Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Thinks Thanks Talk
•
ติดตาม
8 มิ.ย. เวลา 07:03 • ปรัชญา
เธอชื่อความรักรึนั่น
ก่ะทำงานซินิ่งอยู่เนิ่นนานเชียว!
ปะต้าคิดนะ!
“ความรักเป็นนามธรรมไม่ใช่
รูปธรรมสวยงามเสมอดอกรึ
ความรักก่ะไม่ได้อบอุ่นอบอวลหอมหวานเสมอไปดอกนะที่รัก“
ใครคิดว่าง่ายเหมือนไอติมในกรวย
มีผู้คนมากมายเอ่ยถึงความรักราวกับมันเป็นสิ่งสูงส่งยังไงนะ
นามธรรมนี่ที่งดงามเกินกว่าจะ
จับต้องแต่เมื่อความรักเดินเข้า
มาในชีวิตจริง
ความรักกลับถูกมอบหมายงานต่างๆนาๆของมานุดนับไม่ถ้วน
น่าสงสารจังน้อ
ดูเถอะถูกใช้งานเป็นเครื่องมือ เป็นความหวังเป็นคำตอบเป็น
ที่พึ่งและบางครั้งก็ถูกผลักให้
รับผิดชอบทุกความปรารถนา
ของมนุษย์เป็น“เดอะแบก”
เนี่ยละความรักที่มานุดใส่ความคาดหวัง
มานุดบอกว่ารักแล้วต้องดูแล
รักแล้วต้องเข้าใจรักแล้วต้องอดทนอดกลั้นรักต้องให้อภัย
จนบางครั้งความรักไม่ได้เป็นเพียงความรักอีกต่อไปแต่กลายเป็นแรงงานที่ต้องทำงานหนัก
อยู่ตลอดเวลา
ความรักถูกเรียกใช้เหมือนคน
รับใช้เหมือนทาสเงียบๆเป็นผู้
ไม่เคยมีสิทธิ์ปฏิเสธ
ความรักก่ะเหมือนตัวความอดทนให้สนตะพาย
เมื่อใครคนหนึ่งกลัวความเหงา เขาจึงเรียกหาความรักมาช่วยเยียวยา
เมื่อคนๆหนึ่งกลัวความล้มเหลว เขาเรียกหาความรักมาเติมคุณค่าให้ตนเอง
เมื่อใครคนหนึ่งปรารถนาความมั่นคงมั่งคั่งเขาก็ออกคำสั่งให้ความรักสร้างบ้านหลังใหญ่ให้หัวใจอาศัย
ความคาดหวังบางครั้งก่ะใจร้ายกับความรัก
แต่ยิ่งมอบภาระให้ความรักมากเท่าไรความรักก็ยิ่งอ่อนล้ามากขึ้นเท่านั้นแท้จริงแล้วความรักไม่เคยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแบกทุกอย่างแทนมนุษย์ดอกนะที่รัก
ตัวความรักไม่ใช่เครื่องจักรผลิตความสุขไม่ใช่ยาวิเศษรักษาความเจ็บปวดไม่ใช่สะพานที่พาเราข้ามผ่านทุกปัญหา
และเมื่อเราคาดหวังให้ความรักทำงานเกินกำลังสุดท้ายเราจึงผิดหวังเพราะ“หวังผิด”
หวังผิดเพราะคาดหวังผิด ผิดหวัง
หลายคนใช้ความรักอย่างหนักหน่วงตรวจสอบมันทุกวันวัดผล
มันทุกคืนคำนวณผลตอบแทน
ทุกครั้งที่ใช้ความรักลงทุน
“ฉันรักเธอมากแค่ไหน
เธอรักฉันกลับเท่าไร
ฉันเสียสละไปกี่ครั้ง
เธอชดใช้คืนมาหรือยัง?“
ความรักกลายเป็นบัญชีรายรับรายจ่ายกลายเป็นสัญญาจ้างงาน
กลายเป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยคะแนนสะสม
แต่ความรักที่ถูกใช้งานเกินไป
มักพังลงก่อนจะออกดอกผล
เหมือนดอกไม้ที่ถูกดึงกลีบทุกวันเพื่อตรวจสอบว่ามันโตถึงไหนแล้ว
ความรักไม่ใช่Balance Sheet เนาะ!
ท้ายสุดดอกไม้ไม่ได้ตายเพราะขาดน้ำแต่มันตายเพราะถูกจับต้องมากเกินไป
น่าแปลกที่บางคนกลับพบความรักในอีกแบบหนึ่งพวกเขาไม่ได้เร่งรัดกดดันมันไม่ได้สั่งงานมัน
ทุกชั่วโมงไม่ได้คาดหวังให้มัน
แก้ปัญหาทุกเรื่อง
“เพียงวางความรักไวเงียบๆๆงันๆ
เหมือนวางตะเกียงดวงหนึ่งไว้ในบ้านไม่ได้จ้องมองมันตลอดเวลา
ไม่ได้ถามว่ามันมีประโยชน์อะไรทุกนาที”
ทุกวันมั่นใจว่าไฟทุกดวงดับลงก่ะมี ตะเกียงนั้นอยู่
เพียงรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นให้แสงสว่างในเวลาที่จำเป็นความรัก
ในลักษณะนี้ดูเหมือนนิ่งเฉย
ดูเหมือนหลับใหลดูเหมือนไม่ได้ทำงานอะไรเลย
แท้จริงแล้วมันกำลังทำงานอยู่ในระดับที่ลึกกว่านั้นมันกำลังสร้างความไว้วางใจกำลังสร้างความ
คุ้นเคยกำลังสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจทั้งสองดวงค่อยๆเติบโต
แล้ววันหนึ่งเมื่อมีสัญญาณมา
ต้องสะกิดอย่างบางเบาความรัก
ที่ดูเหมือนหลับใหลก็ลืมตาขึ้น
มันไม่ได้ลุกขึ้นมาด้วยความรีบร้อนไม่ได้ประกาศตัวอย่างยิ่งใหญ่
ความรักไม่ต้องตั้งป้ายประกาศก้องดอก
แต่มันค่อยๆทำงานอย่างสงบ
มีสติอ่อนโยนเหมือนเมล็ดพันธุ์
ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินอุ่นอ่อนมานาน
วันที่ฝนตกพอเหมาะวันที่แดดอบอุ่นพอดีมันจึงผลิยอดขึ้นมา
เองโดยไม่ต้องบังคับไม่กดดัน
ไม่ต้องสั่งการ
เพราะธรรมชาติของความรักที่
แท้มิได้เกิดจากการใช้งานแต่
เกิดจากการมีอยู่ดำรงอยู่อย่าง
รอคอย
ดำรงอยู่ในใจเราเสมอ
บางทีที่ว่าความรักบริสุทธิ์ที่สุด อาจเป็นความรักที่ไม่ต้องทำงานหนักเลยไม่ต้องพิสูจน์ตลอดเวลา
ไม่ต้องแข่งขันไม่จำต้องแสดงผลงานแต่อย่างใด
เพียงดำรงอยู่เหมือนลมหายใจ
ที่เราไม่เคยนึกถึงแต่ขาดไม่ได้
เหมือนแสงอาทิตย์ที่ไม่เคยเรียกร้องคำขอบคุณ
เหมือนสายน้ำที่ไหลรินผ่านโดยไม่ถามว่าจะได้รับอะไรตอบแทน
และเมื่อความรักไม่ถูกเคลือบฉาบ
ด้วยความคาดหวังไม่ถูกปนด้วยผลประโยชน์ไม่ถูกกดดันให้เป็นทุกอย่าง
จะดีจะร้ายก่ะปล่อยให้มันเป็นไปบ้างเนาะ
ความรักก็กลับคืนสู่ความหมายดั้งเดิมเป็นเพียงการที่หัวใจหนึ่งยินดีต่อการมีอยู่ของอีกหัวใจหนึ่ง
ไม่ใช่ด้วยเขาทำประโยชน์อะไรให้เราไม่ใช่เพราะเขาทำให้เราสมบูรณ์แบบแต่เพียงเพราะเขาเป็นเขาคนนั้นที่มา“เติมเต็ม”
และทำให้เรายังเป็นเราเพียงเท่านั้นความรักก็ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้วละ
เรื่องความรักจดจ่อคิดมากไปก่ะไม่ดีเนาะ!
อึ่มคือว่า…
“รักมิใช่งานหนักให้พักเหนื่อย
มิใช่เรือลอยเรื่อยเพื่อหวังฝั่ง
มิใช่หนี้มีดอกผลลบให้ชิงชัง
มิใช่หวังตอบแทนทุกแววตา
รักคือแสงอุ่นอ่อนยามอ่อนล้า
คือเมฆาบังแดดในยามเศร้า
คือสายลมผ่านใจอย่างเมตตา
คือภาษาที่เงียบกว่าถ้อยคำ
แม้บางวันความรักจะนิ่งเฉย
ดั่งดวงเดือนซ่อนเลยหลังคืนค่ำ
แต่ลึกลงในหัวใจทุกถ้อยจำ
ยังพร่างพรำด้วยแสงแห่งผูกพัน
หากวันใดเธอหันมายิ้มอ่อน
โลกทั้งตอนมืดหม่นก็สดสรรค์
เพียงมือหนึ่งแตะมืออย่างผูกพัน
ก็เหมือนฝันทั้งชีวิตเป็นจริงมา
จึงขอรักเธอไปอย่างเรียบง่าย
ไม่เรียกรายกำไรแห่งปรารถนา
เพียงได้เห็นเธอสุขใจทุกเวลา
ก็มีค่ากว่าดาวทั้งฟ้าดิน“
นางฟ้าก่ะยังสู้“เทอ”บะได้ดอก
นั่นเลย“เจ้าความรัก”ที่น่ารัก
ของใครๆที่คิดต่างกัน
หลายคนถาม“ใช่เธอ”เปล่านะ!
https://youtu.be/V6sxg32ny6g?si=JWoSB4o_e2e13TsA
ไลฟ์สไตล์
จิตวิทยา
ความคิดเห็น
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย