1 มิ.ย. เวลา 17:25 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

น้ำมันสกัดเย็น vs น้ำมันสกัดร้อน ต่างกันอย่างไร?

​ลองจินตนาการถึงการคั้นน้ำผลไม้สดๆ ทานเองที่บ้าน กับน้ำผลไม้กล่องที่ผ่านการต้มและใส่สารเคมีในโรงงาน การสกัดน้ำมันก็มีลักษณะที่คล้ายกันแบบนั้นเลย
1. น้ำมันสกัดเย็น (Cold-Pressed Oil) คือการนำเมล็ดพืชหรือผลไม้มา "บดและบีบอัดด้วยแรงกล" เพื่อรีดน้ำมันออกมาโดยตรง กระบวนการนี้จะควบคุมให้เกิดความร้อนต่ำที่สุด ทำให้สารอาหารตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ถูกทำลายไป
2. น้ำมันทั่วไป (น้ำมันผ่านกรรมวิธี/สกัดร้อน) มักจะใช้ความร้อนสูงมากและใช้สารเคมี (ตัวทำละลาย) เข้าช่วยเพื่อกัดเอาน้ำมันออกมาให้ได้ปริมาณมากที่สุด จากนั้นต้องผ่านกระบวนการเติมด่าง ฟอกสี และดับกลิ่น ซึ่งความร้อนที่สูงมากในโรงงานนี้เองที่ทำให้สารอาหารดีๆ ในน้ำมันพากันโบกมือลาเราไปเกือบหมด
3 เหตุผลหลักที่ "น้ำมันสกัดเย็น" ดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่า
1. วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ครบถ้วน
​เนื่องจากไม่โดนความร้อนทำลาย น้ำมันสกัดเย็นจึงมีสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการติดมาด้วยในปริมาณสูง เช่น
1.1) วิตามินอี (Tocopherols) ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและปกป้องเซลล์ในร่างกาย
1.2) สารกลุ่มสเตอรอลจากพืช (Phytosterols) ที่ช่วยบล็อกการดูดซึมคอเลสเตอรอลตัวร้ายในลำไส้
1.3) สารฟีนอลและแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย
💡 ข้อแตกต่าง: สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ มักจะถูกทำลายหรือถูกสกัดออกไปเกือบหมดในระหว่างกระบวนการขัดสีและบำบัดด้วยความร้อนของน้ำมันบริสุทธิ์ทั่วไป
2. ปลอดภัยจาก "ไขมันทรานส์" 100%
​น้ำมันสกัดเย็นแท้ๆ จะ ไม่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acids) เลย ในขณะที่น้ำมันพืชทั่วไปที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมีและความร้อนสูงในโรงงาน (โดยเฉพาะขั้นตอนการดับกลิ่น) อาจส่งผลให้เกิดไขมันทรานส์สะสมขึ้นมาได้ (เฉลี่ยประมาณ 1%) ซึ่งไขมันทรานส์นี้เองที่เป็นตัวการร้ายทำลายหลอดเลือดและหัวใจ
3. เป็น "อาหารฟังก์ชัน" ช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
​น้ำมันสกัดเย็นอุดมไปด้วยกรดไขมันดี กลุ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA หรือ Polyunsaturated fatty acids) เช่น โอเมก้า-3 และ โอเมก้า-6 ที่สมดุล การทานน้ำมันสกัดเย็นเป็นประจำร่วมกับอาหารที่ดี จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคยอดฮิตของคนยุคนี้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เป็นต้น
นอกจากได้ประโยชน์ทางสุขภาพแล้ว น้ำมันสกัดเย็นยังมี กลิ่นหอมและรสชาติตามธรรมชาติ ของพืชชนิดนั้นๆ อย่างเด่นชัด เหมาะมากสำหรับการนำไปทำน้ำสลัดคลุกเคล้ากับผักสด หรือใช้เหยาะปรุงเหยาะท้ายหลังจากปรุงอาหารเสร็จเพื่อเพิ่มความหอมและคุณค่าทางอาหาร
สรุปส่งท้าย
​แม้ว่าน้ำมันสกัดเย็นอาจจะมีราคาสูงกว่าและเก็บรักษาได้ไม่นานเท่าน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธี (เพราะไม่มีสารเคมีกันหืนสังเคราะห์) แต่ถ้าเรามองในมุมของ "การลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว" น้ำมันสกัดเย็นคือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน เพราะมันคือน้ำมันที่ธรรมชาติมอบให้เราอย่างแท้จริง โดยไม่ผ่านการปรุงแต่งทางเคมีใดๆ
เอกสารอ้างอิง
Chandra, S., Kumar, M., Dwivedi, P., & Shinde, L. P. (2020). Functional and nutritional health benefit of cold-pressed oils: a review. Journal of Agriculture and Ecology, 9, 21-29.
โฆษณา