15 มิ.ย. เวลา 09:52 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 106 เสื้อคลุมยูงทอง

วันรุ่งขึ้นฟ้าไม่ทันสาง ฉิงเหวินตื่นขึ้นมาปลุกเส้อเยว่ว่า
“เจ้าควรตื่นได้แล้ว ยังนอนไม่พออีกหรือ ออกไปบอกให้คนชงชา ข้าจะปลุกเขาเอง”
เส้อเยว่รีบลุกขึ้นสวมเสื้อว่า “พวกเราปลุกเขาก่อน แต่งตัวให้เรียบร้อย ยกเตานี่ออกไปแล้วค่อยตามคนเข้ามา พวกแม่เฒ่าเคยบอกว่าอย่าให้เขามานอนห้องนี้กลัวจะไม่สบาย พวกเรามาออกันอยู่ในนี้หมด เดี๋ยวจะถูกเอ็ด”
ฉิงเหวินว่า “ข้าก็ว่างั้น”
สองคนช่วยกันปลุกเป่าวี่ให้รีบลุกขึ้นแต่งตัว เส้อเยว่เรียกเด็กรับใช้เข้ามาช่วยเก็บกวาด สั่งพวกชิวเหวินให้เข้ามาคอยรับใช้ เป่าวี่ล้างหน้าหวีผมเสร็จ เส้อเยว่ว่า
“ฟ้ามีเมฆครึ้ม หิมะคงใกล้ตก สวมเสื้อคลุมกำมะหยี่ด้วยดีกว่า”
เป่าวี่พยักหน้า แล้วเปลี่ยนเสื้อ
เด็กรับใช้ยกถาดน้ำชาวางถ้วยมีฝาปิดใส่น้ำแกงเม็ดบัวพุทราแดงมาให้ เป่าวี่ดื่มไปสองคำ เส้อเยว่นำจานเล็กใส่ขิงอ่อนสูตรพื้นบ้าน 法制紫姜 มาให้เป่าวี่อมไว้ในปากชิ้นหนึ่ง กำชับกำชาฉิงเหวินแล้วรีบมายังเรือนแม่เฒ่าเจี่ย
แม่เฒ่าเจี่ยยังไม่ลุกจากเตียง แต่รู้ว่าเป่าวี่จะต้องออกจากบ้านแต่เช้า จึงเปิดประตูห้องให้เป่าวี่เข้ามาพบ เป่าวี่เห็นด้านหลังแม่เฒ่า เป่าฉินนอนหันหลังอยู่ยังไม่ตื่น
แม่เฒ่าเจี่ยเห็นเป่าวี่สวมเสื้อขนสัตว์แขนลีบสีลิ้นจี่ คลุมเสื้อกำมะหยี่สีแดงสดปักลายทองชายเสื้อผ้าต่วนสีกรมท่า จึงถามว่า “หิมะตกหรือ”
เป่าวี่ว่า “ฟ้าครึ้มแต่ยังไม่ตก”
แม่เฒ่าเจี่ยจึงสั่งว่า “ยวนยาง ไปเอาเสื้อคลุมขนนกยูงตัวเมื่อวานมา”
ยวนยางรับคำแล้วไปนำเสื้อคลุมมา เป่าวี่เห็นว่าเป็นเสื้อสีทองและมรกตงามแวววาวแยงตาแต่ต่างจากเสื้อคลุมขนหัวเป็ดป่า 凫靥裘 (ฝูเย่ฉิว) ของเป่าฉิน
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “นี่คือ “เสื้อคลุมยูงทอง 雀金呢 (เชว่จินหนี)” ทอมาจากขนหางนกยูงของรัสเซีย ตัวก่อนหน้านี้ที่ให้น้องสาวเจ้าทำจากขนหัวเป็ดป่า ตัวนี้ให้เจ้า”
เป่าวี่โขกศีรษะคำนับ แล้วรับมาสวมไว้
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ไปหาแม่เจ้า ให้นางดูก่อนแล้วค่อยไป”
เป่าวี่รับคำแล้วกลับออกมา เห็นยวนยางยืนขยี้ตาอยู่บนพื้น นับแต่ยวนยางสาบานว่าจะไม่แต่งงานเป็นต้นมาก็ไม่เคยได้คุยกับเป่าวี่อีกเลย เป่าวี่ไม่สบายใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยวนยางพอเห็นเป่าวี่มาก็ตั้งท่าจะหลบอีก เป่าวี่ชิงเข้ามายิ้มว่า
“พี่คนดี ท่านดูเสื้อตัวนี้เหมาะกับข้าหรือไม่”
ยวนยางสะบัดมือ แล้วเดินหนีเข้าห้องแม่เฒ่าเจี่ย
เป่าวี่จำต้องเดินมายังห้องของหวางฮูหยิน ให้หวางฮูหยินชมเสื้อ กลับออกมายังอุทยาน ให้ฉิงเหวิน เส้อเยว่ชมบ้าง แล้วกลับมาหาแม่เฒ่าเจี่ยว่า
“ท่านแม่เห็นแล้วว่า น่าเสียดาย บอกให้ข้าระมัดระวัง อย่าทำขาดหรือชำรุด”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ก็มีอยู่เพียงตัวเดียว เจ้าทำขาดก็ไม่มีอีก ตัวนี้ตัดให้เจ้าโดยเฉพาะไม่มีตัวอื่นอีก”
ว่าแล้วก็กำชับเป่าวี่ว่า
“อย่าดื่มให้มากนัก รีบกลับมาโดยไว”
เป่าวี่รับคำว่า “ขอรับ”
หม่อมอเฒ่าตามมาส่งเป่าวี่ถึงห้องโถง เห็นหลี่กุ้ย 李贵 พี่ชายของแม่นมเป่าวี่ หวางหยง 王荣 จางยว่อจิ่น 张若锦 เจ้ายี่หัว 赵亦华 เฉียนฉี่ 钱启 โจวยุ่ย 周瑞 หกคน นำบ่าวอีกสี่คนมี เป้ยหมิง 焙茗 ปั้นเห้อ 伴鹤 ฉูเย่า 锄药 เส่าหง 扫红 สะพายห่อเสื้อผ้า ถือเบาะนั่ง จูงม้าขาวอานสลักบังเหียนสีรุ้งยืนรอกันอยู่นานแล้ว หม่อมอเฒ่ากล่าวกำชับกับทั้งหกคนซึ่งต่างรับคำว่า “ขอรับ” แล้วจัดอานและบังโกลนให้เป่าวี่ค่อยขึ้นม้า หลี่กุ้ย หวางหยงจูงห่วงเหล็กปากม้า เฉียนฉี่ โจวยุ่ยเดินนำทาง จางยว่อจิ่น เจ้ายี่หัว เดินขนาบซ้ายขวาตามติด
เป่าวี่อยู่บนหลังม้ายิ้มว่า “พี่โจว พี่เฉียน พวกเราออกทางประตูหัวมุม ไม่ต้องผ่านห้องหนังสือของนายใหญ่ท่าน จะได้ไม่ต้องลงม้า”
โจวยุ่ยก้มตัวยิ้มว่า “นายใหญ่ท่านไม่อยู่ ห้องหนังสือใส่กุญแจไว้ เจ้านายไม่จำต้องลงมา”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ถึงจะใส่กุญแจไว้ ก็ต้องลง”
เฉียนฉี่ หลี่กุ้ยยิ้มว่า “เจ้านายพูดถูก หากทำเฉยไม่ลงมาแล้วนายใหญ่ไล่ 赖大爷 นายรองหลิน 林二爷 มาเห็นเข้า ถึงไม่กล้าว่าเจ้านาย ก็คงเตือนสองสามคำ และไม่แคล้วต้องมาลงที่พวกข้าว่าไม่เตือน”
โจวยุ่ย เฉียนฉี่จึงนำทางออกมาทางประตูหัวมุม
ขณะสนทนา ก็เห็นไล่ต้าเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้า เป่าวี่รีบหยุดม้าแล้วจะลงม้า ไล่ต้ารีบเข้ามากอดขาเอาไว้ เป่าวี่จึงยืนเหยียบโกลนยิ้มแล้วจับมือพูดด้วยสองสามคำ ถัดมาบ่าวยี่สิบกว่าสามสิบคนถือไม้กวาดบุ้งกี๋เข้ามา พอเห็นเป่าวี่ ก็พากันยืนห้อยมือชิดกำแพง คนที่เป็นหัวหน้าคุกเข่าข้างเดียวกระทำคารวะ 打千儿 ว่า “นายท่านสบายดี”
เป่าวี่ไม่รู้จักชื่อชายผู้นี้ จึงเพียงยิ้มพยักหน้า แล้วขี่ม้าผ่านออกมาทางประตูหัวมุม ด้านนอกบ่าวของพวกหลี่กุ้ยทั้งหกกับคนดูแลม้าจูงม้าสิบกว่าตัวมารออยู่ พวกหลี่กุ้ยจึงขึ้นม้าแล้วออกนำทาง
กล่าวถึงฉิงเหวินกินยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จึงร้อนใจออกปากด่าหมอว่า
“ดีแต่หลอกเอาเงิน ยาดีไม่มีให้กินสักเทียบ”
เส้อเยว่ยิ้มแล้วเตือนว่า “เจ้าก็ใจร้อนเกินไป เขาถึงว่ากันว่า ไข้มาเหมือนเขาถล่ม ไข้ไปเหมือนสาวไหม 病来如山倒,病去如抽丝。ไม่ใช่ยาวิเศษของท่านเล่าจวิน 老君 อย่างไรก็ต้องสักกี่วันจึงหาย ยิ่งร้อนใจยิ่งไม่เป็นผลดี”
ฉิงเหวินด่าพวกเด็กรับใช้ว่า “หายหัวไปมุดทราย 钻沙 ที่ไหนกันหมด เห็นข้าป่วย ก็กล้าดีหนีหาย พรุ่งนี้ข้าหายดี จะจับพวกเจ้ามาไล่ถลกหนัง”
พวกเด็กรับใช้ตกใจกลัวรีบเข้ามาออกันถามว่า
“แม่นางจะทำอะไร”
ฉิงเหวินว่า “คนอื่นตายกันหมดแล้ว เหลือข้าคนเดียว”
พูดจบก็เห็นจุ้ยเอ๋อ 坠儿 เพิ่งนวยนาดเข้ามา
ฉิงเหวินว่า “ดูยายม้าดีดกะโหลกนี่ ไม่ถามหานางก็ไม่มา แต่หากเงินเดือนออกหรือแจกขนม นางวิ่งมาอยู่หัวแถว เข้ามาใกล้อีกหน่อย ข้าไม่ใช่เสือจะได้จ้องกินเจ้า”
จุ้ยเอ๋อจึงต้องเบียดขึ้นหน้ามา ฉิงเหวินฉวยโอกาสที่นางไม่ทันตั้งตัว คว้ามือนางไว้ อีกมือล้วงไปใต้หมอนคว้าปิ่นอีจ้างชิง 一丈青 มากระหน่ำแทงใส่มือนาง ทั้งด่าว่า
“เอากรงเล็บนี้ไว้ทำอะไร ไม่เคยใช้เข็ม ไม่เคยจับด้าย ดีแต่ลักของใส่ปาก เบาปัญญา มือไว ขายหน้าไปทั่ว ต้องทำลายเสีย”
จุ้ยเอ๋อเจ็บจนร้องลั่น เส้อเยว่รีบดึงตัวนางแยกมา กดฉิงเหวินให้นอนลงแล้วว่า
“เหงื่อเพิ่งออกก็รนหาที่ รอเจ้าหายดีก่อนค่อยลงมือสั่งสอน มาวุ่นวายอะไรตอนนี้”
(อีจ้างชิง 一丈青 ปิ่นยาวปลายหนึ่งแหลม อีกปลายเป็นไม้แคะหู ปัจจุบันไม่คอยรู้จักกัน จึงเป็นปริศนาของผู้อ่านสุยหู่จ้วน 水浒传 (ขุนโจรเหลียงซาน) มีตัวละครหู้ซานเหนียงสาวงามฉายาอีจ้างชิง 一丈青扈三娘 ว่าหมายถึงอะไร ดีที่มีบันทึกในความฝันในหอแดง 红楼梦 จึงรู้ว่าเป็นปิ่นปักผม)
ฉิงเหวินให้คนตามซ่งหม่อมอ 宋嬷嬷 มาแล้วบอกว่า
“นายรองเป่าเพิ่งบอกข้าให้บอกพวกเจ้าว่า จุ้ยเอ๋อขี้เกียจ นายรองเป่าใช้งานนาง นางหาข้ออ้างไม่ทำ แม้แต่สีเหยินใช้งานนาง นางก็แอบด่าลับหลัง วันนี้จึงจำต้องขับนางออกไป พรุ่งนี้นายรองเป่าจะไปรายงานไท่ไท่ด้วยตัวเอง”
ซ่งหม่อมอพอได้ฟัง ก็รู้แน่แก่ใจว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องกำไลทอง จึงยิ้มว่า
“ถึงอย่างนั้นก็ควรรอแม่นางฮวากลับมา ให้นางรับรู้ก่อนแล้วค่อยไล่ออก”
ฉิงเหวินว่า “นายรองเป่าพันสั่งหมื่นย้ำกำชับมาวันนี้ ยังต้องรอแม่นางฮวาแม่นางเฉ่าทำไมกัน ข้ามีเหตุผลของข้า ท่านทำตามคำข้า ไปบอกคนที่บ้านนางมารับตัวนางกลับไป”
เส้อเยว่ว่า “เอาเถิด ช้าหรือเร็วก็ต้องไป รีบมารับตัวไป เรื่องก็จบไวขึ้นอีกวัน”
ซ่งหม่อมอจำต้องไปตามมารดาของจุ้ยเอ๋อมาช่วยนางเก็บข้าวของ แล้วกลับมาพบพวกฉิงเหวินว่า
“หลานสาวทำความผิด พวกแม่นางก็ควรอบรมสั่งสอน ทำไมต้องไล่ออก อย่างไรก็ควรไว้หน้าพวกเราบ้าง”
ฉิงเหวินว่า “เรื่องนี้ท่านต้องรอถามเป่าวี่เอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”
มารดาจุ้ยเอ๋อยิ้มเยาะว่า “ข้าไม่กล้าไปถามท่านหรอก ท่านก็ว่าตามพวกแม่นางทุกอย่างอยู่แล้ว ถึงท่านยอม พวกแม่นางไม่ยอมก็ไม่มีประโยชน์ ดูอย่างเมื่อกี้ ลับหลังแม่นางเรียกชื่อท่านเฉยๆ พวกแม่นางเรียกได้ หากเป็นพวกข้าคงถูกหาว่าป่าเถื่อน”
ฉิงเหวินโมโหจนหน้าแดงว่า “ข้าเรียกชื่อเขาเฉยๆ เจ้าไปฟ้องเหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่ว่าข้าป่าเถื่อน ให้ไล่ข้าออกสิ”
เส้อเยว่ว่า “อาซ้อท่านพานางไปเถิด มีอะไรค่อยว่ากัน นี่ไม่ใช่ที่ให้ท่านมาถกเหตุผล ท่านเห็นใครมาหาเหตุผลกับพวกเราบ้าง อย่าว่าแต่อาซ้อท่าน ถึงคุณนายใหญ่ไล่ คุณนายหลิน ยังยอมพวกเราสามส่วน
สำหรับเรื่องเรียกชื่อตัวนั้น นับแต่เล็กจนโตมาป่านนี้ เหล่าไท่ไท่เป็นผู้สั่งเอง พวกท่านก็รู้ ท่านกลัวว่าเด็กเลี้ยงยาก อุตส่าห์เขียนชื่อตัวเขาไปปิดไว้ทั่วไปหมด ให้ทุกคนเห็นและเรียกแก้เคล็ดให้เด็กเลี้ยงง่าย แม้แต่คนหาบน้ำหาบถังส้วมก็ยังเรียกกันได้ อย่าว่าแต่พวกเรา กระทั่งเมื่อวานคุณนายหลินไปเรียกว่าคุณชายเข้าคำหนึ่ง ยังถูกเหล่าไท่ไท่เอ็ด นี่ข้อแรก
ข้อสอง พวกเราต้องไปหาเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่รายงานให้ท่านฟังเสมอ เมื่อเรียกคุณชายไม่ได้ ก็ต้องเรียกว่า “เป่าวี่” สองคำวันละสองร้อยครั้งได้ อาซ้อกลับเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น วันไหนว่างว่าง อาซ้อไปฟังพวกเราเวลาอยู่ต่อหน้าเหล่าไท่ไท่กับไท่ไท่ก็รู้เอง อาซ้อไม่ได้อยู่คอยรับใช้ซึ่งหน้า แต่ทั้งปีอยู่ไกลออกไปถึงสามประตูข้างนอก จึงไม่รู้ธรรมเนียมข้างใน
ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่อาซ้อท่านจะอ้อยอิ่งอยู่ได้นาน อีกครู่ก็จะมีคนมาถามท่านโดยไม่ต้องให้พวกเราบอก ท่านพานางไปเสีย มีอะไรก็แจ้งคุณนายหลินไว้ ให้นำความมาเรียนนายรอง ในบ้านนี้มีคนนับพัน เดี๋ยวคนนั้นมา เดี๋ยวคนนี้มา พวกเรายังจำชื่อแซ่ได้ไม่หมดทุกคน”
ว่าแล้ว ก็หันมาสั่งเด็กรับใช้ว่า
“ไปเอาผ้าถูพื้นมาถูพื้นให้สะอาด”
มารดาจุ้ยเอ๋อฟังแล้วเถียงไม่ออก ไม่กล้ารั้งรออยู่นาน เดินกระฟัดกระเฟียดพาจุ้ยเอ๋อกลับไป ซ่งหม่อมอรีบบอกว่า
“อาซ้อท่านไม่รู้ธรรมเนียมยังพอว่า ลูกสาวท่านทำงานอยู่เรือนนี้ ก่อนไปต้องคำนับลาพวกแม่นาง ไม่ใช่บอกจะไปก็ไป”
จุ้ยเอ๋อเดินกลับเข้ามาโขกศีรษะคำนับฉิงเหวิน เส้อเยว่ แล้วกลับออกไปหาพวกชิวเหวิน แต่พวกนางทำเป็นไม่สนใจ มารดานางจึงถอนหายใจด้วยความโมโห ไม่พูดอะไร คุมแค้นรีบกลับกันไป
ฉิงเหวินระบายโทสะไปแล้ว อาการปวดหัวเป็นไข้จึงกลับทรุดลง นอนพลิกตัวไปมาอยู่จนถึงเวลาตามตะเกียง ค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง เป่าวี่ก็กลับมาถึง เดินกระแทกเท้าเข้ามา เส้อเยว่รีบถามสาเหตุ
เป่าวี่ว่า “วันนี้ท่านย่าอารมณ์ดีให้เสื้อคลุมตัวนี้กับข้า ไม่ทันระวัง ข้างหลังไหม้ไปแถบหนึ่ง ยังดีว่าค่ำแล้ว ท่านย่า ท่านแม่จึงไม่ใส่ใจ”
ว่าแล้วก็ถอดเสื้อคลุมให้เส้อเยว่รับไปดู เห็นรอยไหม้ขนาดนิ้วมือ
เส้อเยว่ว่า “นี่คงถูกถ่านเตามือถือหล่นใส่ ไม่หนักหนาอะไร รีบเอาไปให้ช่างเก่งๆ ปะชุนเสียก็ได้แล้ว”
ว่าแล้วก็นำเสื้อคลุมใส่ห่อผ้า เรียกหม่อมอนางหนึ่งมาสั่งว่า
“ฟ้าสางต้องรีบทำให้เสร็จ อย่าให้เหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่รู้เด็ดขาด”
ยายเฒ่าหายไปครึ่งวัน นำห่อผ้ากลับมาบอกว่า
“ไม่ว่าช่างปะชุน ช่างตัดเสื้อ ข่างเย็บปักที่ไหนต่างไม่รู้จักผ้านี้ ไม่กล้าซ่อม”
เส้อเยว่ว่า “ทำอย่างไรดี พรุ่งนี้ไม่ต้องใส่ก็แล้วกัน”
เป่าวี่ว่า “พรุ่งนี้เป็นวันตรง เหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่สั่งไว้แล้วให้ข้าใส่ไป นี่แค่งานวันแรกก็ไหม้เสียแล้ว น่าเศร้าจริง”
ฉิงเหวินนอนฟังอยู่ครึ่งวัน อดไม่ได้พลิกตัวมาว่า
“เอามาให้ข้าดูที เจ้าคงใส่แล้วอับโชคถึงต้องร้อนใจ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ที่เจ้าพูดก็ถูก”
ว่าแล้วก็ส่งเสื้อให้ฉิงเหวิน นำมาส่องดูอย่างละเอียดใต้แสงตะเกียง
ฉิงเหวินว่า “นี่เป็นด้ายทองปั่นจากขนนกยูง เราก็เอาด้ายทองขนนกยูงมาปะแล้วชุนลายเสียก็พอหลอกตาไปได้”
เส้อเยว่ว่า “ด้ายทองขนนกยูงนั่นมี แต่นอกจากเจ้า คงปะชุนลายไม่ได้”
ฉิงเหวินว่า “ไม่ต้องมาเซ้าซี้ ข้ารู้หรอกน่า”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาสวมเสื้อ เอาผ้าโพกหัว รู้สึกตาลาย แต่เห็นเป่าวี่ร้อนใจจึงจำกัดฟันไว้ ให้เส้อเยว่นำด้ายมา พอเทียบดูแล้วก็ยิ้มว่า
“ถึงจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ปะซ่อมไปคงดูไม่ออก”
เป่าวี่ว่า “นั่นก็ดีมากแล้ว จะไปหาช่างรัสเซียที่ไหนตอนนี้”
ฉิงเหวินฉีกซับในออก เอาไม้ไผ่ล้อมวงให้ตึงขนาดปากถ้วยชา ใช้มีดเขี่ยด้ายด้านในให้ลุ่ย แล้วเอาด้ายทองซ่อมเป็นพื้น แล้วค่อยใช้เข็มแต่งลายไปได้สี่ห้าเข็มก็ล้มตัวลงนอนพัก
เป่าวี่ถามว่า “ดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยไหม” แล้วสั่งว่า “นอนพักสักครู่” ไปหยิบเสื้อคลุมขนกระรอกมาคลุมตัวนาง แล้วไปหยิบหมอนมาให้นางอิง วุ่นวายจนฉิงเหวินต้องบอกว่า
“บรรพชนน้อย ท่านไปนอนเสีย อดนอนทั้งคืน พรุ่งนี้คงตาโบ๋ดูไม่ได้”
เป่าวี่จึงจำใจไปเข้านอน แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับ เสียงนาฬิกาตีสี่ครั้ง ฉิงเหวินจึงซ่อมเสร็จ เอาแปรงเล็กปัดเศษด้ายออก เส้อเยว่ว่า
“ดีมากเลย ไม่ตั้งใจสังเกตก็ดูไม่ออก”
เป่าวี่รีบลุกมาดู ยิ้มว่า “เหมือนกันเลย”
ฉิงเหวินไอหลายหน แล้วว่า
“ปะเสร็จแล้ว ไม่เหมือนก็ช่วยไม่ได้แล้ว”
แล้วก็ร้องไอ้หยา ก่อนล้มตัวลงนอน
(จบบทที่ห้าสิบสอง)
ตอนก่อนหน้า : กำไลทองหนวดกุ้ง
ตอนถัดไป : ก่อนวันปีใหม่ที่จวนหนิง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา