9 มิ.ย. เวลา 10:08 • ประวัติศาสตร์

[เมื่อฝ่ายซ้ายไทยอ่านเหมา แต่ไม่อ่านประวัติศาสตร์]

โพสนี้ขอตั้งชื่อแบบนี้เพราะว่า ผมได้ดูเทปนี้ของอาจารย์วาสนา ผมบอกเลยว่า (https://www.youtube.com/live/JlsTax1g8j4?si=PyNjls_86HSWqIrP)
เทปนี้คือ จึกม๊าก แซ่บไม่ไหว 🔥🔥
ถึงขนาด เห้ย ไม่เขียนคงไม่ได้
เจาะไปถึงแกนกลางของปัญหาฝ่ายซ้ายไทย
ก่อนจะมาถึงบทสรุปจุดนี้ เรามาเริ่มต้นที่รากเหง้ากันก่อนครับ
โดยแบ่งออกเป็น 8 ประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ
1.“นักวิชาการไม่ควรฝันเป็นนักปฏิวัติ”
อาจารย์วาสนาตั้งข้อสังเกตว่า งานวิชาการกับงานการเมือง/งานปฏิวัติเป็นคนละเรื่อง ใช้ทักษะคนละแบบ และในประวัติศาสตร์ คนที่เป็นนักวิชาการมักไม่ประสบความสำเร็จในการทำปฏิวัติ ขณะที่คนที่ปฏิวัติสำเร็จหลายคนก็ไม่ได้เป็นนักวิชาการชั้นนำ
เธอมองว่าสังคมไทยให้คุณค่ากับตำแหน่งทางวิชาการมากเกินไป จนทำให้คนเชื่อว่านักวิชาการสามารถให้คำตอบได้ทุกเรื่อง ทั้งที่ความเชี่ยวชาญของนักวิชาการมักจำกัดอยู่ในสาขาเฉพาะเท่านั้น
2.วิจารณ์โพสต์ “สันนิพนธ์เหมา” ของปิยบุตร
จุดเริ่มต้นของรายการมาจากการที่อาจารย์ปิยบุตรยกงานเขียนของ Mao Zedong มาอธิบายเรื่องการสร้างแนวร่วมทางการเมือง
อาจารย์วาสนาเห็นว่า
การตีความดังกล่าวมีปัญหาทั้งทางประวัติศาสตร์และตรรกะ มีการยกข้อความบางส่วนมาใช้โดยไม่อธิบายบริบททางประวัติศาสตร์ทั้งหมด
ทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวแบบไม่ครบถ้วน
3. ย้อนประวัติพรรคคอมมิวนิสต์จีน
อาจารย์วาสนาเล่าประวัติผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน 2 คน คือ
เฉิน ตู๋ซิ่ว และ หลี่ ต้าเจา
ทั้งสองเป็นนักวิชาการตัวจริง เรียนต่างประเทศ มีความรู้ภาษาและทฤษฎีตะวันตกอย่างลึกซึ้ง
ขณะที่เหมาในมุมมองของอาจารย์วาสนา ไม่ได้มีพื้นฐานทางวิชาการในระดับเดียวกัน และเข้ามาอยู่ในแวดวงปัญญาชนผ่านการทำงานในห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
4. ความขัดแย้งระหว่าง “เหมา” กับ “เฉินตู้ซิ่ว”
อาจารย์วาสนาอธิบายว่า
เฉินตู้ซิ่วยึดแนวทางมาร์กซิสต์ดั้งเดิม
เชื่อว่าการปฏิวัติสังคมนิยมต้องอาศัยชนชั้นแรงงานอุตสาหกรรม
จีนในเวลานั้นยังไม่พร้อม เพราะเป็นสังคมเกษตรกรรมเป็นหลัก
แต่เหมาเลือกใช้ชาวนาเป็นฐานการปฏิวัติแทน และค่อย ๆ เข้ายึดอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จีน จนผลักเฉินตู้ซิ่วออกจากพรรคในที่สุด
อาจารย์วาสนามองว่านี่คือการ “บิด” หลักการดั้งเดิมของมาร์กซ์เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของเหมาเอง
5. วิจารณ์แนวคิด “แนวร่วม” ของเหมา
ในสันนิพนธ์ที่ถูกอ้างถึง เหมาเสนอว่าพรรคคอมมิวนิสต์ควรร่วมมือกับกลุ่มอื่น เช่น พรรคก๊กมินตั๋ง นายทุน หรือชนชั้นกลาง เพื่อสู้กับญี่ปุ่นก่อน แล้วค่อยชักชวนให้คนเหล่านั้นหันมาเป็นคอมมิวนิสต์ภายหลัง
แต่อาจารย์วาสนาโต้แย้งว่า
ในทางประวัติศาสตร์ สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นจริง
กลุ่มที่ร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นคอมมิวนิสต์จำนวนมาก
ความสำเร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกิดจากการขยายฐานในชนบทมากกว่า
6. มุมมองต่อสงครามจีน - ญี่ปุ่น
อาจารย์วาสนาเสนอว่า
กองกำลังที่รบกับญี่ปุ่นเป็นหลักคือรัฐบาลจีนคณะชาติของเจียงไคเช็ค
พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทในการรบน้อยกว่าที่โฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมักเล่า
การที่คอมมิวนิสต์ชนะสงครามกลางเมืองภายหลัง ส่วนหนึ่งเพราะญี่ปุ่นทำให้กองกำลังของรัฐบาลจีนคณะชาติอ่อนแอลงมาก
7. วิจารณ์ “เหมาอิสต์” และผลหลังการปฏิวัติ
อาจารย์วาสนาชี้ว่า คนจำนวนมากสนใจเฉพาะเรื่องที่เหมา “ปฏิวัติสำเร็จ” แต่ไม่ศึกษาเหตุการณ์หลังจากนั้น
ขอยกตัวอย่าง
-การปฏิรูปที่ดิน
-การยึดทรัพย์เจ้าของที่ดิน
-ศาลประชาชน
-การใช้ความรุนแรงทางการเมือง
โดยมองว่านโยบายเหล่านี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสะท้อนว่า “ความรุนแรง” เป็นองค์ประกอบสำคัญของลัทธิเหมา
8.วิจารณ์ปัญญาชนฝ่ายซ้ายไทย
อาจารย์วาสนาวิจารณ์นักวิชาการและนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายบางส่วน เช่น อาจารย์ปิยบุตร, อาจารย์สมศักดิ์ และเพนกวิน ว่า
-มักอ้างเหมาโดยไม่ศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างลึกซึ้ง
-รับข้อมูลจากงานโฆษณาชวนเชื่อหรือเอกสารฝ่ายเดียว
-อ่านงานฝ่ายซ้ายแบบ “ศรัทธา” มากกว่าใช้วิจารณญาณ
อาจารย์วาสนามองว่าหลายคนยกงานของเหมาเป็นเหมือนคัมภีร์ที่ห้ามตั้งคำถาม ทั้งที่ควรตรวจสอบด้วยหลักฐานและเหตุผล
สุดท้าย ปัญหาของฝ่ายซ้ายไทยนะครับ
"ฝ่ายซ้ายไทยเก่งในการชี้ว่าปัญหาคืออะไร ?
แต่ไม่เก่งในการเสนอทางออกที่ทำได้จริง
ให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ทางอุดมการณ์มากเกินไป
ชอบวิจารณ์คนที่คิดต่างหรือร่วมมือกับกลุ่มอื่น
จึงขยายแนวร่วมได้ยาก และไม่สามารถสร้างอำนาจทางการเมืองได้จริง"
ท้ายที่สุดก็ย้อนกลับไปที่หัวข้อครับ "เมื่อฝ่ายซ้ายไทยอ่านเหมา แต่ไม่อ่านประวัติศาสตร์"
เท่านี้เลยครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบ
อ่านได้อีก 1 ช่องทาง https://www.facebook.com/share/p/1CYY2TBVam/
โฆษณา