Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 10:09 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 104 ฉิงเหวินเป็นไข้
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉิงเหวินรู้สึกคัดจมูก คร้านจะลุกขยับตัว
เป่าวี่ว่า “อย่าเอะอะไป ท่านแม่รู้เข้า ต้องบอกให้เจ้าย้ายกลับบ้านไปพักรักษาตัว อยู่บ้านถึงจะดี แต่คงหนาว ไม่สบายเหมือนที่นี่ เจ้านอนในห้องนี้แหละ ข้าจะไปตามหมอให้แอบเข้ามาทางประตูหลังมาดูอาการเจ้า”
ฉิงเหวินว่า “ถึงอย่างนั้น ท่านก็ควรบอกคุณนายใหญ่ (หลี่หวาน) ให้รู้ไว้ มิเช่นนั้น ตอนหมอมา แล้วมีคนถามจะตอบอย่างไร”
เป่าวี่ฟังแล้วมีเหตุผล จึงตามหม่อมอเฒ่ามาสั่งว่า
“ท่านไปบอกคุณนายใหญ่ว่า ฉิงเหวินถูกอากาศหนาวเข้าจึงเป็นหวัดเล็กน้อยไม่มากมายกระไร ตอนนี้สีเหยินไม่อยู่ หากให้นางไปพักรักษาตัว ก็จะไม่มีใครอยู่ช่วยงาน จึงให้ตามหมอแอบเข้ามาทางประตูหลัง อย่าไปรายงานไท่ไท่”
หม่อมอเฒ่าหายไปครึ่งวันจึงกลับมาแจ้งว่า
“คุณนายใหญ่รับทราบแล้ว บอกว่ากินยาสองเทียบหายก็แล้วไป หากยังไม่หายก็ยังคงต้องย้ายออกไป สภาพอากาศตอนนี้ไม่ดี หากไปติดคนอื่นยังพอทำเนา สำคัญต้องป้องกันพวกคุณหนูไว้”
ฉิงเหวินนอนอยู่ที่ห้องอุ่น ไอค่อกไอแค่ก พอได้ฟังความก็โมโหตะโกนว่า
“ข้าไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่จะไปติดต่อใครต่อใคร ข้าจะไปจากที่นี่เอง คอยดูว่าชาตินี้พวกเจ้าจะไม่ปวดหัวตัวร้อนบ้าง”
พูดแล้วก็จะลุกขึ้น เป่าวี่รีบกดตัวนางไว้ ยิ้มว่า
“อย่าเพิ่งโมโห นี่เป็นหน้าที่ของนาง คงเกรงว่าไท่ไท่รู้เข้าจะตำหนิจึงได้พูดออกมาเฉยๆ ปกติเจ้าขี้โมโห ไฟในตับถึงได้ลุกลามอย่างนี้”
มีคนมาแจ้งว่าหมอมาแล้ว เป่าวี่รีบหลบไปหลังชั้นหนังสือ ส่องดูเห็นแม่เฒ่าเฝ้าประตูหลังสองสามคนพาหมอหลวง 太医 ท่านหนึ่งเข้ามา พวกสาวใช้ต่างพากันหลบ มีเพียงหม่อมอเฒ่าสองสามคนปลดม่านสีแดงผืนใหญ่ปิดห้องอุ่นไว้ ฉิงเหวินยื่นเพียงแขนออกมานอกม่าน
ท่านหมอสังเกตเห็นว่า มือที่ยื่นออกมามีอยู่สองนิ้วที่เล็บยาวสองถึงสามนิ้วมีร่องรอยว่าทาเล็บแดงด้วยสีจากดอกเทียน 凤仙花 จึงหันหน้ากลับมา หม่อมอเฒ่านางหนึ่งรีบนำผ้าเช็ดหน้าคลุมมือไว้ หมอจึงได้ลงมือตรวจชีพจร เสร็จแล้วลุกเดินออกมาบอกพวกหม่อมอว่า
“อาการของคุณหนูของพวกท่านเกิดจากสภาพอากาศภายนอกเปลี่ยนแปลงกระทบกระเทือนการทำงานของอวัยวะภายใน สภาพอากาศช่วงนี้ทำให้เป็นหวัดเล็กน้อย โชคดีที่คุณหนูควบคุมอาหารอาการจึงไม่หนัก แต่เลือดลมอ่อนแอ กินยาสักสองเทียบก็หายดี”
ว่าแล้ว ก็เดินตามพวกแม่เฒ่ากลับออกมา
หลี่หวานได้ให้คนไปแจ้งไว้ที่ประตูหลังและทุกแห่งที่มีสาวใช้ให้คอยหลบ หมอจึงไม่เคยเห็นหญิงสาวในอุทยานเลยแม้แต่คนเดียว พอก้าวข้ามประตูอุทยาน ก็มานั่งยังห้องของยามเฝ้าประตูอุทยานออกใบสั่งยา หม่อมอเฒ่าบอกว่า
“นายท่านอย่าเพิ่งกลับ นายน้อยของเราอาจจะมีอะไรสอบถาม”
หมอหลวงรีบถามว่า “เมื่อครู่เป็นคุณหนูไม่ใช่หรือ ไม่น่าใช่นายผู้ชาย ดูจากการตกแต่งห้อง อีกทั้งปลดม่านลงมา ทำไมเป็นนายผู้ชายได้”
หม่อมอเฒ่ายิ้มว่า “ไม่น่าแปลกใจที่เด็กบอกว่า วันนี้เชิญท่านหมอหลวงท่านใหม่มา ท่านจึงไม่รู้เรื่องทางบ้านของเรานี้ ห้องนั้นเป็นห้องของคุณชายน้อย ส่วนคนในห้องนั่นคือสาวใช้ต้นห้อง ไม่ใช่คุณหนูดอก หากเป็นคุณหนูท่านจะเข้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
ว่าแล้ว ก็รับใบสั่งยากลับเข้าข้างในไป
เป่าวี่อ่านดูรายการในใบสั่งยา จนมาสะดุดใจที่สองรายการสุดท้ายเป็น จื่อสือ 枳实 หมาหวง 麻黄
เป่าวี่ว่า “สมควรตาย สมควรตาย จ่ายยาให้เด็กสาวมาจ่ายให้เหมือนพวกเราได้อย่างไร ภายในจะเป็นเช่นไร จะทนฤทธิ์จื่อสือ หมาหวงได้อย่างไร ใครเป็นคนเชิญมา รีบส่งกลับไปแล้วเชิญคนใหม่ที่รู้เรื่องมากกว่านี้”
หม่อมอเฒ่าว่า “ยาดีหรือไม่ พวกข้าไม่รู้หรอก ตอนนี้ให้บ่าวไปเชิญท่านหมอหวางมาดีกว่า เพียงแต่ว่าท่านหมอหวางนี้ หากไม่ได้ให้พ่อบ้านเป็นผู้เชิญ ค่าม้าค่าเกี้ยวก็ต้องจ่ายให้ท่าน”
เป่าวี่ว่า “ต้องให้เท่าไร”
ยายเฒ่าว่า “น้อยไปก็ไม่ดี หนึ่งตำลึงเงินน่าจะเหมาะสำหรับฐานะอย่างทางบ้านเรา”
เป่าวี่ว่า “ท่านหมอหวางมาแล้ว ต้องให้ท่านอีกเท่าไร”
ยายเฒ่าว่า “ท่านหมอหวางกับท่านหมอจางทุกครั้งที่มา ไม่ต้องให้เงินท่าน ทว่าจะรวมมอบของขวัญให้ทีเดียวเป็นประจำทุกปี สำหรับท่านใหม่ที่มาเพียงครั้งเดียวนี้ ควรให้ท่านหนึ่งตำลึงเงิน”
เป่าวี่จึงสั่งให้เส้อเยว่ไปนำเงินมา เส้อเยว่ว่า
“ไม่รู้ว่าพี่ฮวา (สึเหยิน) เก็บเอาไว้ที่ไหน”
เป่าวี่ว่า “ปกติ ข้าเห็นนางไปหยิบเงินจากตู้ฝังมุก 螺甸 ข้าไปช่วยหา”
ว่าแล้วก็เข้ามาในห้องที่สีเหยินใช้เก็บของ เปิดตู้ฝังมุก ชั้นบนเก็บพู่กัน หมึก พัด แป้งหอม ถุงหอม ผ้าเช็ดหน้า ต่างๆ ชั้นล่างมีเงินวางอยู่หลายพวง เปิดลิ้นชักมีเงินอยู่หลายก้อน และตาชั่ง
เส้อเยว่หยิบเงินมาก้อนหนึ่ง กับตาชั่งแล้วถามเป่าวี่ว่า
“ตุ้มชั่งน้ำหนักหนึ่งตำลึงอยู่ที่ไหน”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ตลกดีที่เจ้ามาถามข้า เจ้าเพิ่งมาอยู่ใหม่หรือ”
เสี้อเยว่ยิ้มแล้วจะไปถามคนอื่น เป่าวี่ว่า
“หยิบเอาก้อนใหญ่ให้เขาไป ไม่ได้ซื้อขาย คิดอะไรให้ถี่ถ้วน”
เส้อเยว่วางตาชั่ง เลือกเงินก้อนหนึ่งขึ้นมาเดาะดู ยิ้มว่า
“ก้อนนี้คงได้หนึ่งตำลึง มากไว้ดีกว่าน้อยไป เดี๋ยวจะถูกหัวเราะเยาะ เขาจะไม่ว่าใช้ตาชั่งไม่เป็น แต่จะหาว่าขี้เหนียว”
ยายเฒ่ายืนอยู่หน้าประตูยิ้มว่า “ก้อนนั้นเป็นเงินแท่งห้าตำลึงที่ถูกตัดครึ่งแล้ว อย่างน้อยยังกว่าสองตำลึง ตอนนี้ไม่มีคีมตัด คุณหนูเลือกก้อนเล็กดีกว่า”
เส้อเยว่ปิดตู้ไปแล้วถึงได้เดินออกมา ยิ้มว่า
“ใครจะไปหาใหม่ เท่าไรเจ้าก็เอาไปเสียสิ้นเรื่อง”
เป่าวี่บอกยายเฒ่าว่า “เจ้ารีบบอกเป้ยหมิง 焙茗 ให้ไปตามหมอมา”
ยายเฒ่ารับเงินก้อน แล้วรีบไปจัดการ
พอเป้ยหมิงเชิญหมอหลวงหวาง 王太医 มาถึง ตรวจชีพจรแล้วบอกสาเหตุของโรคไม่ผิดจากก่อนหน้า ต่างกันเพียงใบสั่งยาไม่มีจื่อสือ หมาหวง แต่มีตังกุย 当归 เปลือกส้ม 陈皮 ไป๋เสา 白芍 ปริมาณยาโดยรวมน้อยกว่าใบสั่งยาก่อนหน้า
เป่าวี่ชอบใจว่า “อย่างนี้ถึงจะเป็นยาสำหรับเด็กสาว ถึงจะขับพิษไข้ก็ไม่ควรใช้มากเกินไป เมื่อก่อนตอนข้าเป็นไข้รากสาด หมอตรวจแล้วยังว่าข้ารับหมาหวง สือเกา จื่อสือที่มีฤทธิ์แรงไม่ได้ ระหว่างข้ากับพวกเจ้า ข้าเหมือนต้นหยางอายุหลายสิบปีข้างสุสานร้าง พวกเจ้าเหมือนดอกไห่ถังขาว 白海棠 ที่หยุนเอ๋อ 芸儿 ส่งมาให้เมื่อสารทฤดู ข้ายังรับยาแรงไม่ได้ แล้วพวกเจ้าจะรับได้อย่างไร”
พวกเส้อเยว่ยิ้มว่า “ข้างสุสานร้างไม่ได้มีแต่ต้นหยาง ยังมีต้นสนต้นไป่ ข้าว่าต้นหยางน่ารังเกียจ มีใบเพียงน้อย ลมพัดมาก็ส่งเสียงขรมเหมือนโง่งม เปรียบไปเป็นพวกชั้นต่ำ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ต้นสนต้นไป่ข้าไม่กล้าเปรียบ ขงจื่อว่า “มีเพียงสนไป่ที่ไม่เหี่ยวเฉากลางความหนาว 岁寒然后知松柏之后凋也” สองสิ่งนี้สูงส่ง ข้าละอายใจเกินไปเปรียบ”
ระหว่างนั้น ยายเฒ่านำยาที่เจียดมาให้ เป่าวี่สั่งให้หาหม้อต้มเงิน 银铞子 มาต้มยาบนเตาถ่าน ฉิงเหวินว่า
“ให้เอาไปต้มที่ห้องน้ำชาก็ได้ มาต้มในห้องนี้ เดี๋ยวกลิ่นยาก็คลุ้ง”
เป่าวี่ว่า “กลิ่นยานี้หอมกว่ากลิ่นมวลดอกไม้ใดๆ เทพเซียนเก็บยามาปรุงยา วิเศษกว่าสิ่งใด ในห้องนี้มีครบทุกสิ่งเว้นแต่กลิ่นยา บัดนี้นับว่าครบถ้วน”
เป่าวี่สั่งให้ลงมือต้มยา สั่งเส้อเยว่ให้จัดเตรียมของบางอย่างให้หม่อมอเฒ่านำไปให้สีเหยิน แล้วบอกนางว่าอย่าร้องไห้เสียใจมากนัก ทุกอย่างเรียบร้อย เป่าวี่ก็ออกจากอุทยานเพื่อมาเยี่ยมอวยพรแม่เฒ่าเจี่ย กับหวางฮูหยิน และร่วมรับประทานอาหาร
พอมาถึง เห็นพี่เฟิ่งกำลังหารือกับแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินว่า
“กลางวันสั้น ทั้งอากาศหนาว ข้าคิดว่าควรให้พี่สะใภ้ใหญ่ (หลี่หวาน) กับพวกคุณหนูกินข้าวกันในอุทยาน รออากาศอุ่นแล้วจึงค่อยข้ามไปข้ามมา”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “เป็นความคิดที่ดี ไม่ต้องฝ่าลมฝ่าหิมะไปไปมามา ตอนมาท้องว่างและเย็น มาเติมกระเพาะมากมายไม่ดีนัก ที่ประตูหลังของอุทยาน มีเรือนห้าห้อง มีเวรยามสตรีพักอยู่ คัดแม่ครัวสองคนไปคอยทำอาหารให้พวกสาวๆ พืชผักรวมทั้งพวกเป็ดไก่และเนื้อต่างๆ ก็แบ่งเอาไป หากต้องซื้อของก็ให้พ่อบ้านจัดการให้”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ข้าก็คิดอยู่เหมือนกัน กลัวแต่ว่าจะไปเพิ่มงานให้ทางห้องครัว”
พี่เฟิ่งว่า “ก็ไม่มากเท่าไร อันที่จริงก็เหมือนกัน เพิ่มที่นั่น ลดที่นี่ แต่ถึงจะต้องเพิ่มบ้าง พวกคุณหนูก็ไม่ต้องทนหนาว คนอื่นยังพอว่า คนแรกเลยคือน้องหลินน่าจะรับไม่ไหว ถึงน้องเป่าก็เถอะ คนอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะแข็งแรง”
(จบบทที่ห้าสิบเอ็ด)
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ตามนี้แหละ ก่อนหน้านี้ข้าว่าจะบอก แต่เห็นพวกเจ้างานยุ่ง หากจะเพิ่มภาระให้อีก ถึงพวกเจ้าจะไม่กล้าปริปาก แต่ก็คงอดคิดไม่ได้ว่าข้าเอาใจแต่พวกเด็กๆ ไม่คิดถึงพวกเจ้า ตอนนี้เจ้าพูดออกมาเอง ก็นับว่าดี”
แม่น้าเซวีย แม่ซ้อหลี่นั่งอยู่ด้วย สิงฮูหยิน นางอิ๋วสื้อมาเยี่ยมอวยพรยังไม่กลับ แม่เฒ่าเจี่ยกล่าวกับหวางฮูหยินและพวกนางว่า
“วันนี้ข้าจะพูดเรื่องที่ปกติไม่คิดจะพูด หนึ่งก็เพราะเกรงจะยกยอยายหนูเฟิ่งเกินไป สองก็เพราะกลัวว่าทุกคนจะไม่ยอมรับ ในเมื่อวันนี้มาอยู่กันพร้อมหน้า พวกท่านมีใครคิดรอบคอบอย่างนางบ้าง”
แม่น้าเซวีย ซ้อหลี่ อิ๋วสื้อต่างยิ้มว่า “น้อยคนนัก คนอื่นอาจจะพูดพอเป็นพิธี แต่นางเอ็นดูพวกอาหญิงอาชายด้วยใจจริง กับเหล่าไท่ไท่ท่านก็เปี่ยมด้วยความกตัญญู”
แม่เฒ่าเจี่ยพยักหน้าถอนหายใจว่า “ถึงข้าจะเอ็นดูนาง แต่นางฉลาดเกินไปกลับไม่ใช่เรื่องดี”
พี่เฟิ่งยิ้มแล้วรีบกล่าวว่า “บรรพชนพูดผิดแล้ว มีคำกล่าวว่า ฉลาดเกินไปมักอายุไม่ยืน ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น เชื่ออย่างนั้น แต่บรรพชนกลับไม่เหมือนดังที่พูดกัน เชื่อกัน บรรพชนฉลาดกว่าข้าถึงสิบเท่า แต่จนบัดนี้ยังเปี่ยมวาสนาอายุขัย พรุ่งนี้ข้าขอแซงบรรพชนสักส่วนหนึ่ง อยู่จนถึงหนึ่งพันปี รอบรรพชนคืนสวรรค์แล้วค่อยยอมตาย”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ใครต่อใครตายกันหมด เหลือเราสองนางมารเฒ่า สนุกตรงไหน”
ทุกคนพากันหัวเราะ
เป่าวี่เป็นห่วงฉิงเหวิน จึงรีบกลับอุทยานก่อน พอมาถึงที่พักได้กลิ่นยาคลุ้งไปทั้งห้อง แต่ไม่เห็นใครสักคนนอกจากฉิงเหวินนอนอยู่บนเตียงผิง ใบหน้าแดงก่ำ พอแตะดูก็ร้อนมือ เป่าวี่อังมือกับเตาให้อุ่น แล้วสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มคลำร่างนางดูก็พบว่าตัวร้อนจัด จึงว่า
“คนอื่นหายไปยังพอว่า เส้อเยว่ ชิวเหวินก็ไม่มีน้ำใจหนีหายไปด้วย”
ฉิงเหวินว่า “ชิวเหวินข้าไล่นางไปกินข้าวเอง เส้อเยว่นั้น ผิงเอ๋อเพิ่งมาตามออกไป ทั้งคู่ทำลับลับล่อล่อ ไม่รู้คุยอะไรกัน คงนินทาข้าว่าป่วยแล้วไม่ยอมออกไปพักข้างนอก”
เป่าวี่ว่า “ผิงเอ๋อไม่ใช่คนแบบนั้น นางคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าป่วย พอมาหาเรื่องคุยกับเส้อเยว่จึงเห็นว่าเจ้าไม่สบาย จึงเออออว่ามาเยี่ยมไข้ นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เจ้าจะออกไปหรือไม่ ไม่เกี่ยวอะไรกับนาง ปกติพวกเจ้าก็สนิทสนมกันดี คงไม่เอาเรื่องนี้มาผิดใจกัน”
ฉิงเหวินว่า “นั่นก็จริง เพียงสงสัยว่าจู่ๆ มีเรื่องอะไรมาปิดบังข้า”
เป่าวี่ยิ้มว่า “รอข้าออกทางประตูหลัง ไปแอบฟังที่หน้าต่างแล้วจะกลับมาบอก”
ตอนก่อนหน้า : สีเหยินเยี่ยมมารดา
https://www.blockdit.com/posts/6a2144d3f89cdc9f8759be63
ตอนถัดไป : กำไลทองหนวดกุ้ง
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย