Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อิจฉาอิตาลี
•
ติดตาม
3 มิ.ย. เวลา 05:59 • ท่องเที่ยว
ใช่ว่า จะอยากมา ซะเมื่อไร
เนเปิลส์ไม่ได้อยู่ในรายการที่ผมจะไปเลย มันเป็นสิ่งบังเอิญอาจเรียกได้ว่าเป็นของขวัญพิเศษที่พระเจ้าวางแผนเอาไว้โดยแท้ แต่เนื่องด้วยผมต้องการมาชมซากเมืองปอมเปอี เมืองโบราณที่ถูกถล่มด้วยเถ้าภูเขาไฟจนเป็นเสมือนแคปซูลเวลาที่นิ่งสนิทไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน ก่อนที่จะเผยตัวให้นักโบราณคดีได้ค้นพบ ด้วยเหตุนี้จึงคิดจะใช้เนเปิลส์เป็นที่พักนอน แล้วก็แวะเวียนเดินเล่นไปเรื่อย เพื่อจะไปเดินเอาสาระจริงๆที่ปอมเปอีมากกว่า
“จำไว้นะอย่าเสียเวลาที่เนเปิลมาก เรามาแวะและจะไปต่อ"
ผมเตือนตัวเองขณะทำรายการตารางเที่ยวอยู่”
แต่เมื่อดูรายละเอียดแล้ว ผมคิดผิดไปเลย
เนเปิลส์มีอะไรให้ได้เข้าไปดูมาก พระราชวัง โบสก์ ปราสาท พิพิธภัณฑ์ที่มีของสำคัญ และเมืองก็น่าเที่ยวมาก ยิ่งดูไปยิ่งถลำลึก ผมจึงเปลี่ยนใจมาอยู่ที่เนเปิลนานขึ้น
เมื่อแรกเหยียบเนเปิล หลังจากก้าวออกจากสถานีรถไฟแวบแรกก็ต้องร้องโอ้โห
ทำไมมันดูเสื่อมโทรมจัง เหมือนมันไม่ใช่ยุโรปเลย มีคนดำ มีขยะ มีแผงลอยหน้าสถานีรถไฟ ขายของถูกๆของมือสอง มีร้านอาหารถูกๆเรียงราย (แต่ดูแล้วก็น่ากินอยู่นะ วันหลังจะมาลอง)
แต่บอกตัวเองว่ารีบเดินไปเถอะ เพราะสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาที่พัก ซึ่งพอไปดูแล้วพบว่ามันอยู่ในตึกแถว ไม่น่าพักเลย แต่จากแผนผังก็แน่ใจนะว่าเป็นที่นี่ แต่ไม่เห็นมีใครอยู่ เห็นแต่ห้องว่างๆที่ไม่มีลิฟต์ แต่มีตู้อันหนึ่ง (ซึ่งดูไปดูมาก็เลยคิดว่ามันคงจะเป็นลิฟต์แหละ แต่โบราณจนคงจะใช้ไม่เป็น ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ) เปิดประตูเข้าไปข้างในก็รู้สึกเหมือนอยู่ในกรงขัง เริ่มรู้สึกกลิ่นอายของอาชญากรรมแล้ว สถานการณ์ดูไม่น่าไว้วางใจ เข้าไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานยังไงซะอีก มันไม่ได้พาเราไปชั้นไหนเลย
โชคยังดีที่เราเจอคุณลุงคนนึง ใส่เสื้อโค้ทหลวมๆสีดำ ใส่หมวกดำ ก็เลยขอให้ลุงช่วย เขาก็บอกว่าเราต้องใช้เหรียญหยอดลงไป แล้วกดปุ่ม มันจึงจะทำงาน (โธ่ ไม่บอกแล้วใครจะไปรู้?)
อ้อ หาเหรียญไม่เจออีก คุณพ่อเฒ่าก็เลยช่วยออกเงินให้ แหมต้องขอขอบพระคุณมาก
ที่พักที่เราจะไปอยู่ก็คือเอาห้องแถวมาทำเป็น Hostel น่ะแหล่ะ ดูแลโดยคุณลง (ซึ่งจะเรียกว่าคุณตาก็ได้นะ ดูสภาพแล้ว) ทางเข้าประตูมันมีลูกกรงอยู่เก่า ๆ เหมือนมันจะพังแต่ไม่พัง กำลังคิดอยู่ว่าฉันจะเข้าไปได้ไง นึกไว้ว่ามันมีปุ่มกด พอกดก็มีเสียดังออกมากถามว่ามาทำไร ต้องตอบไปว่าฉันจะมาโรงแรมนี่แหล่ะถึงได้เข้าไปได้
ตั้งแต่ลงมาจากสถานีก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ แต่ยังอยู่ในโหมดเปิดหูเปิดตา แต่พอมาถึงโรงแรม เริ่มจะรู้สึกมากขึ้นแล้ว
ห้องเราอยู่ใกล้ ๆ ล๊อบบี้นี่เอง แหมจะเรียกล๊อบบี้ก็ไม่ใช่ มันเป็นเหมือนบ้านเล็ก ๆ ที่ซอยห้องให้เขาเช่า ห้องนี้ก็คนละอารมณ์กับในโรมเลย จากโรมดูเป็นคุณนายมาพักร้อนเที่ยวเล่น แต่ที่นี่ดูเหมือนห้องคนใช้ยังไงอยู่ อารมณ์เหมือนสาวน้อยถ่อร่างมาหางานทำในบางกอก ทั้งเตียง เฟอร์นิเจอร์ ของใช้อะไรดูสไตส์คิดถึงห้องคนใช้ในบ้าน เปิดหน้าต่างออกไปเจอความเป็นเนเปิลอีกแล้ว ฝั่งตรงข้ามก็เป็นตึกแถวสวย ๆ เก่า ๆ แบบนี้แหล่ะ และมีเสื้อผ้าต่าง ๆ ตากราวไปที่ระเบียง
ลิฟต์ขึ้นไปได้นี่ก็ค่อยยังชั่วหน่อย มีคุณตาหน้าตาไม่ค่อยจะรับแขกออกมารับเรา เสียงแหบเหมือนตัวละครดาร์ทเวเดอร์ สักพักเราก็เข้าไปในห้องพักได้ มีหน้าต่างและระเบียงบานใหญ่ มองเห็นหน้าต่างของตึกตรงข้าม แน่นอน บนระเบียงนั้นมีผ้าตากอยู่ ฝั่งตรงข้ามมีตากบนระเบียงมองไปด้านข้างก็ตากผ้า ด้านขวาก็ตากผ้า
นี่แสดงว่าเราได้มาถึงเนเปิลแล้ว เฮ้!!!!
ตอนนี้ได้ยินเสียงพลุดังขึ้น พยายามแหงนมองว่ามีพลุตรงไหนก็ไม่เห็น แต่แล้วก็มีเสียงบอกให้หันไปดูด้านขวามือ ดอกไม้น้อย ๆ กระจายตัวบนท้องฟ้า ดูงดงามแต่แสนไกล แต่มีอยู่ใกล้ ๆ ก็คือชายหนุ่มอิตาเลียนเจ้าของเสียงที่ชักชวนให้เราเมียงมอง
เขาชื่อ โจวันนี มาจากเมืองอะไรก็ไม่รู้ มาที่เนเปิลเพื่อจะไปทำงานที่ใดที่หนึ่ง ยื่นขนมมาให้เรากิน บอกว่าได้ยินชื่อเสียงของเมืองไทยมาก และก็ชอบอาหารไทย
“อยากไปไหนล่ะ” ผมถาม
“สมุยหรือภูเก็ต” เขาบอก
เอ้อ คนละแนวกะเราเลย ผมไม่ชอบทะเลเท่าไร ชอบเมืองโบราณมากกว่า
ดีเหมือนกันได้ผูกมิตรเพื่อนบ้าน นอกจากได้ดูดอกไม้ไฟแล้ว ยังได้กินขนมอีก
ประวัติศาสตร์
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
เที่ยวยุโรป
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
อิจฉากรุงโรม ริษยาเนเปิล
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย