3 มิ.ย. เวลา 07:19 • ข่าว

เคนยาประท้วงเดือด ถูกสหรัฐเลือกเป็นศูนย์กักกันอีโบล่า

ชาวเคนยาหัวจะปวด เมื่อได้ข่าวว่าสหรัฐเตรียมใช้เคนยาเป็นศูนย์กักกันสำหรับพลเมืองสหรัฐที่ติดเชื้ออีโบลา ทำชาวเคนยาเดือดจัด ออกมาประท้วงหนักว่าทำไมสหรัฐไม่ยอมรับพลเมืองของตนไปกักตัวที่ประเทศตัวเอง แต่กลับส่งมาให้เคนยาแบกรับความเสี่ยงโรคระบาดร้ายแรง และชาวเคนยาไม่ใช่พลเมืองชั้นรองของประเทศใด
ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดเชื้ออีโบลาระลอกใหม่ในปี 2026 กำลังจะกลายเป็นดรามาเหยียดเชื้อชาติใหญ่โตไปเสียแล้ว ต้นเรื่องไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ โดนัลด์ ทรัมป์ ขาประจำหน้าสื่อของเรานี่เอง ที่เพิ่งออกคำสั่งล่าสุด ห้ามพลเมืองสหรัฐที่เสี่ยงติดเชื้ออีโบลากลับมารักษาตัวในแผ่นดินสหรัฐโดยเด็ดขาด
คำสั่งนี้อ้างอิงจากคำแนะนำของ ดร.เมห์เม็ด ออซ ผู้บริหารศูนย์บริการประกันสุขภาพ ที่แนะนำว่าการให้ชาวอเมริกันที่เข้าข่ายเฝ้าระวังเชื้ออีโบลา เก็บตัวอยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงจะได้รับการรักษาได้เร็วกว่า และเคนยาก็อยู่ไม่ไกลจากคองโก ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของอีโบลาระลอกใหม่ อีกทั้งยังมีฐานทัพของอังกฤษ และ ชาติพันธมิตรอีกหลายชาติที่พร้อมขอความช่วยเหลือได้
1
ว่าแล้วรัฐบาลทรัมป์ก็ตัดสินใจอย่างว่องไว โดยวางแผนจะขอยืมฐานทัพอากาศไลคิเปีย ในเมืองนันยุกิของเคนยา มาเป็นศูนย์กักกันผู้ป่วยอีโบลา สำหรับพลเมืองสหรัฐ
และเตรียมที่จะเปิดเตียงผู้ป่วย 50 เตียง พร้อมส่งอุปกรณ์ และบุคลากรการแพทย์ไปประจำที่เคนยาภายในวันศุกร์ (29 พฤษภาคม 26) นี้แล้ว โดนจะจ่ายเงินให้รัฐบาลเคนยาจำนวน 13 ล้านเหรียญเป็นค่าสถานที่ (แต่เรียกใหม่ว่าเป็นค่าใช้จ่ายของการเป็นพันธมิตรด้านสาธารณสุข)
1
ทันทีที่มีข่าวออกมา ชาวเคนยาในพื้นที่ไม่พอใจอย่างมาก ที่รัฐบาลของตนอนุญาตให้สหรัฐเอาฐานทัพของเคนยามาใช้เป็นศูนย์กักกันอีโบลาแลกจำนวนเงินเพียงเล็กน้อย ไม่คุ้มค่าความเสี่ยงที่เคนยาต้องเปิดประเทศรับผู้ติดเชื้อชาวอเมริกันเข้ามา ในขณะที่ยังไม่พบเคสผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีโบลาในเคนยาเลยแม้แต่คนเดียว
"ก็ในเมื่อรัฐบาลควรรับผิดชอบพลเมืองของตนไปกักกัน และ รักษาตัวในประเทศตัวเอง ทำไมถึงเอามากักตัวไว้ที่ประเทศคนอื่น ชาวเคนยาก็รักประเทศตัวเองเหมือนกัน"
"สิ่งที่น่าตกใจก็คือแม้แต่ชาวอเมริกันยังไม่อยากให้เพื่อนร่วมชาติที่ติดเชื้อกลับมาเหยียบประเทศตัวเอง แต่กลับส่งมาที่เคนยา เห็นชีวิตพวกเรามีค่าน้อยกว่าพวกเขาหรือไง"
"การใช้เคนยาเป็นสถานที่กักกันเชื้ออีโบลา มันเสี่ยงอันตรายต่อระบบสาธารณสุขที่เปราะบางของเรามาก หากมีเชื้ออีโบลาหลุดออกมาจากศูนย์ เราไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะรับมือกับหายนะนั้นได้เลย"
นี่คือความเห็นส่วนหนึ่งของชาวเคนยาที่ไม่พอใจแผนการนำผู้สัมผัสเชื้ออีโบลาชาวอเมริกันเข้าประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเคนยายังเปรยว่า อาจขยายเป็นศูนย์กักตัวอีโบลาแบบเต็มตัวที่ไม่ใช้แค่กับคนอเมริกันด้วย ชาวเคนยาในพื้นที่จึงเหลือทน จนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงรัฐบาลเคนยาอย่างรุนแรงตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 2 คน
และล่าสุดศาลสูงเคนยาได้ออกคำสั่งระงับข้อตกลงอีโบลากับสหรัฐชั่วคราวแล้ว และให้รัฐบาลเคนยาต้องเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวให้ประชาชนรับรู้ด้วย
1
แต่นั่นเป็นปัญหาของเคนยา โดยเฉพาะชาวเมืองนันยุกิ ที่ไม่อยากเห็นเมืองของตัวเองกลายเป็นนิคมโรคอีโบลา เป็นพลเมืองของชาติไหน ชาตินั้นก็ต้องดูแลรับผิดชอบเองสิ!
1
แต่ถึงยังไงรัฐบาลสหรัฐก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่นำพลเมืองที่สัมผัสเชื้ออีโบลากลับมากักตัว หรือรักษาในสหรัฐอย่างแน่นอน จากคำสัมภาษณ์ของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ออกมายืนยันเองเมื่อ 28 พฤษภาคมในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า "เราไม่สามารถ และจะไม่อนุญาตให้มีเคสอีโบลาเข้าประเทศโดยเด็ดขาด"
1
ซึ่งเคสผู้ป่วยอีโบลาชาวอเมริกันที่พบเมื่อเดือนก่อน เป็นแพทย์อาสาในคองโก ซึ่งรัฐบาลสหรัฐก็ไม่รับเคส แต่ส่งตัวไปรักษาที่เยอรมัน พร้อมภรรยา และลูกๆ อีก 4 คนที่ถูกส่งตามไปกักตัวด้วย
สถานการณ์การแพร่ระบาดของอีโบลาในวันนี้ พบผู้ติดเชื้อถึง 282 ราย จากกลุ่มสี่ยงสัมผัสเชื้อมากกว่า 1000 คนในคองโก ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด
ส่วนอูกานดาประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน พบผู้ติดเชื้ออีโบลา 9 ราย แต่สำหรับเคนยา ที่มีพรมแดนติดกับอูกานดาอีกทอดหนึ่งยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
แต่ชาวเคนยาวิตกว่าหากไม่ตรวจสอบชาวต่างชาติเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ก็มีความเสี่ยงที่เชื้ออีโบลาจะหลุดข้ามพรมแดนมาได้ นี่ยังไม่พูดถึงความเสี่ยงที่รัฐบาลจะเปิดประตูบ้าน พาผู้ติดเชื้ออีโบลาเข้ามาอยู่ในศูนย์กักกันโดยสมัครใจเลย
ในอีกฟาก สื่อตะวันตกบางสำนักได้กล่าวโทษรัฐบาลทรัมป์ ที่ได้สั่งระงับกองทุนช่วยเหลือระหว่างประเทศ หรือ USAID และถอนสหรัฐออกจากองค์กรอนามัยโลก ที่มีส่วนทำให้งบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขในประเทศยากจนลดลง และเมื่อศักยภาพด้านแพทย์ถูกลดทอน จึงไม่อาจต้านทานการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของอีโบลาในครั้งนี้ได้นั่นเอง
1
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา