2 มิ.ย. เวลา 17:32 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

"เจาะลึกนิทรรศการ Digimon Adventure 25 ปีแห่งความทรงจำและมิตรภาพ"

"ทุกเวลา...นับถอยหลัง วันเดือนเคลื่อนไป
เปลี่ยนก็เพียงวันเวลา
ไม่อาจลบความจริงใจให้เปลี่ยนไป
โอบไหล่คู่ขวัญขอแค่บ่าฟ้ารับรู้เรา,,,"
.
.
.
เพียงพริบตาที่ก้าวเท้าเข้านิทรรศการ
ก็เหมือนได้ย้อนเวลาไปในวันวาน
ของคืนวันอันแสนสุขสดใสวัยเยาว์
กับเรื่องราวของเหล่าเด็กที่ถูกเลือก
จากกลุ่มแรกทั้ง 7 คน เมื่อครั้งประตูมิติ
เปิดเข้ามาพากันหล่นลงมายังอีกดินแดน
พร้อมเสียงเล็กใสๆ ของผองเพื่อนอีกสายพันธุ์
ที่กำลังเฝ้ารอคู่หูของพวกเรามาแสนนาน
ใครจะคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งตำนาน
การผจญภัยที่ให้อะไรมากมายในความทรงจำ
นึกถึงทีไรก็มีความสุขได้ทุกครั้งเลย
เฉกเช่นวันนั้นที่เคยหยิบดิจิไวซ์
สวมหัวใจเป็นตัวละครและพาดิจิมอน
เติบโตพัฒนาไปด้วยกันทั้งกายใจ
เมื่อรู้ดีว่างานอีเวนต์ย้อนวัยแบบนี้
คงไม่ได้มีให้เห็นบ่อยครั้งเท่าไหร่นัก
ผมจึงพยายามบอกตัวเองว่า
ค่อยๆ ดื่มด่ำไปให้เต็มที่นะ
ตั้งแต่ตอนยืนต่อคิวเข้างานวันแรกๆ
ที่เนืองแน่นไปด้วยเหล่าเด็กที่ถูกเลือก
ต่างพากันตบเท้า เข้ามาด้วยใจมั่น
มองเข้าไปก็จะเจอกับรอยยิ้มและแววตาชวนฝัน
ส่องประกายส่งหากัน
บางคนคอสตูมจัดเต็มเป็นแนวคอสเพลย์
บางคนมินิมอลสบายๆ แค่มีดิจิไวซ์ติดนำทาง
ไม่ก็ใส่ accessories เบาๆ อย่างหมวกเกรย์มอน
หรือบางคนก็พาลูกน้อยมาเก็บโมเมนต์ด้วย
เพราะเด็กที่ถูกเลือกในวันนั้น ต่างก็เติบโต
เป็นเด็กหนวดกันหมดแล้วในวันนี้
และมีอีกหลายคนที่เมื่อเดินผ่านตู้โชว์ฟิกเกอร์
วางดิจิมอนไว้เรียงรายทั้งร่างสุดยอด ร่างฟิวชัน
รวมถึงร่างต้นพร้อมคู่หูในแอคชันต่างๆ
ก็พากันยิ้มกว้าง หยิบกล้องออกมาถ่ายเก็บไว้
ดูไปก็แอบยิ้มตามเลยทีเดียว
เมื่อสิ้นเสียงพนักงานผายมือต้อนรับ
ให้ก้าวเข้าไปในงานตามสัดส่วน
จำนวนที่น่าจะพอดี เพราะคนเยอะเหลือเกิน
พริบตาที่เดินเข้าไปก็รู้สึกราวกับได้
เข้าสู่โลกดิจิทัลที่คุ้นเคย
ตั้งแต่มุมแรกที่มีอากุมอนเพื่อนซี้คนเดิม
ยืนยิ้มรอทักทายทุกคน พร้อมทำเนียบ
เหล่าเด็กที่ถูกเลือกในภาคแรก
มีข้อมูลและรูปแปะไว้ให้อ่านง่ายๆ
พอให้ย้อนนึกได้ ว่าใครมีตัวตนยังไง
พอค่อยๆ เดินเข้าไปก็จะได้พบกับ
โซนต่างๆ ที่นำเกร็ดข้อมูลบางอย่าง
มานำเสนอแบบสั้น กระชับ เข้าใจง่าย
ทั้งไทม์ไลนตั้งแต่ภาคแรกถึงปัจจุบัน
ทั้งฉากและประโยคคลาสสิกจากในอนิเมะ
มาร้อยเรียงผ่านมุมต่างๆ ให้ดื่มด่ำไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นคืนวันแรกที่
พวกไทจิและโคโรมอนได้พบกัน
 
ร่วมฝ่าฟัน พัฒนา ร่วงหล่น
ผจญภัยต่อสู้กับอำนาจมืด
พร้อมหยาดเหงื่อ น้ำตา
มีห้วงเวลาที่สุข ทุกข์ เข้าใจและไม่เข้าใจกัน
แต่ก็ยังกอดคอจับมือกันจนสุดทาง
ขณะที่ได้เห็นฉากเหล่านั้น
และประโยคต่างๆ ที่คุ้นเคย
ความรู้สึก ณ ตอนนั้นมันก็ค่อยๆ
ฉายภาพเคลื่อนไหว พรั่งพรูอยู่ในใจ
เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยังหลั่งไหลผ่านความทรงจำ
ฉันรอไทจิมาตลอดเลยนะ ฉันชื่อโคโรมอน
ทำไมมีแค่ฉันคนเดียวที่ยังไม่วิวัฒนาการ?
ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้พบกับนาย ขอบคุณนะ วิซาร์ดมอน!
แค่ได้กลับมาสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้อีกครั้ง
น้ำตาข้างในคล้ายจะไหลออกมาเลย
ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานเท่านั้นเอง
พร้อมค่อยๆ เก็บตราปั๊มรูปดิจิมอน Gen 1
ทั้ง 8 ตัวตามจุดต่างๆ นับเป็นกิมมิคที่น่ารักดี
มีคนเช็กอินตามกันเป็นแถบเลย
เวลาค่อยๆ ล่วงผ่านไปช้าๆ ในความรู้สึก
จากมุมหนึ่งเข้าไปอีกมุมหนึ่ง
เดินไปได้เกือบครึ่งทางก็พบว่า
นี่ยังเป็นเหตุการณ์ในภาคแรกอยู่เลย
จนแอบสงสัยในใจว่าเน้นช่วงปฐมบทขนาดนี้
พื้นที่ที่เหลือจะพอให้เล่าภาคต่อได้เต็มที่มั้ยนะ
เพราะเคยมานิทรรศการคาเมนไรเดอร์ในที่เดียวกัน
เลยรู้ว่าขนาดของงานจะเหลืออีกประมาณไหนยังไง
ก่อนจะได้คำตอบในใจว่า
ทุกอย่างถูกรวบรัดจำกัดในพื้นที่ตัวเอง
ตั้งแต่ภาค Zero Two จน The Beginning
ที่มีเพียงการสรุปคร่าวๆ สลับกับการนำไอเทม
อย่างดิจิไวซ์แต่ละรุ่น หนังสือภาพ จออนิเมะ
รวมถึงเหตุการณ์สำคัญในมูฟวี่ภาคพิเศษ
ประกอบกับภาพเบื้องหลังชิ้นงานเล็กน้อย
ทั้งภาพสเก็ตต์ตัวละคร ภาพสตอรี่บอร์ด
ให้พอรู้เรื่องว่ามีกิมมิคยังไงบ้าง
ตรงนี้เลยแอบจางไปอย่างน่าเสียดาย
เพราะดิจิมอนแต่ละภาคล้วนมีจุดเด่นของตัวเอง
ให้เอามาเล่าและขยี้ให้เข้มแบบเข้าถึงอารมณ์
ไม่ว่าจะเป็นไข่ Digimental อันเป็นจุดขาย,
เหล่านักรบในตำนานภาค Frontier ที่หายไป
หรือการ์ดภาค Tamer ที่วางไว้ในตู้แค่บางเบา
ด้วยความที่เข้ามาแล้วเห็นการเน้นภาคแรกขนาดนี้
ใจเลยแอบมีความคาดหวัง อยากจะดื่มด่ำให้คุ้ม
พอเน้นไม่ครบเลยแอบรู้สึก “ไม่อิ่ม” แบบที่คิด
อย่างในงานคาเมนไรเดอร์ที่มี Side Stories
เบื้องหลังที่ไม่เคยเห็นในจอค่อนข้างเยอะ
ตั้งแต่ภาพดีไซน์แรกของ V.1 และเกร็ดต่างๆ
ที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนจากยุคโชวะถึงเรวะ
เป็นสัดส่วนที่กำลังพอดี ตอบโจทย์แฟนๆ ทุก Gen
กลับมาที่ดิจิมอนพอเราได้เห็นภาพรวม
แม้จะแอบเสียดาย แต่ก็ยังดีใจ
ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน
กลับไปย้อนวันวานของการ์ตูนเรื่องหนึ่ง
ซึ่งตราตรึงอยู่ในใจเสมอมา
ไฮไลต์อื่นๆ ยังมีทั้ง
จุดถ่ายรูปกับ “โอเมกามอน”
ทั้งตู้ Photo Booth แบบพิเศษ
เดินผ่านทีไรก็มีคนถ่ายอยู่ข้างใน
ทั้งจุดจุ่มการ์ดทั้ง 8 ดีไซน์
ที่เหล่าเด็กที่ถูกเลือกให้ความสนใจ
ต่อคิวกันมาก รอกันนานกว่าจะถึงคิว
เพราะหลายคนจุ่มจนกว่าจะได้ตัวที่ชอบ
ตัวการ์ดสวยเลย กึ่งแข็ง เนื้อดีกว่ากระดาษทั่วไป
สายสะสมน่าจัดมาอยู่ในคอลเลคชันทีเดียว
เสื้อสวยเท่มากกกก ตัวละแค่ 499.-
ทั้งจุดขายสินค้าน่าสนใจมากมาย
โดยเฉพาะสินค้า Exclusive เฉพาะในงาน
บอกเลยว่าเสื้อยืดสวยเท่มากกกก
จนผมธาตุไฟแตกเหมือนถูกฟันเฟืองสีดำ
เข้าครอบงำหยิบซื้อตัวนั้นตัวนี้รัวๆ
เสียดายบางลายไซซ์หมดเร็วเหลือเกิน
นอกนั้นทั้งสมุก นาฬิกา พวงกุญแจ
และอีกหลายอย่างดูน่ารัก น่าเก็บเช่นกัน
แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการรวมพล
ของเด็กที่ถูกเลือกทุกคนที่ได้สานฝัน
กลับมายังโลกดิจิทัล มายังเกาะไฟล์
ร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกครั้ง
ซึ่งผมชอบโมเมนต์ที่หลายคนพากันเดินไปมา
บางคนก็ชี้บอกคนที่มาด้วยกัน
ถามกันว่านี่ๆ จำฉากนี้ได้มั้ย
เออใช่ๆ ตอนนั้นมันเป็นแบบนี้
เรื่องราวมันพีคมาก คิดถึงแฮะ
บางคนเดินผ่านภาคอื่นๆ
ก็สะกิดบอกว่าเหยย เราชอบนะ
Digimon Tri อ่ะ ถึงใครจะไม่ชอบก็ตาม
จนผมแอบยิ้มเบาๆ ว่าทางนี้ชอบเหมือนกัน ;)
และว่าจะหาเวลากลับไปดูใหม่ รวมถึงเปิดจักรวาล
พวกภาคอื่นๆ อย่าง Saver ดูสักที
ทั้งนี้สำหรับใครที่รัก Digimon
ไม่ว่าจะเริ่มดูจากตอนไหน ยังไง
งานนิทรรศการนี้เหมือนพูดแทนใจเรา
ในหลายแง่มุมเลยทีเดียว ผสานกับบทเพลงต่างๆ
ที่ยังคงก้องดังในความทรงจำ
ทั้งออกอาวุธ, หัวใจกล้าแกร่ง, ปีกรักฯ
ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้อย่างดี
และรู้สึกโชคดีที่ในชีวิตอันวุ่นวาย
กับโลก สังคม การทำงาน
ยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้ให้เราได้พักใจ
อาจเหมือนเรื่องราวที่เคยขับขานไว้ในบทเพลง
.
.
.
“ฉันขอฉันขอวอนผ่านฟ้า
วิงวอนดวงดาวที่สดใส
ดวงดาวได้โปรดเถิด
ฉันขอฉันขอวอนผ่านฟ้า
ดวงดาวจงพาให้ผ่านพ้น
ฉันขอฉันขอวอนผ่านฟ้า
วิงวอนดวงดาวด้วยหัวใจ
เอาใจนั้นต่างปาก
ฉันอยากมองเห็น
เห็นวันพรุ่งนี้ยืนยงคู่ฟ้าดิน
เห็นวันมีเรา…
.
.
.
I wish,,,🎙️🌵”
🌐 ตอนนี้ยังเปิดจำหน่ายบัตรใน Ticketmelon อยู่ครับ
ไปได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ - 2 ส.ค. นี้เลย
ที่ JAM SPACE, MBK CENTER ชั้น 4 ZONE A
เปิดตั้งแต่ 11.00 - 21.00 น.
(ใครไม่รีบแนะนำรอเวลาอีกหน่อย ช่วงนี้คนเยอะมากครับ)
🇯🇵 ขอบคุณทาง: JAM TH มากๆ นะครับที่ให้เกียรติชวนไปร่วมงาน เป็นการฉลองครบรอบ 25 ปีดิจิมอน ที่มีความหมายต่อใจจริงๆ
ขอบคุณแอดมินเพจ Tai Dee Dee เด็กที่ถูกเลือกอีกคน ที่มาเป็นเพื่อนร่วมทางในงานครับ
“ถ้าเธอยังไม่ลืมเรื่องราวของเหล่าดิจิมอน
และถ้าหัวใจของเธอยังปรารถนาจะเจอ
พวกเขาจะอยู่ในใจเธอเสมอ
.
.
ไม่สิ…บางที
ประตูสู่โลกดิจิทัล
จะต้องเปิดออกอีกครั้งแน่นอน,,,”
โฆษณา