Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Written Again and Again
•
ติดตาม
9 มิ.ย. เวลา 00:00 • ปรัชญา
คำถามชวนคิดเมื่อเราอายุ 20 30 40 50 60 ปี
พวกเราเคยกันไหมครับ เมื่อตอนที่เราอายุ 20 ปี แล้วถามตัวเองว่า เราจะทำอะไรต่อปีหลังจากจบมหาวิทยาลัย พอตอน 30 ปีก็ถามตัวเองอีกว่าเราเดินทางมาไกลพอหรือยังมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการหรือยัง
และเรามักจะถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ในเรื่องราวต่างๆ ที่เปลี่ยนทิศทางตามวัยในทุกช่วงอายุในแต่ละสิบปีของเรา
บางคนอาจไม่เคยสังเกตุว่าได้ถามสิ่งเหล่านี้กับตัวหรือไม่ แต่ตัวเลขวัยหลักสิบเหล่านี้ย่อมมีอิทธิต่อความคิดเราไม่น้อย
เพราะช่วงเวลาสิบปีของคนเรานับว่านานพอสมควรที่เราสามารสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตให้แตกต่างจากเดิมได้อย่างผลิกหน้ามือหลังมือได้ บางคนอาจทำได้ บางคนอาจยังเหมือนอยู่ที่เดิม
ตัวเลขอายุ 20 30 40 50 60 ปี มีความเปลี่ยนแปลงทั้ง วัยวุฒิ คุณวุฒิ ความชำนาญในการงานหรือฝีมืองานช่างต่างๆ มันแสดงวิถีการพัฒนาของเรา เราเป็นคลื่นลูกหลังที่ไล่ตามคลื่นลูกหน้า และมีคลื่นลูกหลังเราที่ไล่ตามมาเช่นกัน
ผมลองรวบแนวคิดว่าในแต่ละช่วงวัยหลักสิบน่าจะมีคำถามใดได้บ้างที่เรามักจะถามกับตัวเอง
อายุ 20: วัยแห่งการค้นหาและสร้างรากฐาน
ทำไมถึงคิดว่าหลายคนเริ่มตั้งคำถามทบทวนตัวเองเมื่ออายุ 20 ปี เป็นครั้งแรก ส่วนตัวเชื่อว่าวัย 10 ปีน่าจะเด็กเกินไปที่จะคิดอ่านเรื่องอนาคตในชีวิตระยะยาว
วัยนี้ควรเป็นวัยที่สดใสในการใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันโดยไม่ต้องสร้างภาพความดูดีต่อกัน สนุกกันเต็มที่ แต่พอวัย 20 ปี ทุกคนเข้าสู่วัยหนุมสาวอย่างเต็มตัวมีความคิดมุมมองของคนที่โตเต็มที่แล้วทางร่างกาย
วัยนี้บางคนยังเรียนระดับอุดมศึกษากันอยู่ บางคนที่ผลาดโอกาสการเรียนก็เข้าสู่โลกการทำงานด้วยแรงงานกัน
สิ่งที่คนวัยนี้เริ่มคิดกันก็คงหนีไม่พ้นเรื่องอนาคตของตนเอง เริ่มมีเรื่องความรักเข้ามาทดสอบจิตใจ เป็นพลังพิเศษที่เราสัมผัสได้เป็นครั้งแรก
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของการสำรวจตัวเอง มีการใช้พลังงานที่มีอย่างเหลือเฟือเพื่อลองผิดลองถูก และการสร้าง "ทุน" ทั้งในแง่ความรู้และประสบการณ์เพื่อความก้าวหน้าของตนเอง
และต่อจากนี้ไม่กี่ปีเราจะเป็นน้องใหม่ในโลกการทำงาน อย่างเพิ่งรีบสร้างความขัดแย้งกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ทำตัวให้ซึมซับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากผู้อื่นให้มากที่สุด
การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญเพราะตอนนี้พวกเรามีพลังงานชีวิตล้นเหลือแต่ประสบการณ์การมองและเข้าใจโลกยังน้อย โอกาสผิดพลาดมีสูงมากต้องพร้อมยอมรับและเร่งเรียนรู้แก้ไขเพื่อการพัฒนาต่อไป
คำถามชวนคิดของวัย 20 ปี
“เราจะเลือกทำอะไรเพื่อชีวิตที่ดีในอนาคต”
“ความสำเร็จของเราคืออะไรและเราจะทำมันให้เกิดขึ้นอย่างไร”
“เราต้องเตรียมตัวและเรียนรู้อะไรบ้างเพื่อก้าวข้ามความยากลำบากในอนาคต”
วันนี้เราตื่นขึ้นมาก้าวสู่ ชีวิตการทำงานครั้งแรก เพื่อบอกว่า เราหลุดพ้นวัยเด็กน้อยในอารักขาของผู้อื่นแล้ว
อายุ 30: วัยแห่งการสร้างตัวและเลือกโฟกัส
วัย 30 ปีนี้มักมาพร้อมกับภาระรับผิดชอบที่มากขึ้น หลายคนเริ่มเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ บางคนเริ่มมีบทบาทเป็นผู้บริหารชั้นต้นขององค์กร มีการเติบโต ทั้งหน้าที่การงานและการสร้างครอบครัว เวลาและการใช้พลังงานเริ่มมีจำกัด การบริหารเวลามีความซับซ้อนสูง พังพันกันระหว่าเวลาการทำงานกับชีวิตส่วนตัว การรู้จักปฏิเสธจึงสำคัญเท่ากับการตอบตกลง
ช่วงวัยนี้มีความรับผิดชอบมากขึ้น เราต้องบินเดี่ยวในการทำงานด้วยความคาดหวังจากผู้อื่น ความเครียดสะสมมาก อาจมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ บางคนอาจมีรักครั้งใหม่ รักที่ละเมิดศีลธรรม ความล้มเหลวมักปรากฎชัดขึ้นกับบางคน โอกาสทบทวนครั้งสำคัญมาถึงแล้ว
จงรักษาทรัพยากรที่มีทั้งหมดให้ดี เผื่อต้องใช้มันในการฟื้นฟูความล้มเหลวในชีวิต เงินเก็บในช่วงนี้ไม่ควรน้อยกว่าการประคองชีวิตให้รอดพ้นหากมีความผิดพลาดต่างๆ ช่วงเวลานี้ชีวิตอาจผันผวนมากที่สุดแต่หลายคนก็ผ่านมาได้ เราควรเป็นคนที่ผ่านมาได้เช่นกัน
คำถามชวนคิดของวัย 30 ปี
“เราเลือกทำในสิ่งที่เราต้องการหรือยัง มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่”
“ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองที่เราสะสมมาตลอดหลายปี สามารถนำมาสกัด ถ่ายทอด หรือสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน เพื่อสร้างคุณค่าให้ผู้อื่นและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองได้อย่างไรบ้าง”
“เรารักษาสมดุลระหว่างการเป็น "ผู้รับ" และ "ผู้สร้าง" ได้ดีแค่ไหน นอกจากการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องแล้ว เราได้แบ่งเวลาเพื่อลงมือสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันของตัวเองมากน้อยเพียงใด”
10 ปีที่ผ่านมาเป็นยกแรกของการใช้ชีวิตโดยอิสระ เราต้องมั่นใจตัวเองเพื่อก้าวสู่ยกต่อไป
อายุ 40: วัยแห่งความมั่นคงและการทบทวนความหมาย
ในวัย 40 ปี เราควรอยู่ในจุดสูงสุดของความชำนาญในอาชีพของเรา เป็นผู้ให้คำแนะนำน้องใหม่ในวงการเพื่อสร้างความชำนาญในรุ่นถัดไป
ความสัมพันธ์กับผู้อื่นควรอยู่ในจุดที่เราควบคุมได้ เราพร้อมปรับปรุงสิ่งผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ผู้อื่นจะมีความคาดหวังสูงจากผลงานและสิ่งที่เราสร้างและแสดงตัวตนของเรา
วัยนี้ยังมีโอกาสให้เราทำสิ่งที่ปรารถนา แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า มันอาเป็นโอกาสครั้งใหญ่สุดท้ายที่เราจะผิดพลาดเพราะเวลาของเราอาจมาใกล้เกินครึ่งชีวิตแล้วสำหรับหลายคน เราควรมีแผนสำรองต่างๆ ในชีวิตทุกด้าน
หากเราเลือกเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่งจริงๆ เราต้องมีความพร้อมทั้งทรัพยากรและความมั่นคงทางจิตใจ พร้อมยอมรับผลที่ตามมาไม่ว่าจะร้ายหรือดี ทักษะการฟื้นตัวเป็นสิ่งสำคัญของวัยเพราะส่วนใหญ่วัยอย่างเราจะมีคนที่ต้องดูแลเสมอ กำลังใจของเรามีผลต่อคนรอบตัว
คำถามชวนคิดของวัย 40 ปี
“สิ่งที่เราเลือกทำในตอนนี้ ดีพอหรือยัง ยังมีอะไรที่ต้องเติมเต็มอีกหรือไม่”
“เราให้การสนับสนุนความสำเร็จของคนที่เรารักดีพอหรือยัง เหลือจุดผิดพลาดตรงไหนเพื่อให้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุด”
“มีสิ่งใดที่เราอยากถ่ายทอดให้ผู้อื่นจากประสบการณ์ของเรา”
เพื่อนฝูงเริ่มไม่ค่อยว่างมาเจอกัน ต้องปรับตัวการใช้ชีวิตตามลำพังอีกครั้ง บางคนโชคดีที่มีครอบครัว
อายุ 50: วัยแห่งการตกผลึกและการส่งต่อ
บนเส้นทางชีวิตตลอด 50 ปีที่ผ่านมาของแต่ละคน ย่อมมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคนพบแต่อุปสรรคไม่อาจเงยหน้าขึ้นมาได้ก็มี บางคนมีอุปสรรคเป็นใบเบิงทางในความก้าวหน้า บางคนโชคดีในจังหวะชีวิตของตัวเอง ฯลฯ
ในวัย 50 ปี หลายคนขึ้นสู่จุดสูงสุดทางหน้าที่การงานในองค์กร ความรู้ที่สะสมมาต้องผ่องถ่ายให้กับคนรุ่นหลัง เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ต้องดูแลผู้คนหลายวัยที่แวดล้อมเรา
วัยนี้อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ เช่นการลงทุนที่ต้องใช้ความชำนาญสูง การลาออกจากงานมาสร้างธุรกิจครั้งแรก ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอาจไม่มีเวลาพอสำหรับการแก้ไข ทำได้เพียงยอมรับชะตา แต่ถ้ามั่นใจพอก็ลองเลยชีวิตเป็นของเรา อย่างไรก็ตามเราควรมีทุนก้อนสุดท้ายเพื่อการดำรงชีวิตถ้าทุกอย่างไม่เป็นดังหวัง
อีกปัญหาหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอคือเรื่อง “สุขภาพ” เรื่องนี้สำคัญพอที่จะทำให้เราหมดเนื้หมดตัวได้เหมือนกันถ้าประมาทไม่ดูแลตัวเองพอ การออกกำลังกายที่เหทาะสมเพื่อประสิทธิภาพการดำรงชีวิตเป็นสิ่งสำคัญมาก อย่าละเลยเด็ดขาด
ช่วงเวลาแบบนี้เป็นช่วงของการมองเห็นภาพรวมของชีวิต เริ่มปล่อยวางจากความพยายามที่จะควบคุมทุกสิ่ง และหันมาให้ความสำคัญกับมรดกทางความคิดและสุขภาพ การระลึกความหลังเป็นเรื่องปกติ เป็นความภาคภูมิใจที่สร้างมาแล้วอยากเล่าให้ใครๆ ฟัง
คำถามชวนคิดของวัย 50 ปี
“เราได้เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรในการใช้ชีวิตในบั้นปลายแล้วหรือยัง”
“เราอยากส่งต่อประสบการณ์ บทเรียน หรือภูมิปัญญาอะไรบ้าง ให้กับคนรุ่นหลังหรือคนที่เรารัก”
“เราได้ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจตัวเองดีพอ ที่จะสนุกกับชีวิตและอิสระที่กำลังจะมาถึงแล้วหรือยัง”
ไม่ว่าประสบการณ์ที่เรามี จะดีหรือร้าย ก็มีประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอ
อายุ 60 ปี: วัยแห่งอิสรภาพ และการปล่อยวาง
ขอรวมวัย 60 และอีกหลายๆ ปีข้างหน้าไว้ด้วยกัน เพราะช่วงอายุจากนี้มักจะถามคำถามที่มีลักษณะไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 60 ปี ซึ่งสำหรับหลายคนคือช่วงเวลาของการเกษียณอายุและเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของชีวิต ภูเขาที่เคยต้องปีนป่ายเพื่อความก้าวหน้าทางการงานหรือการสร้างฐานะ ได้ถูกก้าวข้ามมาเกือบหมดแล้ว
(บางลูกก้าวข้ามได้ง่ายบ้างยากบ้าง ต้องข้ามหลายครั้งถึงจะผ่านมาได้ บางลูกร่วงหล่นไม่ก้าวกลับไปอีก บางลูกเลือกที่จะไม่ข้าม)
วัย 60 จึงเป็น "วัยแห่งอิสรภาพ การปล่อยวาง และการเป็นผู้ให้" เป็นช่วงเวลาที่เราเปลี่ยนโหมดจากการ "สร้าง" มาสู่การ "เก็บเกี่ยวและแบ่งปัน" เพราะตลอดชีวิตเราอาจคุ้นชินกับการถูกนิยามด้วยตำแหน่งหรืออาชีพ
เมื่อสิ่งเหล่านั้นจบลง เราจะค้นหาความสุขและคุณค่าจากสิ่งเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน (เช่น งานอดิเรก ความสนใจส่วนตัว) ได้อย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งพาสถานะทางสังคม
คำถามชวนคิดในวัยนี้จึงมักมุ่งเน้นไปที่ความสงบภายในและการทิ้งทวนที่งดงามครับ
คำถามชวนคิดของวัย 60 ปี
“เรายังมีอะไรที่ต้องกังวลเหลืออยู่อีก พร้อมปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างลง เพื่อความสุขอย่างสงบของตัวเอง”
“เมื่อถอดหมวกและหัวโขนในหน้าที่การงานออกไป "ตัวตนที่แท้จริง" ของเราคือใคร”
“เราได้ให้อภัยตัวเองและผู้อื่นกับเรื่องราวในอดีต เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเดินทางในช่วงเวลาที่เหลือด้วยความเบาสบายจิตใจที่สุดแล้วหรือยัง”
ไม่รู้จะห่วงอะไร ไม่ต้องค้นหาอะไร จงมีความสุขเพื่อตอบแทนความอุตสาหะที่ผ่านมา เรียนรู้การหลุดพ้นอย่างมีสติและไม่ประมาท เพราะคนที่ไปแล้วไม่เคยกลับมาบอกอะไรเลย
ทุกช่วงวัยมีคำถามให้เราค้นหา ตามทัศนคติที่สั่งสมมา เราค่อยๆ เติบโตจากการพึ่งพิง จนยืนได้ด้วยตัวเอง ต่อสู้ฝันฝ่า จนซึมซับความสำเร็จในจุดสูงสุด จึงเริ่มปล่อยวาง ถ่ายทอดสิ่งที่ดีส่งต่อคนรุ่นถัดไป แล้วเตรียมตัวเดินทางไกลพร้อมจากลาคนที่เรารัก อันเป็นสัจธรรมที่เราทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้
บางทีชีวิตเราก็มีเท่านี้ละมั้ง…
แล้วพบกันอีกครับ
JohnWis
*****
แนวคิด
ไลฟ์สไตล์
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย