Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
11 มิ.ย. เวลา 09:11 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 105 กำไลทองหนวดกุ้ง
เป่าวี่ออกทางประตูหลังย่องไปนั่งแอบฟังใต้หน้าต่าง
เส้อเยว่กระซิบกระซาบถามว่า “เจ้าได้คืนมาได้อย่างไร”
ผิงเอ๋อว่า “วันนั้น ตอนล้างมือก็ไม่เห็นแล้ว คุณนายรองห้ามเอะอะ ให้ออกจากอุทยานมา แล้วสั่งให้พวกแม่บ้านในอุทยานทุกเรือนตรวจหาโดยละเอียด พวกเราสงสัยกันว่าน่าจะเป็นสาวใช้ของสิงฮูหยิน ทางบ้านนางยากจนไม่เคยเห็นของอย่างนี้จึงได้เอาไป คิดไม่ถึงว่ากลับเป็นคนของที่นี่
โชคดีที่วันนี้คุณนายรองไม่อยู่บ้านตอนที่ซ่งมามา 宋妈妈 เอากำไลนี้ไปหา บอกว่าสาวใช้จุ้ยเอ๋อ 坠儿 เป็นคนขโมยไป นางเป็นคนเห็นจึงมาแจ้งคุณนายรอง ข้ารีบรับกำไลมาแล้วคิดว่า เป่าวี่มักจะเข้าข้างและเถียงแทนพวกเจ้า แต่มีอยู่ปีหนึ่งเกิดเรื่องเหลียงเอ๋อ 良儿 ขโมยหยก สองปีมานี้เรื่องเพิ่งจะเงียบไป คราวนี้มาเกิดเรื่องลักทองแถวบ้านอีก เหมือนตบหน้าเป่าวี่ ข้าจึงกำชับนางว่าอย่าบอกเป่าวี่หรือใครอื่น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่รู้เข้าคงโกรธ และสีเหยินกับพวกเจ้าก็จะดูไม่ดี
ข้าจึงเรียนคุณนายรองว่า “ข้ากลับไปหาที่เรือนคุณนายใหญ่ กำไลที่หล่นหายไปตกอยู่ในพงหญ้า หิมะกลบไว้จึงไม่เห็น ตอนนี้หิมะละลาย เห็นแวววาวสะท้อนแดดอยู่ที่เดิม ข้าจึงเก็บกลับมา” คุณนายรองก็เชื่อ ข้าจึงมาบอกพวกเจ้าไว้ว่าอย่าใช้นางไปที่ไหน รอสีเหยินกลับมาแล้วค่อยหารือกันเรื่องไล่นางออก”
เส้อเยว่ว่า “ยายตัวร้ายนี่ไม่ใช่ไม่เคยเห็นของพวกนี้ ทำไมถึงได้คิดสั้น”
ผิงเอ๋อว่า “กำไลนี่ไม่ได้มีค่ามากมายอะไร เดิมเป็นของคุณนายรองเรียกว่า “กำไลหนวดกุ้ง 虾须镯” แต่ที่มีค่าคือมุกเม็ดนึ้ ฉิงเหวินเป็นคนเอะอะมะเทิ่ง หากบอกนาง คงอดโมโหไม่ได้ ต้องทั้งตีทั้งด่า ข้าจึงเพียงบอกเจ้าให้รู้ไว้”
ว่าแล้วก็ลากลับไป
เป่าวี่ฟังแล้ว ทั้งดีใจ ทั้งโมโห ทั้งเสียดาย ดีใจที่ว่าผิงเอ๋อเข้าใจหัวอกตน โมโหที่ว่าจุ้ยเอ๋อเป็นหัวขโมย เสียดายที่ว่าจุ้ยเอ๋อเป็นเด็กฉลาดกลับมาทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ พอกลับมาถึงห้อง ก็เล่าความตามคำของผิงเอ๋อให้ฉิงเหวินฟังโดยละเอียด แล้วว่า
“นางว่าเจ้าชอบเอาชนะ ตอนนี้ป่วย ได้ฟังแล้วคงเจ็บหนักขึ้น รอหายแล้วค่อยบอกเจ้า”
ฉิงเหวินได้ฟังก็โกรธจนคิ้วตั้งชันตาถลนจริงดังว่าและจะตามตัวจุ้ยเอ๋อมา เป่าวี่รีบเตือนว่า
“หากตามตัวมา มิผิดต่อเจตนาช่วยเหลือพวกเราของผิงเอ๋อหรือ มิสู้ไว้ไมตรี แล้วค่อยให้ออกไปภายหลัง”
ฉิงเหวินว่า “ถึงอย่างนั้น ก็โมโหจนเหลืออด”
เป่าวี่ว่า “มีอะไรน่าโมโหนักหนา เจ้าพักฟื้นไข้ไปเถิด”
ฉิงเหวินกินยา ตกเย็นกินอีกสองเที่ยว กลางคืนแม้จะมีเหงื่อ แต่ยังไม่เห็นผล ยังคงปวดหัวตัวร้อนคัดจมูกเสียงแหบ วันรุ่งขึ้น หมอหลวงหวางมาตรวจอาการแล้วปรับเพิ่มลดตัวยา ถึงไข้จะลดแต่ยังคงปวดหัว เป่าวี่สั่งเส้อเยว่เอายานัตถุ์มาให้
“เอาให้นางสูด จามสองสามหนคงดีขึ้น”
เส้อเยว่นำตลับแบนจากหินทรายทอง 金星玻璃 ขลิบทองสองกระดุมมาส่งให้เป่าวี่ เป่าวี่เปิดฝาเห็นด้านในมีภาพสีลงยาแบบตะวันตกเป็นภาพเปลือยของสาวผมทองมีปีก บรรจุผงยานัตถุ์ชั้นหนึ่ง
ฉิงเหวินมัวแต่จ้องมองภาพ เป่าวี่ว่า
“สูดเข้าไป กลิ่นจางหายไปก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
ฉิงเหวินใช้เล็บตักผงยาเล็กน้อยส่งเข้าจมูก ไม่เห็นมีอะไร จึงตักเพิ่มส่งเข้าโพรงจมูกไป พลันรู้สึกจมูกแสบร้อนทะลุไปถึงขม่อม ต้องจามติดต่อกันถึงห้าหกครั้ง น้ำตาน้ำมูกไหลพร้อมกัน ฉิงเหวินรีบเก็บตลับขึ้นว่า
“ไม่ไหว เผ็ด เอากระดาษมา”
สาวใช้นางหนึ่งนำกระดาษชำระ 细纸 ส่งมาให้ปึกหนึ่ง ฉิงเหวินหยิบมาสั่งน้ำมูกทีละแผ่น
เป่าวี่ยิ้มถามว่า “เป็นอย่างไร”
ฉิงเหวินยิ้มว่า “สบายขึ้นมากจริง แต่ยังปวดขมับ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “หากใช้ยาตะวันตกช่วย น่าจะหาย”
ว่าแล้วก็สั่งเส้อเยว่ว่า
“ไปหาคุณนายรอง บอกนางตามคำข้าว่า ที่พี่มียาขึ้ผึ้งตะวันตกปิดแก้ปวดหัวเรียกว่า “อีฝอน่า 依佛哪” ขอมาให้ข้าหน่อย”
เส้อเยว่รับคำแล้วหายไปครึ่งวัน กลับมาพร้อมกับยาครึ่งก้อน แล้วไปหาชายผ้าต่วนแดงมาตัดเป็นวงกลมขนาดเล็บมือสองชิ้น เอาไฟลนยาให้อ่อนตัว แล้วใช้ปิ่นทาลงบนผ้า ฉิงเหวินส่องกระจกแล้วเล็งปิดบนสองขมับ
เส้อเยว่ยิ้มว่า “นอนป่วยเป็นผีหัวฟูอยู่แล้ว มาปิดนี่เข้าไปยิ่งดูตลก คุณนายรองปิดออกบ่อย ไม่น่าขันเหมือนเจ้า”
แล้วหันมาถามเป่าวี่ว่า
“คุณนายรองว่า พรุ่งนี้เป็นวันเกิดท่านน้าชาย ไท่ไท่บอกให้ท่านไป พรุ่งนี้จะสวมชุดอะไร ข้าจะได้เตรียมไว้ให้เสียแต่เย็นวันนี้ พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ฉุกละหุก”
เป่าวี่ว่า “ชุดไหนใกล้มือก็เอาชุดนั้น มีวันเกิดกันทั้งปีไม่หยุดหย่อน”
ว่าแล้วก็ลุกออกจากห้อง จะไปยังเรือนซีชุนเพื่อชมภาพวาด
พอออกมาหน้าประตูเรือน เห็นเสี่ยวหลอ 小螺 สาวใช้ของเป่าฉินเดินผ่านมา เป่าวี่รีบถามว่า “จะไปไหน”
เสี่ยวหลอยิ้มว่า “คุณหนูของเราทั้งสองคนอยู่ที่เรือนคุณหนูหลิน ข้ากำลังจะไปหา”
เป่าวี่เปลี่ยนใจตามนางมายังเรือนเซียวเซียง ไม่เพียงเป่าไชสองพี่น้องอยู่ที่นั่น ยังมีสิ้วเอียน 岫烟 นั่งล้อมสุ่มควัน 熏笼 สนทนากับไต้วี่เป็นสี่คน จื่อเจวียนนั่งอยู่ในห้องอุ่น เย็บปักงานอยู่ริมหน้าต่าง พอเห็นเป่าวี่เข้ามา ต่างก็ยิ้มว่า
“มาอีกคน ไม่มีที่ให้ท่านนั่ง”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ช่างเป็นภาพ “เหล่าโฉมฉายในห้องหับเหมันต์ 冬闺集艳图” ที่งดงาม เสียดายข้ามาสายไป ห้องนี้อบอุ่นกว่าห้องใด เก้าอี้นี้นั่งแล้วไม่รู้หนาว”
ว่าแล้ว ก็นั่งลงบนเก้าอี้ปูหนังกระรอกเงินตัวประจำของไต้วี่
ในห้องอุ่นมีกระถางหยกทรงยาว ปลูกดอกสุ่ยเซียน 水仙 อยู่ห้าดอก เป่าวี่เอ่ยชมว่า
“ดอกไม้งาม ห้องนี้ทั้งอุ่น ทั้งหอมกลิ่นดอกไม้ เมื่อวานนี้ทำไมไม่เห็น”
ไต้วี่ยิ้มว่า “นี่มาจากบ้านของเจ้า ภรรยาของพ่อบ้านไล่ต้าส่งเป็นของขวัญให้คุณหนูรองเซวีย (เป่าฉิน) สุ่ยเซียนสองกระถาง ล่าเหมย 腊梅 สองกระถาง นางจึงเอาสุ่ยเซียนมาให้ข้ากระถางหนึ่ง เอาล่าเหมยให้ยายหยุนกระถางหนึ่ง ตอนแรกข้าจะไม่รับไว้ก็กลัวเสียน้ำใจ ถ้าเจ้าอยากได้ ข้าจะส่งไปให้”
เป่าวี่ว่า “ที่ห้องข้ามีอยู่แล้วสองกระถางแต่ไม่งามเท่านี้ น้องฉินให้เจ้า เจ้าจะเอาไปให้คนอื่น ไม่สมควรอย่างยิ่ง”
ไต้วี่ว่า “ที่นี่วันทั้งวันหม้อต้มยาไม่เคยห่างเตา ข้าอยู่ได้ด้วยยา ทนกลิ่นหอมของดอกไม้ได้ที่ไหนกัน มีแต่จะแพ้เอา อีกอย่างในห้องนี้มีแต่กลิ่นยา พานจะพาดอกไม้เฉา เจ้าเอาไปเสีย ดอกไม้จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมรบกวน”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ที่ห้องข้าตอนนี้ก็มีคนป่วยต้มยากิน เจ้ารู้ได้อย่างไร”
ไต้วี่ยิ้มว่า “แปลก ข้าพูดโดยไม่ได้ตั้งใจ ใครจะไปรู้ว่าที่ห้องเจ้าเกิดเรื่อง เจ้าไม่ได้มาที่นี่ฟังตำนาน พอมาก็กลับมีเรื่องพิลึก”
เป่าวี่ยิ้มว่า “พรุ่งนี้พวกเราเปิดชมรมกวีกัน ได้หัวข้อแล้ว นั่นคือ ชมสุ่ยเซียน ล่าเหมย”
ไต้วี่ได้ฟังก็ยิ้มล้อเลียนว่า “พอเถอะ ข้าไม่แต่งกลอนอะไรแล้ว แต่งไปก็ถูกปรับโทษ น่าขายหน้า”
ว่าแล้วก็เอามือขึ้นปิดหน้า
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าจะมาล้อข้าทำไม ข้ายังไม่อาย เจ้ามาปิดหน้าแทนข้า”
เป่าไชยิ้มว่า “คราวหน้า ข้าจะเป็นผู้จัดชมรมกวี กำหนดให้ทุกคนต้องแต่งบทกลอน 诗 สี่บท บทกวีฉือ 词 สี่บท ในหัวข้อ 《ชมภาพไท่จี๋ 咏太极图》 กำหนดสัมผัส “เซียน 先” อันเป็นชุดคำสัมผัสลำดับแรกสุด กลอนใช้กลอนห้า ต้องใช้คำสัมผัสให้หมดทุกคำในชุดไม่ให้มีเหลือ”
เป่าฉินยิ้มว่า “พี่พูดอย่างนี้เหมือนไม่เต็มใจเปิดชมรม ข้อกำหนดยากเกินไป อาจทำให้คนคัดเอาข้อความจากคัมภีร์อี้จิงมาใช้ แล้วจะไปสนุกอะไร
ตอนข้าอายุแปดขวบ เคยตามท่านพ่อไปค้าขายที่ชายฝั่งทะเลตะวันตก (มักหมายถึงทะเลสาปชิงไห่ 青海湖)ได้พบเด็กสาวอายุสิบห้าชาวเมืองเจินเจิน 真真国 ใบหน้างามเหมือนหญิงสาวชาวตะวันตกตามภาพเขียน ทั้งยังมีผมสีทองถักเป็นสองเปีย บนศีรษะประดับ โมรา ปะการัง ตาแมว มรกต สวมเสื้อเกราะห่วงโซ่ทองถัก เสื้อกระโปรงอย่างตะวันตก สะพายดาบคมเดียวแบบญี่ปุ่นฝังทองและอัญมณี สวยงามปานภาพวาด
มีคนบอกว่านางช่ำชองโคลงกลอนจีน ทั้งสามารถแจกแจง “ห้าคัมภีร์ 五经” บิดาข้าจึงติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ขอให้นางเขียนหนังสือให้สักแผ่น นางจึงแต่งบทกลอนให้”
ทุกคนได้ฟังต่างว่าพิศดาร เป่าวี่ยิ้มว่า
“น้องคนดี เจ้าเอามาให้ข้าดูหน่อยเถิด”
เป่าฉินยิ้มว่า “ข้าเก็บไว้ที่หนานจิง จะเอาที่ไหนให้ดูตอนนี้”
เป่าวี่ฟังแล้วผิดหวังยิ่งว่า “ไม่มีวาสนาได้ชื่นชม”
ไต้วี่ยิ้มดึงตัวเป่าฉินไว้ว่า “เจ้าไม่ต้องมาหลอกข้า ข้ารู้ว่าเจ้ามาครั้งนี้ ไม่ทิ้งของอย่างนี้ไว้ที่บ้าน ต้องติดตัวมาแน่นอน เจ้าโกหกว่าไม่ได้เอามาด้วย ถึงเขาเชื่อ แต่ข้าไม่เชื่อ”
เป่าฉินหน้าแดง ก้มหน้ายิ้มไม่ตอบ
เป่าไชยิ้มว่า “พูดแบบนี้คือผินเอ๋อ หลักแหลมร้ายกาจ”
ไต้วี่ยิ้มว่า “เมื่อเอามา ก็เอามาให้พวกเราชมเป็นขวัญตาเถิด”
เป่าไชยิ้มว่า “หีบห่อสัมภาระกองใหญ่ คงยังจัดไม่เรียบร้อย ไม่รู้อยู่ที่ไหนกระมัง รอจัดเรียบร้อยแล้วค่อยหาออกมาให้ทุกคนได้ชมเถิด”
แล้วหันมาพูดกับเป่าฉินว่า
“ถ้าเจ้าจำได้ ลองท่องให้พวกเราฟังดู”
เป่าฉินว่า “จำได้ว่าเป็นบทกลอนห้าแปดวรรค สำหรับสาวต่างชาติแล้วนับว่ายากพบยิ่ง”
เป่าไชว่า “เจ้าอย่าเพิ่งท่อง รอข้าตามหยุนเอ๋อมาฟังด้วย”
แล้วหันมาสั่งเสี่ยวหลอว่า
“เจ้าไปที่บ้านข้า บอกว่ามีสาวงามต่างด้าวแต่งกลอนได้เยี่ยมมาอยู่นี่ ขอเชิญ “กวีบ้า 诗疯子” ผู้คลั่งไคล้บทกวีมาชื่นชม อย่าลืมพา “กวีทึ่ม 诗呆子” ผู้หลงไหลบทกวีมาด้วย”
เสี่ยวหลอยิ้มแล้วรีบไป
ราวครึ่งวัน ได้ยินเสียงเซียงหยุน 湘云 หัวเราะนำมาถามว่า
“สาวงามต่างด้าวมาแต่หนไหน”
ว่าแล้วก็เดินเข้ามาพร้อมกับเซียงหลิง 香菱
ทุกคนหัวเราะว่า “เงายังไม่เห็น เสียงมาก่อน”
พวกเป่าฉินลุกขึ้นยืนเชิญนั่ง แล้วเล่าความเมื่อก่อนหน้าให้ฟัง
เซียงหยุนยิ้มว่า “รีบท่องมาฟังเถิด”
เป่าฉินจึงท่องว่า
咋夜朱楼梦,今宵水国吟。
岛云蒸大海,岚气接丛林。
月本无今古,情缘自浅深。
汉南春历历,焉得不关心?
ราตรีวานหลับฝันหวานกลางหอแดง
สายัณห์นี้แต่งกลอนขานละหานใส
คลื่นสมุทรคลั่งคลุมเกาะเมฆาลัย
ยอดแมกไม้ไอหมอกซอกแซกแซม
เดือนดวงเดิมแต่วันเก่าเท่าวันนี้
สุนทรียรมย์ผันผกตกแต่งแต้ม
วสันตฤดูแดนทักษิณจับจินต์แจ่ม
ไยมิแย้มยิ้มไว้ให้เบิกบาน
ทุกคนฟังแล้วต่างว่า “วิเศษ พวกเราชาวจีนยังใช่ว่าเหนือกว่า”
ไม่ทันขาดคำ เส้อเยว่เข้ามาแจ้งว่า
“ไท่ไท่ให้คนมาเรียนนายรองว่า พรุ่งนี้ตอนไปงานท่านน้าชาย ให้ช่วยเรียนท่านว่า ไท่ไท่ไม่ค่อยสบายจึงมาเองไม่ได้”
เป่าวี่รีบลุกขึ้นตอบรับว่า “ขอรับ”
แล้วหันมาถามเป่าไช เป่าฉินว่า
“พวกเจ้าสองคนไปด้วยไหม”
เป่าไชว่า “พวกเราไม่ได้ไป แต่ส่งของขวัญไปให้ตั้งแต่เมื่อวาน”
สนทนากันอีกสักพัก ต่างคนต่างแยกย้าย
เป่าวี่รอคนอื่นกลับกันไป ตัวเองอยู่รั้งท้าย ไต้วี่จึงเรียกไว้ถามว่า
“สีเหยินจะกลับมาเมื่อไร”
เป่าวี่ว่า “เสร็จพิธีส่งศพแล้วจึงกลับ”
ไต้วี่ยังมีเรื่องอยากถามแต่เอ่ยไม่ออก ตั้งสติแล้วว่า
“เจ้าไปเถิด”
เป่าวี่ก็มีเรื่องในใจมากมายแต่ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรเช่นกัน ตรองดูแล้วจึงยิ้มว่า
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
แล้วลงบันได ก้มหน้าจะเดินจากไป พลันเปลี่ยนใจหันเดินกลับมาถามว่า
“ช่วงนี้กลางคืนยาว เจ้าไอคืนละกี่หน ตื่นมากี่ครั้ง”
ไต้วี่ว่า “เมื่อคืนก็ดีอยู่ ไอเพียงสองครั้ง แต่สี่ชั่วยามหลับได้เพียงชั่วยามเดียว พอตื่นมาแล้วก็หลับไม่ลงอีก”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้ายังมีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า เพิ่งนึกขึ้นมาได้”
แล้วเดินขยับเข้ามาใกล้กระซิบกระซาบว่า
“ข้าคิดว่า รังนกที่พี่เป่าส่งมาให้เจ้า…”
พูดไม่ทันจบ น้าหญิงเจ้า 赵姨娘 แวะเข้ามาเยี่ยมไต้วี่ถามว่า
“คุณหนู สองสามวันนี้อาการดีขึ้นไหม”
ไต้วี่รู้ว่านางไปหาทั่นชุนแล้วขากลับผ่านมาจึงแวะมาแสดงน้ำใจ จึงยิ้มเชิญนั่งแล้วว่า
“ท่านน้าอุตส่าห์มีน้ำใจมาด้วยตัวเอง”
แล้วรีบสั่งคนรินน้ำชาให้ ด้านหนึ่งก็ลอบส่งสายตาให้เป่าวี่ เป่าวี่รู้ความนัย จึงเดินจากมาหาหวางฮูหยิน เนื่องจากพอดีเป็นเวลาอาหารเย็น หวางฮูหยินยังกำชับอีกว่าให้รีบกลับ
เป่าวี่กลับมาถึงเรือน ดูว่าฉิงเหวินกินยาแล้ว เย็นนั้นเป่าวี่นอนข้างฉิงเหวินที่ห้องอุ่น และบอกให้ย้ายสุ่มควันเข้ามาในไว้ในห้องอุ่น ให้เส้อเยว่นอนบนสุ่มควันด้วย
ตอนก่อนหน้า : ฉิงเหวินเป็นไข้
https://www.blockdit.com/posts/6a2694bc6e83cf922b9559a4
ตอนถัดไป : เสื้อคลุมยูงทอง
3 บันทึก
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
3
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย