18 มิ.ย. เวลา 09:32 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 107 ก่อนวันปีใหม่ที่จวนหนิง

เป่าวี่เห็นฉิงเหวินปะชุนเสื้อคลุมยูงทองเสร็จแล้วหมดแรง จึงเรียกเด็กรับใช้ให้มาช่วยทุบหลังให้นางได้สักพัก ฟ้าก็สาง เป่าวี่ไม่รีบออกจากบ้านแต่ให้คนรีบไปเชิญหมอ หมอหลวงหวางมาถึงตรวจชีพจรแล้วนึกสงสัยว่า
“เมื่อวานก็ดีขึ้นแล้ว วันนี้ทำไมชีพจรกลับอ่อนแรงสับสน หากไม่ใช่กินดื่มมากไปก็เหน็ดเหนื่อยเกินไป อาการภายนอกบรรเทาลงบ้างแล้ว เหงื่อออกแล้วไม่พักให้เพียงพอ กลับจะเป็นปัญหา”
ว่าแล้วก็เขียนใบสั่งยา
เป่าวี่รับมาดูเห็นว่าลดยาขับระบายพิษไข้ลงแล้ว เพิ่มยาบำรุงเลือดและประสาทอย่างฝูหลิง 茯苓 ตี้หวง 地黄 ตังกุย 当归 มากขึ้น เป่าวี่รีบสั่งให้คนไปเจียดยามาต้ม แล้วถอนหายใจว่า
“ทีนี้จะทำอย่างไร หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง บาปกรรมคงตกอยู่ที่ข้า”
ฉิงเหวินนอนหนุนหมอนอยู่ บอกมาว่า
“นายรองคนดี จะไปไหนก็รีบไป ข้าไม่ได้เป็นวัณโรคสักหน่อย”
เป่าวี่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงต้องไปร่วมงานวันเกิด อยู่ได้ครึ่งวันก็อ้างว่ารู้สึกไม่สบาย แล้วลากลับ
อาการป่วยของฉิงเหวินครั้งนี้แม้จะหนัก ยังดีที่ว่าปกตินางเป็นคนใช้กำลังไม่ค่อยใช้ความคิด อีกทั้งปกติก็กินอาหารรสจืด ไม่กินจนอิ่มเกินไปหรือปล่อยให้หิว ในจวนเจี่ยมีสูตรลับอยู่ว่า ไม่ว่านายหรือบ่าวหากมีอาการหวัดไอจามเล็กน้อย จักงดอาหารเป็นหลัก กินยาเป็นรอง วันก่อนที่นางป่วย ก็งดอาหารไปสองสามวัน และหมั่นกินยาตามเวลา มาตอนนี้แม้จะเหนื่อยล้าบ้าง แต่ได้เพิ่มวันพักฟื้นก็เริ่มดีวันดีคืน ยิ่งพักนี้พวกพี่น้องในอุทยานจะกินอาหารที่เรือนของตัวเอง ครัวต้มแกงหุงหาก็สะดวกขึ้น เป่าวี่ต้องการน้ำแกงใดๆ ก็สะดวก
สีเหยินเสร็จพิธีส่งศพมารดากลับมาถึง เส้อเยว่นำเรื่องของจุ้ยเอ๋อ เรื่องฉิงเหวินไล่นางออก เป่าวี่ก็รับรู้แล้ว เล่าให้สีเหยินฟัง สีเหยินไม่ว่ากระไรเพียงว่า
“รีบร้อนกันเกินไป”
หลี่หวานอากาศเปลี่ยนจึงเป็นหวัด สิงฮูหยินเป็นโรคตา หยิงชุน สิ้วเอียนจึงต้องคอยดูแลเรื่องยาให้ทั้งเช้าเย็น น้องชายของอาสะใภ้หลี่ มารับอาสะใภ้ หลี่เหวิน หลีฉี่ไปอยู่ด้วยหลายวัน เป่าวี่เห็นสีเหยินทุกข์ใจคิดถึงมารดา ฉิงเหวินก็ยังไม่หายดี ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครมีอารมณ์สุนทรีย์ ชมรมกวีจึงเว้นว่างไปหลายรอบ
เดือนสุดท้ายของปี อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปีใหม่ หวางฮูหยินและพี่เฟิ่งยุ่งกับการเตรียมงานปีใหม่ หวางจื่อเถิง 王子腾 เลื่อนตำแหน่งเป็นตูเจี๋ยนเตี่ยน 九省都检点 ผู้บัญชาการทหารเก้ามณฑล เจี่ยหวี่ชุน 贾雨村 เลื่อนตำแหน่งเป็นต้าซือหม่า 大司马 กำกับสำนักงานกิจการทหารและข่าวกรอง และที่ปรึกษางานในราชสำนัก
กล่าวถึงเจี่ยเจิน 贾珍 ดูแลงานก่อสร้างศาลบรรพชนเรียบร้อย ให้คนมาปัดกวาด เชิญป้ายสถิตวิญญาณมาตั้ง และเก็บกวาดชั้นบนเตรียมไว้แขวนรูปเคารพ ระหว่างนี้ ทั้งจวนหยง จวนหนิงมีกิจกรรมมากมายวุ่นวายไปหมด
เช้าวันนี้ที่จวนหนิง นางอิ๋วสื้อ 尤氏 กับภรรยาของเจี่ยหยง 贾蓉之妻 ช่วยกันตระเตรียมดูแลของขวัญที่จะส่งไปให้แม่เฒ่าเจี่ย สาวใช้ยกถาดใส่ทองปีใหม่ (เงินแต๊ะเอีย) 押岁锞子 เข้ามารายงานว่า
“ซิงเอ๋อ 兴儿 ให้เรียนคุณนายว่า ถุงทองเมื่อวันก่อนรวมหนึ่งร้อยห้าสิบสามตำลึงหกเฉียนเจ็ดเฟิน 一百五十三两六钱七分 นำไปหลอมทำเป็นก้อนรูปต่างๆ ได้ สองร้อยยี่สิบก้อน”
ว่าแล้วก็ส่งมาให้ดู
นางอิ๋วสื้อสังเกตดูเห็นว่าทองก้อนนั้นทำเป็นรูปดอกเหมยบ้าง ดอกไห่ถังบ้าง หยูอี้แท่นพู่กันบ้าง ของมงคลทั้งแปดบ้าง จึงสั่งว่า
“ห่อขึ้นมา ให้ซิงเอ๋อรีบรับเข้ามาเก็บให้ดี”
สาวใช้รับคำแล้วกลับออกไป
สักพักเจี่ยเจินเข้ามาเพื่อรับประทานอาหาร ภรรยาเจี่ยหยงรีบหลบไปก่อน เจี่ยเจินถามนางอิ๋วสื้อว่า
“พวกเราได้รับเงินพระราชทานปีใหม่ 春祭恩赏 หรือยัง”
นางอิ๋วสื้อว่า “วันนี้ข้าให้หยงเอ๋อไปเบิกแล้ว”
เจี่ยเจินว่า “ถึงทางบ้านเราไม่จำเป็นต้องรอเงินก้อนนี้มาใช้จ่าย แต่อย่างน้อยก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ รีบเบิกมามอบให้เหล่าไท่ไท่ นำไปใช้บูชาบรรพชน เบื้องบนเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องล่างเป็นการรำลึกถึงบรรพชนที่สั่งสมโชควาสนามาสู่ลูกหลาน พวกเราอาจใช้หมื่นตำลึงเงินเพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษ แต่ไม่ทรงเกียรติเช่นนี้ ทั้งสำนึกพระคุณหนุนนำโชค 沾恩锡福
นอกจากทางบ้านเราและอีกไม่กี่ตระกูลที่พอทัดเทียม ขุนนางอื่นที่ยากจนยังคงต้องอาศัยเงินนี้ใช้จ่ายปีใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแผ่ไพศาลทรงดำริแล้วอย่างรอบคอบ”
นางอิ๋วสื้อว่า “ที่พูดมาก็ถูก”
ระหว่างสนทนา มีคนมารายงานว่า “คุณชายมา”
เจี่ยเจินสั่งว่า “ให้เขาเข้ามา”
เจี่ยหยงทูนถุงผ้าใบเล็กสีเหลืองเข้ามา
เจี่ยเจินถามว่า “ทำไมถึงไปทั้งวัน”
เจี่ยหยงกล่าวทั้งรอยยิ้มว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปรับที่กรมพิธีการแล้ว เป็นหน้าที่ของคลังวัดกวงลู่ 光禄寺库 จึงต้องไปรับพระราชทานที่วัดกวงลู่ บรรดานายท่านที่วัดกวงลู่ยังสอบถามถึงบิดาท่านว่า ไม่ได้พบกันนาน ยังคงระลึกถึงกันอยู่”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “พวกเขาไม่ได้คิดถึงข้าหรอก นี่ก็ปลายปีแล้ว หากไม่ได้คิดถึงสิ่งของ ก็คิดถึงสุราอวยพร”
ระหว่างพูดก็สำรวจดูถุงผ้าสีเหลือง มีสี่อักษรใหญ่ว่า “พระมหากรุณาธิคุณนิจนิรันดร์ 皇恩永锡” ด้านข้างมีตราประทับของเจ้ากรมพิธีการ มีแถวอักษรเล็กเขียนแจ้งว่า เป็นเงินพระราชทานแก่จวนหนิง จวนหยง สองส่วนรวมกันเป็นจำนวนเงินกี่ตำลึง วันเดือนปีที่ราชองครักษ์เจี่ยหยงมารับ ลงท้ายด้วยสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ผู้จ่าย
เจี่ยเจินตรวจแล้ว กินข้าว บ้วนปาก เปลี่ยนหมวกและรองเท้า ให้เจี่ยหยงทูนเงินพระราชทานตามหลังมารายงานแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยิน แล้วค่อยไปรายงานเจี่ยเส้อ สิงฮูหยิน จากนั้นก็กลับมายังบ้าน นำเงินออกจากถุง สั่งให้นำถุงสีเหลืองไปเผาที่เตาศาลบรรพชน
จากนั้นก็สั่งเจี่ยหยงว่า “เจ้าไปฟากนั้นถามพี่สะใภัรองของเจ้าว่าได้กำหนดวันเชิญดื่มสุราปีใหม่แล้วหรือยัง หากกำหนดแล้วให้ทางห้องหนังสือเขียนรายชื่อมาให้ชัดเจน ถึงเวลาพวกเราเชิญจะได้ไม่ซ้ำในวันเดียวกัน ปีกลายไม่ได้ระวังเชิญซ้ำกันหลายครอบครัว คนไม่รู้ว่าเราไม่ระวัง คิดว่าปรึกษากันแล้ว แต่แสร้งแสดงน้ำใจเพื่อลดค่าใช้จ่าย”
เจี่ยหยงรับคำแล้วไปจัดการสักพักก็กลับมาพร้อมวันที่และรายชื่อแขก เจี่ยเจินดูแล้วสั่งว่า
“เอาไปให้ไล่เซิง 赖升 ดู เชิญแขกอย่าให้ซ้ำวันกับรายการ”
จากนั้นก็ยืนดูพวกบ่าวยกฉาก ขัดถูเครื่องทองเครื่องเงินในห้องโถง เห็นบ่าวผู้หนึ่งถือเทียบกับบัญชีรายการเข้ามารายงานว่า
“นายบ้านอู 乌庄头 หมู่บ้านผาดำ 黑山村 มาขอพบ”
เจี่ยเจินว่า “เฒ่าเดนตายนี่ ทำไมเพิ่งมาวันนี้”
เจี่ยหยงรับเทียบกับบัญชีรายการมากางส่งให้ เจี่ยเจินเอามือไขว้หลังแล้วดูรายการในมือเจี่ยหยง บนเทียบสีแดงเขียนว่า
“ผู้น้อยนายบ้านอูจิ้นเสี้ยว 乌进孝 ขอคำนับมายังนายท่านและคุณนายให้เปี่ยมโชควาสนาและอยู่ดีมีสุข คุณชายและคุณหนูให้อยู่ดีมีสุข ในวาระดิถีปีใหม่ขอให้เจริญรุ่งเรืองด้วยลาภยศ สมประสงค์ทุกสิ่งอย่าง”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “เป็นนายบ้านก็พอมีความหมาย”
เจี่ยหยงยิ้มว่า “อย่าถือสาเรื่องอักษรเลยมาดู รายการของมงคลดีกว่า”
แล้วกางบัญชีรายการเป็นหางว่าวออกดูมีว่า
“กวางใหญ่สามสิบตัว กวางน้ำห้าสิบตัว กวางเล็กห้าสิบตัว หมูสยามยี่สิบตัว หมูต้มยี่สิบตัว หมูมังกร(ผิวบางขนยาว)ยี่สิบตัว หมูป่ายี่สิบตัว หมูเค็มยี่สิบตัว แพะป่ายี่สิบตัว แพะดำยี่สิบตัว แพะต้มยี่สิบตัว แพะผึ่งลมยี่สิบตัว ปลาสเตอร์เจียน 鲟鳇 สองตัว ปลาอื่นๆ สองร้อยชั่ง เป็ดไก่ห่านมีชีวิตอย่างละสองร้อยตัว เป็ดไก่ห่านผึ่งลมอย่างละสองร้อยตัว ไก่ป่าสองร้อยคู่ กระต่ายสองร้อยคู่ อุ้งตีนหมียี่สิบคู่ เอ็นกวางยี่สิบชั่ง ปลิงทะเลห้าสิบชั่ง ลิ้นกวางห้าสิบเส้น ลิ้นวัวห้าสิบเส้น หอยแมงภู่แห้งยี่สิบชั่ง
เนื้อลูกเจิน 榛 (hazel) ลูกสน ลูกท้อ ผลซิ่งอย่างละสองกระสอบ กุ้งขาวใหญ่ห้าสิบคู่ กุ้งแห้งสองร้อยชั่ง ถ่านหยินซวง 银霜 ชั้นหนึ่งหนึ่งพันชั่ง ชั้นกลางสองพันชั่ง ถ่านไม้สามหมื่นชั่ง ข้าวหอมแดงสองต้าน 石 ข้าวเหนียวมรกตห้าสิบหู 斛 ข้าวเหนียวขาวห้าสิบหู แป้งข้าวจิง 粳 ห้าสิบหู ธัญพืชคละชนิดห้าสิบหู ข้าวชั้นต่ำหนึ่งพันต้าน ผักแห้งหนึ่งคันรถ เงินที่ได้จากการขายผลผลิตสองพันห้าร้อยตำลึง พิเศษสำหรับคุณชายคุณหนูเป็นสัตว์เลี้ยง กวางสองคู่ กระต่ายขาวสี่คู่ กระต่ายดำสี่คู่ ไก่ฟ้าทองสองคู่ เป็ดเทศสองคู่”
เจี่ยเจินอ่านจบแล้วว่า “พาเขาเข้ามา”
อูจิ้นเสี้ยวเข้ามาในลานบ้านแล้วคุกเข่าโขกศีรษะคำนับ เจี่ยเจินสั่งให้คนพยุงให้ลุกขึ้น ยิ้มว่า
“เจ้ายังแข็งแรงดี”
อูจิ้นเสี้ยวยิ้มว่า “ด้วยบารมีของนายท่าน ยังเดินไหวอยู่”
เจี่ยเจินว่า “บุตรชายเจ้าก็โตแล้ว ควรให้เขาเดินทางบ้าง”
อูจิ้นเสี้ยวยิ้มว่า “เรียนนายท่านตามตรง ผู้น้อยเดินทางจนชินแล้ว ไม่มากลับหงุดหงิด พวกลูกชายไม่ใช่ว่าไม่เต็มใจมาเที่ยวกรุง แต่ว่าอายุยังน้อย กลัวเกิดเรื่องคิดไม่ถึงระหว่างทาง ยังคงต้องรออีกหลายปีถึงวางใจได้”
เจี่ยเจินว่า “เจ้าใช้เวลาเดินทางกี่วัน”
อูจิ้นเสี้ยวว่า “เรียนนายท่าน ปีนี้หิมะลงหนัก ข้างนอกนั่นลึกถึงสี่ห้าฉื่อ วันก่อนอุ่นขึ้นหน่อยหิมะละลาย ยิ่งเดินทางลำบาก จึงช้าไปหลายวัน ใช้เวลาเดินทางมาหนึ่งเดือนกับสองวัน เวลายิ่งจำกัดอยู่ เกรงนายท่านจะร้อนใจ ในที่สุดก็มาถึง”
เจี่ยเจินว่า “ข้าก็ว่าทำไมเพิ่งมาเอาวันนี้ ข้าดูจากรายการแล้ว ปีนี้ลายครามอย่างเจ้าคงมาเล่นละคร 打擂台 อะไรให้ข้าดูอีกเป็นแน่”
อูจิ้นเสี้ยวรีบก้าวขึ้นหน้ามาสองก้าวตอบว่า
“เรียนนายท่าน ปีนี้ผลผลิตไม่ดีจริงๆ ฝนตกตั้งแต่เดือนสามต่อเนื่องมาถึงเดือนแปด มีช่วงฟ้าใสติดต่อกันไม่เกินห้าหกวัน เดือนเก้ามีลูกเห็บตกห่าใหญ่คลุมพื้นที่สองสามร้อยลี้ บ้านเรือนสัตว์เลี้ยงยุ้งฉางเสียหายนับพันหมื่น จึงมีเพียงที่เห็น ผู้น้อยมีบังอาจโป้ปด”
เจี่ยเจินขมวดคิ้วว่า “ข้าคำนวณดูแล้วว่าอย่างน้อยเจ้าต้องส่งของมาได้ห้าพันตำลึงเงิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพอใช้ไหม ตอนนี้เจ้าดูแลหมู่บ้านให้ข้าทั้งหมดแปดเก้าแห่ง ปีนี้ประสบภัยแล้งและน้ำท่วม 旱潦 ไปสองแห่ง เจ้าก็มาเล่นละครให้ข้าดู ต้องผ่านปีใหม่เช่นนี้อีกปีแล้วจริงหรือ”
อูจิ้นเสี้ยวว่า “ที่ทางของนายท่านยังนับว่าดี พี่น้องของข้าอยู่ห่างไปเพียงร้อยลี้กลับต่างกันลิบ พวกเขาดูแลผลประโยชน์ของจวนโน้น (จวนหยง) แปดหมู่บ้านที่ทางกว้างกว่าของนายท่านหลายเท่า ปีนี้ก็ได้ผลผลิตเพียงสองสามพันตำลึง ประสบภัยแล้งเหมือนกัน ”
เจี่ยเจินว่า “ก็จริงอยู่ ทางข้านี้ยังพอไหว ไม่ได้ใช้จ่ายรายการใหญ่อันใด เพียงค่าใช้จ่ายรายปี ได้เท่าไรก็จ่ายเท่านั้น ได้น้อยก็จ่ายน้อย ของขวัญปีใหม่ เลี้ยงรับรองแขก หน้าหนาสักหน่อยก็จบแล้ว ไม่เหมือนทางจวนโน้น หลายปีที่ผ่านมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไปมากมาย และยังคงฟุ่มเฟือยอยู่อีก รายรับก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ปีสองปีนี้ขาดมือไปอีกมาก ไม่ทวงเอาจากพวกเจ้า แล้วจะไปเอาจากที่ไหน”
อูจิ้นเสี้ยวยิ้มว่า “ถึงจวนโน้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากมาย แต่มีออกก็มีเข้า พระสนมกับพระหมื่นปีไม่ได้ทรงพระราชทานสิ่งใดหรอกหรือ”
เจี่ยเจินฟังแล้วหันมายิ้มกับพวกเจี่ยหยงว่า
“พวกเจ้าฟัง ที่เขาว่ามาน่าขันหรือไม่”
เจี่ยหยงยิ้มว่า “พวกเจ้าคนบ้านป่าหลังเขาไม่เข้าใจสิ่งใดดอก พระสนมยกท้องพระคลังหลวงให้พวกเราได้กระนั้นหรือ ถึงพระนางทรงประสงค์แต่ทรงทำมิได้ ที่ทรงประทานตามธรรมเนียมตามเทศกาล ก็เป็นแพรพรรณ โบราณวัตถุ ของที่ระลึกเสียเป็นหลัก หากประทานเป็นเงินทองมาก็เพียงหนึ่งถึงสองร้อยตำลึง แต่ถึงแม้เป็นพันตำลึง ก็หาเพียงพอไม่
สองปีมานี้ ทางจวนติดลบไปปีละหลายพันตำลึง อย่างปีแรกที่สร้างอุทยานรับเสด็จ ลองคิดดูก็รู้ว่าสิ้นเปลืองไปเท่าไร หากอีกสองปีเสด็จมาอีกครั้ง คงถึงกับยากจนแน่”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “พวกชาวชนบทคนซื่อ เพียงเห็นภายนอกไม่เห็นภายใน หารู้ว่าข้างนอกสดใสข้างในเป็นโพรง”
เจี่ยหยงพูดยิ้มๆ กับเจี่ยเจินว่า “จวนโน้นยากจนแล้ว วันก่อนข้าได้ยินพี่สะใภ้รองแอบปรึกษากับยวนยางว่า จะลักของเหล่าไท่ไท่ไปจำนำแลกเงินมา”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “นั่นคงเป็นคุณหนูเฟิ่งของเจ้าเล่นหลอกผี ขัดสนเพียงนั้นที่ไหนกัน คงเห็นว่ารายจ่ายมากมายนัก ต้องหาทางชดเชย จึงสร้างเรื่องขึ้นมาให้คนเห็นว่าจนแล้ว ข้าคำนวณดูแล้ว ยังไม่แย่ถึงขนาดนั้น”
ว่าแล้วก็สั่งให้พาอูจิ้นเสี้ยวไปพักรับรองให้ดี
เจี่ยเจินสั่งให้นำของที่อูจิ้นเสี้ยวนำมาแบ่งทุกอย่างส่วนหนึ่งไปไหว้บรรพบุรุษ นำทุกอย่างส่วนหนึ่งให้เจี่ยหยงนำไปให้จวนหยง เก็บส่วนหนึ่งไว้ใช้เองในบ้าน ที่เหลือให้นำไปกองรวมกันไว้ที่นอกชาน สั่งคนให้ไปตามลูกหลานในบ้านมารับส่วนแบ่ง
ทางจวนหยงก็ส่งของไหว้บรรพบุรุษจำนวนมากมาให้เจี่ยเจิน เจี่ยเจินตรวจรับของแล้ว สวมรองเท้า สวมเสื้อคลุมหนังแมวป่าตัวใหญ่ ให้คนปูเบาะหนังหมาป่าบนขั้นบันไดใต้เสาห้องโถง นั่งหันหลังรับแดดดูลูกหลานมารับของปีใหม่ แล้วก็เห็นเจี่ยฉิน 贾芹 มารับของด้วย เจี่ยเจินจึงเรียกมาถามว่า
“ทำไมเจ้าถึงมาด้วย ใครตามเจ้ามา”
เจี่ยฉินยืนห้อยมือตอบว่า “ฟังว่านายใหญ่ให้พวกเรามารับของ ข้าจึงมาไม่ได้รอใครไปตาม”
เจี่ยเจินว่า “ของเหล่านี้ ข้าแจกให้พวกญาติพี่น้องที่ไม่มีงานทำไม่มีรายได้ สองปีที่ผ่านมาเจ้าอยู่ว่าง ข้าจึงให้เจ้า ตอนนี้เจ้าไปช่วยงานจวนโน้นดูแลพวกสงฆ์และพรตที่ศาลเจ้า เจ้าได้รับเบี้ยเลี้ยงทุกเดือน เบี้ยเลี้ยงของพวกนักบวชก็ยังต้องผ่านมือเจ้า เจ้ายังมารับของนี้อีก เจ้าโลภมากไปแล้ว เจ้าลองมองดูตัวเอง เสื้อผ้าที่เจ้าสวมเป็นของผู้มีอันจะกิน ก่อนหน้านี้เจ้าอ้างได้ว่าไม่มีรายได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่”
เจี่ยฉินว่า “ที่บ้านข้าอยู่กันหลายคน ค่าใช้จ่ายมาก”
เจี่ยเจินยิ้มเยาะว่า “เจ้าจะหาอะไรมาแก้ตัวกับข้า เจ้าทำอะไรอยู่ที่ศาล คิดว่าข้าไม่รู้หรือ วางตัวเป็นเจ้านายไม่มีใครกล้าตอแยด้วย มีเงินทองผ่านมือเจ้า อาศัยว่าอยู่ไกลจากพวกเรา เจ้าก็กล้าถือดีวางอำนาจ สุมหัวเล่นการพนันกันทุกคืน เลี้ยงดูปรนเปรอสาว สุรุ่ยสุร่ายจนมีสภาพเช่นนี้ ยังกล้ามารับของที่นี่ ของไม่มี มีแต่พลองหาบน้ำ 驮水棍 เอาไปสักยก รอพ้นปีใหม่ ข้าต้องบอกอารองเจ้า ให้เปลี่ยนตัวเจ้ากลับมา”
เจี่ยฉินหน้าแดงไม่กล้าตอบ
บ่าวมาแจ้งว่า “ท่านอ๋องจวนเหนือ 北府王爷 ส่งคำกลอนคู่และถุงเงินมาให้”
เจี่ยเจินรีบสั่งเจี่ยหยงว่า “รีบออกไปรับรอง บอกว่าข้าไม่อยู่บ้าน”
เจี่ยหยงรีบไป
เจี่ยเจินไล่เจี่ยฉินไปให้พ้น แล้วดูแลการแจกของจนเสร็จ กลับไปกินอาหารเย็นกับนางอิ๋วสื้อ และพักผ่อน คืนนั้นไม่มีอะไร เช้าวันรุ่งขึ้นก็ยุ่งกับงานปีใหม่อีกวัน
ตอนก่อนหน้า : เสื้อคลุมยูงทอง
ตอนถัดไป : วันปีใหม่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา