย
ป้ายหาเสียง
ป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งจากปอมเปอี ระบุชื่อผู้สมัคร ตำแหน่งที่สมัคร พร้อมลงข้อความวิงวอนให้มาลงเสียง
ป้ายโฆษณา สปา
ป้ายหน้าร้าน ที่โฆษณาว่า ที่นี่คือสปาชั้นเลิศ เป็นโรงอาบน้ำแบบบาร์ มีทั้งน้ำทะเลและน้ำจืด ซึ่งต้องถือว่าใข้วิศวกรรมชั้นสูงจึงจะทำได้ จัดเป็นสปาชั้นผู้ดี มีสกุล
ปฏิทินโรมัน
ปฏิทินโรมันโบราณ คอลัมด้านซ้ายเป็นเดือน ม.ค. กลางคือ ก.พ. ขวาคือเดือน มี.ค.
แต่ละเดือนจะบอกจักรราศีต่าง ๆ บอกว่าเดือนนั้นมีกี่วัน บอกความยาวของกลางวันและกลางคืน ตำแหน่งดวงอาทิตย์ เทพเจ้าผู้คุ้มครองเดือนนั้น เทศกาลทางศาสนา และงานการเกษตรที่ต้องทำ
เห็นแล้วรู้สึกว่าปฏิทินที่พวกเราใช้นั้นช่างธรรมดาเสียจัง ถ้าเทียบกับชาวโรมัน
จริงๆยังมีอะไรอีกเยอะที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรมัน ถ้ามีเวลาอาจมาเล่าต่อ หรือขอมาก็ได้นะ
ประวัติศาสตร์
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
เที่ยวยุโรป
1 บันทึก
5
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
อิจฉากรุงโรม ริษยาเนเปิล
1
5
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย