22 มิ.ย. เวลา 10:38 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 108 วันปีใหม่

วันที่ยี่สิบเก้าเดือนสุดท้าย งานปีใหม่ก็จัดเตรียมพร้อม ทั้งสองจวนเปลี่ยนภาพทวารบาล คำกลอนคู่ ลงน้ำมันป้าย ประตู เสียใหม่เอี่ยมอ่อง ประตูเข้าออกทุกบานของจวนหนิง จากประตูใหญ่ เรื่อยไปถึงประตูห้องโถงเปิดกว้าง สองข้างบันไดประตูจุดเทียนใหญ่สีแดง เหมือนมังกรทองสองตัวทอดตัวยาวไปตลอดแนว
รุ่งขึ้นวันที่สามสิบ แม่เฒ่าเจี่ยและทุกคนที่มียศพระราชทานแต่งกายเต็มยศ นั่งเกี้ยวแปดคนหามเข้าวังไปถวายพระพร รับพระราชทานเลี้ยงแล้วกลับมายังจวนหนิง ลงเกี้ยวที่หออุ่น 暖阁 ลูกหลานที่ไม่ได้ติดตามเข้าเฝ้ามาเข้าแถวรอกันอยู่หน้าจวน แล้วตามกันไปยังศาลบรรพชน
เป่าฉินเพิ่งมาศาลบรรพชนตระกูลเจี่ยเป็นครั้งแรก จึงพินิจดูโดยละเอียด ทางทิศตะวันตกของจวนหนิงมีลานบ้านอีกแห่ง หลังรั้วสีดำมีประตูใหญ่ประกอบด้วยห้องห้าห้อง ด้านบนมีป้ายขวางเขียนอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว “ศาลบรรพชนตระกูลเจี่ย 贾氏宗祠” มีอักษรขนาดเล็กกำกับด้านข้างว่า “衍圣公孔继宗书 หยั่นเสิ้งกงข่งจี้จงจารึก”
(หยั่นเสิ้งกง 衍圣公 คือราชทินนามสำหรับทายาทของท่านขงจื่อ 孔子)
สองข้างมีป้ายคำมงคลคู่ลายมือของท่านข่งจี้จง 孔继宗 เช่นกันจารึกว่า
肝脑涂地,兆姓赖保育之恩;  
功名贯天,百代仰蒸尝之盛。
หลั่งเลือดชโลมดิน ล้านประชาพึ่งพาบารมี
ศักดิ์ศรีทะลุฟ้า ร้อยชั่วคนเคารพจบนิรันดร์
(蒸尝 พิธีบวงสรวงในสารทฤดู 秋 เรียก “尝 (ฉาง)” ในเหมันตฤดู 冬 เรียก “蒸 (เจิง)”)
กลางลานมีหินสีขาวปูเป็นทาง สองข้างทางปลูกต้นสนต้นไป่เขียวครึ้ม ชานชาลาด้านหน้ามีกระถางติ่งและเครื่องบวงสรวงตั้งประดับ หน้ามุขมีลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้พระองค์ก่อนบนป้ายเก้ามังกรทองจารึกว่า
“แสงดาราเสริมพระบารมี 星辉辅弼”
และคำมงคลคู่สองข้างจารึกว่า
勋业有光昭日月;功名无间及儿孙。
บุญญาเสริมตะวันจันทร์ทอรังสี
ศักดิ์ศรีสืบสันดานมิสิ้นสาย
หน้าตำหนักใหญ่ห้าห้องมีลายพระหัตถ์จารึกบนป้ายมังกรขดบนพื้นกรมท่าจารึกว่า
“สืบสานคัมภีรภาพ 慎终追远”
และคำมงคลคู่สองข้างจารึกว่า
已后儿孙承福德;至今黎庶念宁荣。
ลูกหลานสืบสานบุญญาสู่อนาคต
ประชาจดจำหนิงหยงจนปัจจุบัน
ในตำหนักจุดเทียนตะเกียงสว่างไสว ผ้าม่านปักแขวนละลานตา จนกลืนภาพป้ายสถิตวิญญาณให้ไม่สะดุดตา ลูกหลานสกุลเจี่ยเข้าแถวตามลำดับรุ่น 昭穆 เจี่ยจิ้ง 贾敬 เป็นประธาน เจี่ยเส้อ 贾赦 เป็นรองประธาน เจี่ยเจิน 贾珍 ถวายสุรา เจี่ยเหลียน 贾琏 เจี่ยฉง 贾琮 ถวายผ้า 帛 เป่าวี่ถวายเครื่องหอม เจี่ยชาง 贾菖 เจี่ยหลิง 贾菱 ดูแลเบาะรองเข่า และกระถางธูป นักดนตรีในชุดเขียวเข้มบรรเลง สักการะสามรอบจบแล้วนำผ้า 帛 ไปเผา รดสุราคารวะ เสร็จพิธีสักการะ ดนตรีหยุดบรรเลง ออกจากตำหนัก
คณะห้อมล้อมแม่เฒ่าเจี่ยมายังห้องโถงใหญ่ที่แขวนภาพของบรรพบุรุษโดยมีสองบรรพชนหยงหนิงในชุดมังกรหม่างคาดเข็มขัดหยกอยู่ตรงกลาง สองข้างเรียงภาพบรรพชนในลำดับถัดไป เจี่ยจิ้ง เจี่ยเส้อนำลูกหลานบุรุษยืนอยู่นอกรั้ว เหล่าสตรีอยู่ด้านในรั้ว มีเพียงเจี่ยหยง ซึ่งเป็นหลานคนโตยืนอยู่ในรั้วกับเหล่าสตรี บรรดาบ่าวไพร่ยืนอยู่นอกประตูพิธีการ 仪门
ถึงเวลาถวายอาหาร แต่ละอย่างจะส่งตามลำดับมาถึงเจี่ยจิ้ง แล้วจะส่งเข้าด้านในให้เจี่ยหยงถวายแล้วส่งต่อให้เหล่าสตรีจนถึงแม่เฒ่าเจี่ยเป็นผู้ถวายก่อนจะวางลงบนโต๊ะจนครบทุกรายการ เจี่ยหยงกลับออกไปนอกรั้ว ลูกหลานเข้าแถวกันตามลำดับรุ่น แม่เฒ่าเจี่ยถือธูปนำสักการะ ทุกคนทั้งนายบ่าวคุกเข่าลงจนแน่นขนัดไปทั้งบริเวณไม่มีที่ว่างจนออกไปนอกประตู เสร็จพิธีสักการะที่ศาลบรรพชน เจี่ยจิ้ง เจี่ยเส้อนำคณะญาติไปยังจวนหยงเพื่อเตรียมทำพิธีคารวะแม่เฒ่าเจี่ย
ทางจวนหนิง นางอิ๋วสื้อปูพรมแดงกลางเรือนใหญ่ ตั้งเตาถ่านลงยาสามขารูปหัวช้างมีงวงเป็นขา บนเตียงผิงตัวกลางปูพรมแดง มีเบาะนั่งพร้อมหมอนอิงสีแดงปักลายมังกรดั้นเมฆ สำหรับแม่เฒ่าเจี่ยนั่ง สองข้างมีเบาะนั่งสำหรับญาติสตรีอาวุโสรุ่นราวคราวเดียวกับแม่เฒ่าอีกสองสามท่าน บนเตียงผิงด้านข้างมีเบาะนั่งสำหรับพวกสิงฮูหยิน บนพื้นมีเก้าอี้นั่งไม้สลักปูเบาะหนังกระรอกเทาสิบสองตัวสำหรับพวกเป่าฉินพี่น้อง
นางอิ๋วสื้อถือถาดยกน้ำชาให้แม่เฒ่าเจี่ย ภรรยาเจี่ยหยงยกน้ำชาให้เหล่าแม่เฒ่า ลำดับถัดไปนางอิ๋วสื้อยกน้ำชาให้พวกสิงฮูหยิน ภรรยาเจี่ยหยงยกน้ำชาให้พวกพี่น้องที่นั่งอยู่ พี่เฟิ่งกับหลี่หวานยืนอยู่บนพื้นช่วยดูแล ยกน้ำชาเสร็จ พวกสิงฮูหยินลุกขึ้นมาดูแลแม่เฒ่าเจี่ยดื่มน้ำชาสนทนากับเหล่าแม่เฒ่าสองสามคำแล้วสั่งให้เตรียมเกี้ยว พี่เฟิ่งรีบเข้าไปพยุง
นางอิ๋วสื้อยิ้มแล้วว่า “อาหารเย็นเตรียมสำหรับเหล่าไท่ไท่ไว้แล้ว ทุกปีท่านไม่เคยให้เกียรติรับประทานแล้วค่อยข้ามไป อาหารของเราคงสู้ของยายเฟิ่งไม่ได้กระมัง”
พี่เฟิ่งพยุงแม่เฒ่ายิ้มว่า “บรรพชนกลับกันเถอะ ไปกินที่บ้านเรา อย่าไปสนใจนาง”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ที่นี่เจ้าไหว้บรรพบุรุษก็ยุ่งพอดูแล้ว ยังจะต้องมาให้ลำบากเพิ่มอีก แต่ถึงข้าจะไม่ได้อยู่กินทุกปี เจ้าก็ส่งไปให้ข้าอยู่ดี มิสู้รอส่งไป ข้ากินไม่หมดยังเก็บไว้กินวันพรุ่งนี้ ยิ่งมีกินมากขึ้นไม่ดีหรือ”
ทำเอาทุกคนต่างหัวเราะ แล้วแม่เฒ่าเจี่ยก็กำชับว่า
“ตกกลางคืนอย่าลืมให้คนอยู่เวรเฝ้าดูเตาเครื่องหอมให้ดี”
นางอิ๋วสื้อรับคำ
แม่เฒ่าเจี่ยออกมาขึ้นเกี้ยวเพื่อข้ามมาจวนหยง นางอิ๋วสื้อก็ตามสิงฮูหยินข้ามมาด้วย เกี้ยวออกจากประตูใหญ่จวนหนิงมาตามถนน ด้านตะวันออกของถนนเป็นคณะดนตรีพิธีการของจวนหนิง ด้านตะวันตกเป็นคณะดนตรีของจวนหยง ผู้สัญจรทั่วไปไม่อาจใช้เส้นทางได้ เกี้ยวเข้าประตูใหญ่ของจวนหยง จนมาถึงห้องโถงใหญ่ เลี้ยวไปทางตะวันตกจนถึงห้องโถงหน้าเรือนแม่เฒ่าเจี่ยจึงหยุดให้ลงจากเกี้ยว
คณะห้อมล้อมแม่เฒ่าเจี่ยเข้ามาในห้องโถง มีเตาถ่านจุดผงหอมจากสนไป่และร้อยสมุนไพร แม่เฒ่าเจี่ยนั่งลง บรรดาหม่อมอเฒ่าเข้ามาแจ้งว่า “เหล่าแม่เฒ่าจะเข้ามาคารวะ”
แม่เฒ่าเจี่ยลุกขึ้น ญาติสตรีผู้เฒ่าสองสามคนเดินเข้ามา กุมมือยิ้มทักทายกัน แล้วเชิญนั่ง ดื่มน้ำชาเสร็จ แม่เฒ่าเจี่ยเดินไปส่งถึงประตูพิธีการด้านในแล้วกลับมานั่งที่
เจี่ยจิ้ง เจี่ยเส้อนำลูกหลานฝ่ายชายเข้ามา แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า
“ลำบากพวกเจ้าทุกปี ไม่ต้องมากพิธี”
ลูกหลานแยกกันเป็นฝ่ายชายฝั่งหนึ่ง ฝ่ายหญิงฝั่งหนึ่ง แยกกันกระทำคารวะเสร็จแล้วจัดเก้าอี้แยกนั่งซ้ายขวาเรียงตามลำดับอาวุโสรับการคารวะ
บ่าวไพร่สาวใช้ทั้งสองจวนแยกตามสถานะหน้าที่เข้ากระทำคารวะ เสร็จแล้วก็เป็นการแจกเงินและของขวัญปีใหม่ ตั้งโต๊ะจัดเลี้ยง ชายนั่งฟากตะวันออก หญิงนั่งฟากตะวันตก เหล้าและอาหารมงคลในวันปีใหม่ หลังอาหารแม่เฒ่าเจี่ยลุกกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดข้างใน ทุกคนต่างแยกย้าย
เย็นวันนั้น หอพระทุกแห่งจุดธูปเทียนบูชา กลางลานหน้าเรือนใหญ่ของหวางฮูหยินวางเครื่องกระดาษและเครื่องหอมบูชาฟ้าดิน หน้าประตูใหญ่สุทัศนอุทยานแขวนโคมย่อมุมสองฟากสว่างไสว ตามถนนมีไฟส่องทาง ผู้คนแต่งกายปักลายดอกงดงามออกมาเดินเที่ยว มีการจุดประทัดเป็นระยะตลอดทั้งคืน
ยามห้าเช้าวันรุ่งขึ้น พวกแม่เฒ่าเจี่ยแต่งตัวตามศักดิ์เข้าวังอีกครั้งเพื่ออวยพรเจ้าจอมหยวนชุน รับประทานเลี้ยงแล้วกลับออกมายังจวนหนิง ไหว้บรรพบุรุษแล้วจึงกลับ รับคารวะแล้วเข้าข้างในเปลี่ยนชุดพักผ่อนไม่พบใครอีก ญาติมิตรที่มาอวยพรปีใหม่จะเพียงพบปะสนทนากับแม่น้าเซวีย อาสะใภ้หลี่ หรือเล่นหมากล้อม เล่นไพ่กับเป่าวี่ เป่าไชและพี่น้อง หวางฮูหยินกับพี่เฟิ่งจะวุ่นทั้งวันกับการเชิญแขกดื่มสุราปีใหม่ ที่ข้างห้องโถงและกลางลานจะมีญาติมิตรมาดื่มสุรามงคลมิได้ขาด วุ่นวายกันเจ็ดแปดวันกว่าจะแล้ว
เทศกาลหยวนเซียวใกล้มาถึง จวนหยงหนิงประดับประดาโคมไฟงดงาม วันที่สิบเอ็ดเจี่ยเส้อ 贾赦 เชิญพวกแม่เฒ่าเจี่ย วันถัดมาเจี่ยเจิน 贾珍 เป็นฝ่ายเชิญ หวางฮูหยินและพี่เฟิ่งได้รับเชิญไปดื่มสุรามงคลมากจนเกินจดจำ
คืนเทศกาลหยวนเซียววันที่สิบห้า แม่เฒ่าเจี่ยให้จัดโต๊ะที่ห้องโถงบุปผา 花厅 ว่าจ้างคณะงิ้วมาคณะหนึ่ง แขวนโคมไฟประดับประดาทั่วบริเวณ นำลูกหลาน สะใภ้ ทั้งสองจวนมาร่วมงาน เจี่ยจิ้งเก็บตัวถือศีลกินผักไม่ดื่มสุรา เตรียมตัวออกนอกเมืองปฏิบัติธรรมหลังวันที่สิบเจ็ด จึงไม่ได้ไปเชิญ เจี่ยเส้อมารับของขวัญจากแม่เฒ่าเจี่ยแล้วก็ขอตัวกลับ แม่เฒ่ารู้ดีว่าเจี่ยเส้อพอใจฉลองเทศกาลแบบของตนจึงไม่ว่ากระไร เจี่ยเส้อกลับมาบ้านร่วมดื่มสุราชมโคมฟังดนตรีกับพวกแขกไม้ประดับ
โต๊ะจัดเลี้ยงที่โถงบุปผามีสิบกว่าโต๊ะ ข้างโต๊ะทุกโต๊ะมีโต๊ะเล็กจัดวางเครื่องกำยานสามสิ่ง 炉瓶三事 (เตากำยาน กระบอกใส่ไม้เขี่ยกำยาน และกล่องกำยาน) จุดกำยานร้อยบุปผาจากในวัง กระถางต้นไม้ดัดสลักภาพทิวทัศน์ขนาดกว้างยาวสูง ห้าคูณแปดคูณสามนิ้ว ถาดน้ำชาลงรักแบบตะวันตกวางถ้วยชากระเบื้องเตาเก่าสิบใบ ฉากผ้าในกรอบไม้จันทน์สลักลาย ปักดอกไม้ใบหญ้าคำกลอนประดับพู่ มีแจกันดอกไม้ปัก “สามสหายเหม้นต์ 岁寒三友 กิ่งสน กิ่งไผ่ กิ่งเหมย” หรือ “หอหยกมั่งคั่ง 玉堂富贵 ดอกโบตั๋น ดอกเสาเหย้า”
ด้านบนมีสองโต๊ะของแม่น้าเซวีย อาสะใภ้หลี่ ทางตะวันออกมีที่นั่งต่างหากของแม่เฒ่าเจี่ย เป็นตั่งไม้ขนาดสั้นเตี้ยวางเบาะและหมอนอิง บนตั่งมีโต๊ะเล็กลงรักลายทองวางถ้วยชาม กระโถนบ้วนปาก ผ้าเช็ดปาก และกล่องใส่แว่นตา แม่เฒ่าเจี่ยเอนกายบนตั่งสนทนากับทุกคน บางครั้งก็หยิบแว่นขึ้นมาใส่ชมการแสดง
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ขออภัยที่กระดูกชราภาพของข้ามักปวด เลยต้องนอนเป็นเพื่อนพวกเจ้า”
แล้วยังสั่งให้หู่พ่อมานั่งบนตั่งเอา กำปั้นนางงาม 美人拳 ทุบขาให้ด้วย
(กำปั้นนางงาม 美人拳 ค้อนไม้ด้ามยาวห่อผ้าหรือหนังที่หัว)
หน้าตั่งไม่มีโต๊ะอาหาร แต่มีม้าสูงวางชั้นต่างระดับ แจกันดอกไม้ กระถางธูป และโต๊ะสูงขนาดเล็กวางถ้วยตะเกียบ ด้านข้างมีโต๊ะอาหารสำหรับเป่าฉิน เซียงหยุน ไต้วี่ เป่าวี่นั่งแล้วคอยคัดเลือกอาหาร ผักผลไม้ส่งให้แม่เฒ่าเจี่ยดูก่อน หากพอใจจึงค่อยวางบนโต๊ะเล็กให้แม่เฒ่าชิม หลังจากชิมแล้วจักนำกลับมาวางบนโต๊ะของทั้งสี่
ด้านล่างเป็นโต๊ะของสิงฮูหยิน หวางฮูหยิน ถัดลงมาอีกเป็นโต๊ะของนางอิ๋วสื้อ หลี่หวาน พี่เฟิ่ง ภรรยาเจี่ยหยง ด้านตะวันตกเป็นโต๊ะของเป่าไช หลี่เหวิน หลีฉี่ สิ้วเอียน หยิงชุนพี่น้อง บนคานใหญ่สองข้างแขวนโคมกระจกสีเป็นแถว หน้าโต๊ะทุกโต๊ะมีเชิงเทียนรูปใบบัวคว่ำปักเทียนสี ใบบัวมีลายลงยาแบบตะวันตกบิดได้เพื่อบังแสงให้ส่องไปยังเวทีการแสดง
บานประตูหน้าต่างถูกถอดออกหมดแล้วแขวนโคมชาววัง เหนือระเบียงทั้งด้านนอกด้านในทั้งสองฟากแขวนโคมสารพัดรูปแบบ และตั้งโต๊ะสำหรับเจี่ยเจิน เจี่ยเหลียน เจี่ยหวน เจี่ยฉง เจี่ยหยง เจี่ยฉิน เจี่ยหยุน เจี่ยชาง เจี่ยหลิง
แม่เฒ่าเจี่ยให้คนไปเชิญคนในตระกูลมาร่วมงาน แต่ส่วนใหญ่ก็มีข้ออ้าง บ้างว่าชราแล้ว บ้างว่าไม่มีใครเฝ้าบ้าน บ้างว่าป่วย บ้างอายฐานะ บ้างไม่ชอบเข้าสังคม บ้างไม่ชอบหน้าพี่เฟิ่ง ฝ่ายหญิงที่มาก็มีเพียงนางโหลวสื้อ 娄氏 มารดาของเจี่ยหลาน 贾蓝 พาเจี่ยหลานมาด้วย ฝ่ายชายมีเพียงเจี่ยฉิน เจี่ยหยุน เจี่ยชาง เจี่ยหลิง สี่คน
ภรรยาของหลินจือเสี้ยว 林之孝 และแม่บ้านอีกหกคนยกโต๊ะเข้ามาสามตัว แต่ละตัวปูพรมแดง มีเหรียญทองแดงออกใหม่เอี่ยมร้อยเป็นพวงด้วยเชือกแดงเส้นใหญ่ แต่ละโต๊ะใช้คนยกสองคน ภรรยาหลินจือเสี้ยวให้ยกโต๊ะหนึ่งไปไว้หน้าโต๊ะแม่น้าเซวีย โต๊ะหนึ่งไว้หน้าโต๊ะอาสะใภ้หลี่ โต๊ะหนึ่งไว้หน้าตั่งของแม่เฒ่าเจี่ย แล้วถอดเชือกแดงออกเหลือเพียงเงินเหรียญวางกองไว้บนโต๊ะ
งิ้วแสดงเรื่อง 《นัดพบที่หอตะวันตก 西楼会》 กำลังจบตอน ซูเย่ 叔夜 (พระเอก) หุนหันลาจากไป เหวินเป้า 文豹 จึงตะโกนหยอกตามหลังไปว่า
“เจ้ารีบไปก็ดี พอดีวันนี้วันที่สิบห้าเดือนหนึ่ง บรรพชนจวนหยงจัดงานเลี้ยง ข้าจะรีบขี่ม้าไปขอขนมกินดีกว่า”
พวกแม่เฒ่าเจี่ยได้ฟังก็พากันหัวเราะ
แม่น้าเซวียว่า “เด็กผีทะเล น่าสงสารจริง”
พี่เฟิ่งว่า “เด็กนั่นเพิ่งเก้าขวบ”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “มิน่ากำลังแก่น” แล้วสั่งว่า “รางวัล 赏”
แม่บ้านสามคนถือกระจาดเตรียมไว้แล้ว พอฟังว่ารางวัล ก็โกยเงินบนโต๊ะลงในกระจาด เดินไปที่เวทีแสดงว่า
“บรรพชน แม่น้า แม่อา ให้รางวัลเหวินเป้ากินขนม”
แล้วสาดเงินในกระจาดขึ้นไปเต็มเวที ได้ยินแต่สียงเงินเหรียญกระทบกัน
เจี่ยเจิน เจี่ยเหลียนก็ให้บ่าวเตรียมเงินใส่กระจาดไว้แล้วเช่นกัน
(จบบทที่ห้าสิบสาม)
ตอนก่อนหน้า : ก่อนวันปีใหม่ที่จวนหนิง
ตอนถัดไป : ไว้ทุกข์วันหยวนเซียว

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา