7 มิ.ย. เวลา 00:00 • ปรัชญา

The Return of Stoicism. (การกลับมาของปรัชญาสโตอิก)

ในโลกที่แสนวุ่นวายหมุนเร็วจนตามแทบไม่ทัน เต็มไปด้วยโรคระบาด สงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ และความวุ่นวายบนโซเชียลมีเดีย ผู้คนขาดไร้ซึ่งหลักการที่พอยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อต่อสู้กับพลังใจที่หดหายไป แล้วตอนนี้พอมีอะไรอยู่บ้าง
หลักคำสอนทางศาสนาต่างๆ ก็มีอยู่แล้วไม่ใช้เหรอ…
จริงอยู่ที่มนุษย์ควรมีศาสนาประจำตัวจากการปลูกฝังมาจากครอบครัวและสังคมตั้งต้นของชีวิต หากแต่เราอาจเพิกเฉยต่อหลักการเพื่อการดำรงชีวิตที่ดี เผลอมีส่วนร่วมกับศาสนาแค่เชิงพิธีกรรม แนวคิดที่ดีอาจอ่อนกำลังต่อการพัฒนาภาวะจิตใจก็เป็นได้ครับ
ไม่จำเป็นว่าหากเราระบุตัวตนทางศาสนากันไปแล้ว เราก็ไม่ต้องสนใจเรียนรู้หรือเข้าใจหลักปรัชญาอื่นๆ ของโลก เช่น ลิทธิขงจื้อ ลิทธิเต๋า เซ็น หรือ อื่นๆ ผมมองว่าปรัชญาเป็นภาษากลางๆ ที่สื่อสารแลกเปลี่ยนกันได้ทั่วโลก
ปรัชญาสโตอิกคือ…
ปรัชญาสโตอิกซึ่งเป็น ปรัชญาโบราณที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 300 ปีก่อนคริสตกาลที่เกือบสูญหายไปจากความทรงจำตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน จึงได้เข้ามาเป็นอีกทางเลือกเพื่อการพัฒนาภาวะจิตที่สับสนอ่อนล้า ให้กับใครหลายคนในปัจจุบัน ผ่านการเขียนและการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ของบุคคลต่างๆ
ยุค Modern Stoic
ผู้ที่นำเอาปรัชญาสโตอิกกลับมาสู่ยุคปัจจุบันอีกครั้ง คือ คุณ ไรอัล ฮอลิเดย์ (Ryan Holiday) จากหนังสือ “The Obstacle Is the Way” ในภาษาไทยว่า “อุปสรรคคือทางออก” ตั้งแต่ปี 2014
ตามมาด้วย คุณ ทิม เฟอร์ริส (Tim Ferriss) ผู้เขียนหนังสือ “The 4-Hour Workweek” ซึ่งนำเอาเอกสารเนื้อหาปรัชญาสโตอิกที่อ่านยากของ Seneca, Epictetus และ Marcus Aurelius มาย่อยใหม่ให้กลายเป็นคู่มือฮาวทู (How-to) ที่เข้าถึงง่ายสู่ผู้คนทั่วโลกทางอินเทอร์เน็ต
จาก 2014 กระแสปรัชญาสโตอิกยุคใหม่สามารถจุดติดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่ปี ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้สนใจทั่วโลก มีเอกสารและหนังสือแต่งโดยผู้เขียนอีกหลายคนออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้แต่ Ryan Holiday ก็ออกหนังสือในหมวดปรัชญาสโตอิกตามมาอีกหลายเล่ม
ขอแนะนำหนังสือที่น่าอ่านของปรัชญาสโตอิกที่มีขายกันอยู่
เริ่มจาก “The Obstacle Is the Way” ร่วมเป็นเจ้าของหนังสือปฐมบทแห่งปรัชญาสโตอิกสมัยใหม่
2 เล่มนี้เจาะลึกประวัติและหลักปรัชญาสโตอิก
เล่มนี้เป็นของ Ryan Holiday ที่รวบรวมหลักการปรัชญาสโตอิกไว้ถึง 365 หลักการ อ่านวันละหนึ่งหลักการจะได้หนึ่งปีพอดี
3 เล่มนี้ชื่อ The Tao of Seneca ดาวน์โหลด PDF ฟรีได้ที่
When someone is properly grounded in life, they shouldn’t have to look outside themselves for approval.
เมื่อใครสักคนมีรากฐานที่มั่นคงในชีวิตแล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมองหาการยอมรับจากภายนอก
Epictetus
เนื้อหาบทความนี้ไม่ได้เผยแพร่หลักการของปรัชญาสโตอิกแต่อย่างใด เพียงบอกว่า ถ้าเราเห็นคำว่า “สโตอิก (Stoic)” ตามชั้นหนังสือหรือได้เห็นและได้ยินคำนี้จากสื่อต่างๆ ก็จะรู้ที่มาที่ไปของปรัชญานี้ครับ
“No person has the power to have everything they want, but it is in their power not to want what they don’t have, and to cheerfully put to good use what they do have.
ไม่มีใครมีอำนาจที่จะได้ทุกสิ่งที่ตนปรารถนา แต่พวกเขามีอำนาจที่จะไม่ปรารถนาในสิ่งที่ตนไม่มี และยินดีที่จะใช้สิ่งที่ตนมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
Seneca
การกลับมาของปรัชญาสโตอิกสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่สะท้อนให้เห็นถึง "ความกระหาย" ของคนยุคใหม่ที่ต้องการอะไรบางอย่างที่สะท้อนความคิด เพื่อรับมือกับโลกที่ควบคุมไม่ได้
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน ธรรมชาติและความเปราะบางของจิตใจมนุษย์ยังคงเหมือนเดิมเมื่อ 2,000 ปีก่อน สโตอิกไม่ใช่เวทมนตร์ที่เสกให้ปัญหาหายไป แต่เป็น "แว่นขยาย" ที่ช่วยให้เรามองเห็นปัญหาในขนาดที่แท้จริงของมัน
แล้วพบกันอีกครับ
JohnWis
*****
โฆษณา