Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Side Stories
•
ติดตาม
11 มิ.ย. เวลา 13:26 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
"จั่นเจา ตะลุยยุทธภพ: ถอดรหัสการทำงานแบบจั่นเจา!"
สรุปแก่นวิธีทำงานแบบ “จั่นเจา”
จากซีรีส์ “Zhan Zhao Adventures”
(บทความนี้สำหรับใครที่สดับรับชมจบแล้วเท่านั้นขอรับ)
.
.
.
1. ใจเย็นดุจวารี ไม่ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดหรือเป็นรองแค่ไหน
2. ยึดมั่นในคุณธรรมนำใจเสมอ ไม่เคยหลงระเริงกับยศถาบรรดาศักดิ์ คำสรรเสริญ
3. ไม่ว่าจะทำคดีไหน จั่นเจาจะมองคุณค่าที่ประชาชนจะได้กลับไปอย่างแท้จริง (People Centric)
4. ความเฉลียวฉลาดในการสืบคดีที่คิดอ่านสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างแตกฉาน ทั้งในเชิงข้อเท็จจริง แรงจูงใจของคนร้าย ทั้งจุดเชื่อมโยงความเป็นไปได้แม้เพียงเล็กน้อย เขาพร้อมจะเก็บรายละเอียดทุกเม็ด แม้แต่หลักฐานที่ถูกไฟไหม้ทำลายไปเยอะแล้ว ก็จะพยายามหาทางปะติดปะต่อชิ้นส่วนเนื้อหาต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อหาทางคลี่คลายให้จงได้
แม้ในคดีที่ถูกอำนาจมืดปกปิดไว้ เขาก็จะคิดหาวิธีได้ในที่สุด จนแม้แต่ตัวร้ายทุกรายยังให้การยอมรับในฝีมือการสืบคดี มีหลายครั้งที่พูดว่าถ้าคนทั่วไปก็ไม่น่ากังวลหรอก แต่ถ้าจั่นเจาสืบเองเมื่อไหร่ เขาย่อมรู้แจ้งเป็นแน่
5. ในยามที่เหล่าขุนนางชั่วร้ายต่างพากันกำเริบเสิบสาน จั่นเจายังคงนิ่ง ไม่หวั่นเกรงอำนาจน้อยใหญ่ใดๆ แม้ตกเป็นรอง ถูกกดดัน กลั่นแกล้ง เขาก็นิ่งพอจะดูเชิงและพูดแทงใจอีกฝ่ายจนเสียจริตปัญญาชน
6. ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เคารพและศรัทธาในความยุติธรรม มิใช่บุคคล
7. ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับสหายร่วมทาง สุขทุกข์เขามักยินดีแบ่งปันไปกับคนใกล้ตัว ทั้งการร่วมสู้คดีพี่ชายของ “ไป๋อวี้ถัง” 1 ใน 5 หนูแห่งเกาะเสียนคงและคุณชาย 17 แห่งตระกูลจินอย่างสุดกำลัง แม้จะผ่านมานาน 15 ปี / การเดือดเนื้อร้อนใจไปกับ “ฮั่วหลิงหลง” แห่งเรือนเขาหลิงหลง ยามที่นางและครอบครัวเจอมรสุมชีวิต จากเกมการเมืองและหมากที่อ๋องเซียงหยางวางไว้ให้ตระกูลฮั่วตกเป็นเบี้ย บังคับนางแต่งงานกับผู้บัญชาการเส้าจี้จู่ เพียงเพื่อแลกกับคัมภีร์วิชาลับของตระกูลที่ถูกช่วงชิงไป
จั่นเจากับสหายไป๋ก็ร่วมสู้ไปกับนางอย่างสุดกำลัง หรือตอนที่ “ติงเยว่หัว” สหายเก่าจากตระกูลติง ที่ออกจากบ้านไปเป็นทูติจันทราแห่งวังวารีเหมันต์ ก่อนจะถูกท่านยายสั่งประหาร ด้วยความผิดหลายกระทงที่มีต่อสำนักแบบยากจะอภัย จั่นเจาก็เร่งเข้าไปขอขมาและต่อรองจนท่านลดโทษให้นาง เหลือแค่หั่นเส้นผม ตัดตัวตนในอดีตทิ้งไป และทิ้งบุญคุณเผื่อไว้ในวันที่กลับมารับใช้สำนักเฉกเช่นวันวาน
หรือก่อนนี้ที่เขาและหลิงหลงช่วยกันดูแล “หยกฉางหง” เด็กน้อยผู้มีพลังหยางบริสุทธิ์ที่วังวารีเหมันต์ใช้อย่างทารุณเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจ ดื่มยาพิษเพื่อเป็นโอสถเคลื่อนที่จนเป็นใบ้ สุดท้ายก็ได้มีชีวิตใหม่ ได้ออกเดินทางกับติงเย่หัวที่อยากจะชดใช้กรรม พาเขาไปตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงกันต่อไป
หรือการพูดให้กำลังใจสหายถังที่เพิ่งจะสูญเสียท่านอาและต้องแบกรับภาระเจ้าสำนักถังคนใหม่ ต้องคอยชี้ทางเหล่าลูกศิษย์และสำนักที่เคยหลงรับใช้คนผิด ให้ก้าวต่อไปได้ดีกว่าเดิม คำพูดปลุกใจของจั่นเจาในวันนั้น เปรียบได้กับโอสถชโลมหัวใจสหายถัง ให้ยิ้มได้และเติบโตเป็นเจ้าสำนักที่ยอดเยี่ยม
จากเดิมที่เป็นเพียงเด็กเนิร์ดปรุงยาศึกษาพิษและพรรณพืช ก็ได้เป็น 1 ในสหายคนสำคัญ ช่วยจั่นเจาไว้ได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะการทุ่มสุดชีวิต ศึกษาศาสตร์แห่งการฝังเข็มร่วมกับสหายไป๋ พลิกชีวิตไต้เท้าจั่นจากพิษร้าย ให้ลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง
นอกจากนี้จั่นเจาและเหล่าสหาย ยังโดดเด่นในด้านการทำงานเป็นทีม (High-Performance Team) สังเกตได้ไม่ว่าต้องไปทำภารกิจแห่งหนตำบลไหน เจอเหตุการณ์ตึงเครียดมืดแปดด้านเพียงใด พวกเขาทั้ง 3 มักจะตัดสินใจฉับไว แบ่งหน้าที่กันชัดเจน แล้วค่อยกลับมาเจอกันที่จุดนัดพบ มาหารือกันอีกทีว่าแต่ละคนได้อะไรมาและจะแก้ไขปัญหาต่อยังไง
8. ปฏิบัติต่อผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ปฏิบัติและให้เกียรติผู้น้อยอย่างเท่าเทียม แม้แต่บ่าวอย่างหมิงจู้เอ๋อร์ที่คอยปรณนิบัติรับใช้จั่นเจามานาน เขาก็รักและเอ็นดูเด็กคนนี้มาก นอกจากไม่เคยถือตัว ยังใจกว้างพอที่จะกระจายงานสำคัญให้เจ้าคนฉลาดไปจัดการ หลายครั้งจะเห็นได้ว่าบ่าวคนนี้ช่วยตามเก็บงานหลังบ้านให้จั่นเจาพลิกเกม สร้างความระทมให้อีกฝ่ายได้ทันใด
ความผูกพันระหว่างจั่นเจาและหมิงจู้เอ๋อร์นี้ ยังลึกซึ้งชวนน้ำตาซึมยิ่ง เพราะทั้งชีวิตจั่นเจาเขาต้องอยู่ด้วยการแบกรับบาปในอดีตไว้คนเดียว ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกผิดที่มีส่วนกับคดีฆ่าล้างตระกูลหมิงสมัยสวมบทเป็น “เย่ชา” ศาลเตี้ยปราบอาชญากร หรือเพราะความผูกพันแท้จริง สำหรับจั่นเจาแล้ว หมิงจู้เอ๋อร์คือ 1 ในไม่กี่คนที่เขาใส่ใจดุจญาติมิตร ยอมแม้กระทั่งกุมความลับในอดีตไว้ และแสร้งโกหกว่าตัวเองมีส่วนทำพลาดจนแม่และพี่สาวของหมิงจู้เอ๋อต้องมาตาE บ้านไฟไหม้พังทั้งตระกูล
ทั้งที่จริงเจ้าเด็กฉลาดคนนี้เมื่อครั้งเยาว์วัยคือต้นเหตุฆ่าล้างตระกูลตนเสียเอง จากการพยายามเอาท่อนไม้ติดไฟ ไปสู้กับโจวอี้เหลียง เย่ชาอีกคนที่เป็นสายดาร์คกว่า ฆ่าไม่เลี้ยง ตรรกะบิดเบี้ยวไปหมด แต่จั่นเจาก็มองตามจริงเป็นหลัก โทษตัวเองว่าเพราะเขาหลงผิด ตั้งตนเป็นเย่ชา มันเลยไปสร้างแรงบันดาลใจผิดๆ ให้เกิดศาลเตี้ยที่ไม่สนถูกผิดแท้จริงใดๆ
9. ความคล่องตัว (Agile) พลิ้วไหว แก้สถานการณ์เก่ง ไม่ว่าบู๊รึบุ๋น จั่นเจาจะสามารถตวัดกระบี่รับมือ หรือเล่นเกมจิตวิทยากลับไป สมฉายาแมวหลวงของวัง
10. อดทนเป็นเลิศ แม้จะต้องพิษร้ายแรงทั้งพิษดั่งสหายแรกพบและสวรรค์ดับทุกข์ เขาก็ยังกัดฟันสู้สุดหัวใจ เหนือชั้นกว่านั้นคือวรยุทธ์แทบไม่ได้ลดลงเลย
ไม่ว่าจะเจอพิษร้ายของสำนักถัง / ค่ายกลกระบี่แห่งสำนักเหินเมฆา / มารร้ายผู้เลือดเย็นอย่างเหอโป๋ / วังวารีเหมันต์ / ทัพผู้บัญชาการเส้า / โจวอี้เหลียงและพรรคมาร / ฯลฯ พวกเขาก็ยังข่มจั่นเจาไม่ลงง่ายๆ
11. แม้จะเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน มีอารมณ์ขันยามพูดคุย แต่จั่นเจาจะไม่โอนอ่อนต่อความอยุติธรรมทั้งปวง ฉะนั้นหากเห็นช่องที่จะคลี่คลายคดีและพลิกชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นได้ในระยะยาว เขาจะไม่ลังเลที่จะพาตัวเองเข้าไป แม้จะเสี่ยงภยันตรายแค่ไหนก็ตาม
12. จั่นเจาคือปราชญ์ผู้เก่งกาจทั้งด้านวรยุทธ์ ด้วยเพลงกระบี่ที่เอกอุในใต้หล้า ขณะเดียวกันก็รอบรู้และนำเคล็ดวิชาอื่นๆ มาใช้ได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะท่ากระเรียนเหินเวหาที่ฝึกจากตระกูลติงที่ช่วยให้เขาชิงความได้เปรียบได้หลายสถานการณ์
รวมถึงความรอบด้าน ในหลักปรัชญา เกมการเมือง เขาศึกษามาอย่างดีและรู้วิธีพลิกแพลงอย่างแยบยล จนไม่ว่าจะเจอตัวร้ายในบทบาทใด จะขุนนางชั่ว นักรบ ชาวบ้านจำแลง ประมุขผู้มีอำนาจพรรคไหน
หรือแม้แต่สหายเก่าอย่างนายอำเภอหูแห่งว่านซานที่เคยร่ำเรียนกันมา เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหลงในอำนาจ เปลี่ยนไปรับใช้อ๋องเซียงหยางแบบลับๆ จั่นเจาเองก็อ่านภาษา ท่าทางอีกฝ่ายออกจนทะลุ จนเมื่อไต้เท้าหูเผยไต๋ เขาก็รับมือกลับไปได้ไม่ยากเย็น เน้นกฎหมาย และความสุขของราษฎรทั่วหล้าเป็นสำคัญเหนือความสัมพันธ์ส่วนตัวในวันวาน เมื่อคิดทำการใหญ่ ใจย่อมต้องนิ่งพอ
หรือแม้แต่ตระกูลจินที่เปรียบได้กับหมอยาชั้นครูแห่งยุทธภพ เขาก็จับต้นชนปลายได้ตลอดว่าพวกนี้ที่ปากว่าตาขยิบ ได้แอบซ่อนความจริงอะไรไว้ จน “จินเสวี่ยเหวิน” พี่ชายไป๋อวี้ถังต้องมลทินและจากไปแบบทุกข์ทนขนาดนี้ รวมถึงคดีหอเริงรมย์ จั่นเจาก็วิเคราะห์จนมองออกได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังบ้าง จนตามไปล้างบางมันได้
13. คิดถึงผู้อื่นก่อนตนเองเสมอ โดยเฉพาะเหล่าสหาย สังเกตได้ว่าจั่นเจายอมถูกดุด่าหลายครั้ง หลังพวกไป๋อวี้ถัง หลิงหลง และหมิงจู้เอ๋อร์ รู้ทีหลังว่าเขาโกหกเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะเรื่องพิษในกายกำเริบ ลมปราณแตกซ่าน และเสี่ยงสิ้นลมได้ทุกเมื่อ
14. ลูกผู้ชาย กล้าทำ กล้าพอที่จะรับ แม้จะเป็นความอับอายที่เคยหลงผิดในอดีต อย่างคดีเย่ชา ที่สุดท้ายเขาก็สารภาพกับหมิงจู้เอ๋อร์ว่าตนมีส่วนกับการฆ่าล้างตระกูลหมิงจริงๆ แม้จะมีโอกาสโดนบ่าวคนสนิทเกลียดเอาก็ตาม
และสุดท้ายเขาก็รับผิดชอบมากพอที่จะดับไฟแค้นในอดีต ด้วยการโค่นโจวอี้เหลียงให้ดับสนิท ไม่อาจสวมวิญญาณเย่ชามาพรากชีวิตใครตามใจชอบได้อีก
15. เมื่อไหร่ก็ตามที่พอจะเห็นลู่ทางช่วยสหายหรือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จั่นเจาจะเอ่ยปากช่วยเรียนท่านเปา แห่งศาลไคฟง หรือผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ เช่นท่านอ๋องให้ วางใจเถิด หากช่วยได้ ข้ายินดีช่วย
16. รักษาคำพูดเป็นมาดมั่น ไม่ว่าจะเอ่ยปากสัญญากับผู้ใดไว้ จั่นเจาจะมุ่งทำให้ได้ตามนั้น
แม้กระทั่งสหายที่จากไปอย่างโหดร้ายเพราะการสืบคดี เขาก็รับช่วงต่อ ฝากหลิงหลงส่งจดหมาย ถึงราชสำนักเพื่อทูลความจริง ส่งดวงวิญญาณสหายรักให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว
17. ท่ามกลางยุทธภพอันแสนโหดร้าย เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงและอำนาจมืด อย่างน้อยจั่นเจาก็ยังคงยึดมั่นในเส้นทาง คุณธรรม น้ำมิตร คิดดี พูดดี ทำดีเข้าไว้ นี่แหละคือพลังอันยิ่งใหญ่ คอยฮีลใจคนรอบข้างได้เสมอมา
ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องราวใดๆ สิ่งเหล่านี้ที่เขาเป็นนั้นทรงพลังยิ่งกว่าป้ายอาญาสิทธิ์ขององค์ฮ่องเต้และเปี่ยมสรรพคุณเลอค่ายิ่งกว่าโอสถไน่เหอจะเทียบได้ กระทั่งผู้คนในอำเภอว่านซาน หลายคนที่เคยดูหมิ่นเคลือบแคลงจั่นเจา ก็พร้อมใจกันจุดเทียนส่งกำลังใจให้เขาหายดี
18. การที่เรายึดมั่นจะทำดี ต่อให้ไม่มีชื่อเสียง คำสรรเสริญ หรือสมบัติพัศสถานชิ้นใดมามอบให้ จั่นเจาไม่เคยหวั่นไหว และยังคงมุ่งหน้าควบม้า ตะลุยยุทธภพออกไปทำสิ่งที่ตนเชื่อมั่นเช่นเคย ต่อให้ใครไม่รู้
อย่างน้อยสวรรค์และฟ้าดินย่อมรับรู้การกระทำ และเพราะทุกอย่างที่กล่าวมา จึงทำให้ใครต่อใคร ต่างเคารพรักและนับถือจั่นเจา เป็น 1 ในไม่กี่คนที่ท่านเปากล้าที่จะวางใจ มอบหมายภารกิจให้ได้ ไม่ว่ายากแค่ไหนก็ตาม
19. ความแน่วแน่ดุจขุนเขาของจั่นเจา ไม่เคยถูกยั่วยวนสั่นคลอน แม้อีกฝ่ายจะล่อด้วยชื่อเสียง สมบัติ หรือต่อให้มีอิสตรีงามหยดเข้ามาหว่านเสน่ห์ เขาก็ยังคงยึดมั่นในภารกิจและคุณธรรม
ดั่งสุภาษิตที่ว่า “ทองแท้ไม่กลัวไฟ ฉันใด ยอดคนย่อมไม่หวั่นไหวต่อลาภยศและคำนินทา ฉันนั้น” การมุ่งมั่นทำความดีอย่างสม่ำเสมอและพร้อมเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น คือการสร้างสะพานแห่งความศรัทธา (Trust) ที่แข็งแกร่งที่สุด จนนำพาตนเองสู่การเป็นยอดองครักษ์หรือ “มือขวาผู้ค้ำจุนแผ่นดิน” ที่ทุกคนพร้อมทุ่มเททำงาน ร่วมทางด้วย และให้ใจอย่างแท้จริง นี่แหละคือแก่นการทำงานของ “จั่นเจา”
หนัง
ภาพยนตร์
จีน
1 บันทึก
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย