10 มิ.ย. เวลา 06:57 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 2: ยินดีต้อนรับสู่ 'กปต.' (กองปราบปรามสิ่งมีชีวิตต่างประเทศและต่างมิติ)

กรถูกหญิงสาวผมบ๊อบกึ่งลากกึ่งจูงลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าชิดลม แรงบีบที่ข้อมือของเธอทำให้เขาตระหนักว่า ยายผู้หญิงหน้าตาเหมือนวัยรุ่นสยามคนนี้มีพละกำลังมหาศาลพอจะหักกระดูกเขาได้สบาย ๆ
 
“นี่คุณ! จะพาผมไปไหน? ปล่อยก่อนได้ไหม คนมองหมดแล้ว!” กรโวยวาย พลางพยายามบิดข้อมือออก
“ไม่มีใครมองหรอกน่ะ ฉันเปิด ‘โหมดไร้ตัวตน’ ระดับต่ำไว้ มนุษย์ทั่วไปจะเห็นเราเป็นแค่หมอกจาง ๆ หรือไม่ก็เดินเลี่ยงไปเองโดยไม่รู้ตัว” เธอตอบโดยไม่หันมามอง ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวข้างห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่ง
 
ที่ปลายซอยมีตึกแถวเก่า ๆ สภาพทรุดโทรม ป้ายไฟนีออนหน้าร้านเขียนว่า “สมศักดิ์บริการ รับซ่อมไดนาโมและเครื่องซักผ้า” ด้านในมีกองเศษเหล็กและมอเตอร์เก่า ๆ วางระเกะระกะ มีชายแก่คนหนึ่งนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้พลาสติก
“มาแล้วค่ะลุงสม” หญิงสาวเอ่ยทัก
 
ชายแก่ปรือตาขึ้นมอง มองสำรวจกรตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพยักหน้า “ต้านทานสารล้างสมองได้งั้นรึ? แปลกคน... อะ เข้าไปข้างใน หัวหน้าใหญ่เรียกพบด่วน”
หญิงสาวพาขยับไปที่เครื่องซักผ้าฝาหน้าถังเก่าที่ตั้งอยู่มุมในสุด เธอไม่ได้เปิดฝาหน้า แต่กลับเอื้อมมือไปกดปุ่มตั้งเวลาซักผ้าเป็นรหัส ‘ซักด่วน - น้ำร้อน - ปั่นหมาด 800 รอบ’
ทันใดนั้น เสียงกลไกไฮดรอลิกหนาหนักก็ดังขึ้น ผนังปูนด้านหลังเครื่องซักผ้าแยกออกจากกัน เผยให้เห็นลิฟต์แก้วความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน ลิฟต์นั้นไม่ได้เลื่อนลงใต้ดิน แต่กลับพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่ทำเอากรหูอื้อและหน้ามืดไปชั่วขณะ
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภาพตรงหน้าทำเอาอดีตนักกีฬายูโดอย่างเขาถึงกับเข่าอ่อน
มันไม่ใช่ตึกแถวเก่า ๆ อีกต่อไป แต่เป็นโถงกว้างขวางเพดานสูงลิ่วที่สร้างด้วยโลหะสีเงินวาววับ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ จากมุมที่สูงยิ่งกว่าตึกมหานคร สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ด้านใน
ผู้หญิงในชุดพยาบาลคนหนึ่งเดินผ่านไป แต่เธอมีแขนงอกออกมาจากหลังถึงสี่แขนกำลังถือเอกสารรวดเดียวสี่แฟ้ม ชายในชุดสูทอีกคนกำลังยืนคุยโทรศัพท์ แต่หัวของเขาเป็นตู้ปลาที่มีปลาทองเรืองแสงว่ายอยู่ข้างใน และที่มุมห้อง มีสิ่งมีชีวิตหน้าตาเหมือนต้นกระบองเพชรเดินได้กำลังยืนถ่ายเอกสารอยู่
“ยินดีต้อนรับสู่ กปต. — กองปราบปรามสิ่งมีชีวิตต่างประเทศและต่างมิติ ประจำเขตประเทศไทย” หญิงสาวผมบ๊อบผึ่งผายมือ “ฉันชื่อ ‘ริน’ เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนระดับ 3 ของที่นี่”
 
“นี่มัน... อะไรกันวะเนี่ย...” กรเอามือกุมขมับ “นี่ผมฝันไปเพราะทำงานหนักเกินไปใช่ไหม?”
 
“เลิกตลกร้ายได้แล้วมนุษย์” เสียงทรงพลังสายหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง
กรหันไปพบกับชายวัยกลางคนในชุดข้าราชการสีกากีเต็มยศ หน้าตาดูดุดันและน่าเกรงขามคล้ายอธิบดีกรมอะไรสักอย่าง แต่สิ่งที่ขัดตาคือ บนไหล่ของเขาไม่ได้มีดาวประดับยศ มีเพียงแถบแสงดิจิทัลสีม่วงที่กะพริบเป็นจังหวะ
 
“ฉันชื่อ ‘ผู้บัญชาการสิทธิ์’ เป็นหัวหน้าส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสภาแห่งกาแล็กซี” ชายสีกากีเดินเข้ามาใกล้ “เราเฝ้าจับตาดูแกผ่านกล้องวงจรปิดของ กปต. เมื่อครู่... กร วิวัฒน์วงศ์ศิริ อดีตนักยูโด ปัจจุบันเป็นนักสืบเอกชนไส้แห้ง ค้างค่าเช่าห้องมาสองเดือน”
กรสะดุ้ง “คุณรู้ได้ยังไง?”
“ระบบฐานข้อมูลอวกาศของเราเข้าถึงทะเบียนราษฎร์ของพวกแกได้ใน 0.02 วินาที” ผู้บัญชาการสิทธิ์กอดอก “สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ประวัติของแก แต่เป็น ‘สมอง’ ของแกต่างหาก ดร.มิวซิลอน... ช่วยวิเคราะห์หน่อยซิ”
สิ่งมีชีวิตหน้าตาเหมือนก้อนเยลลี่สีชมพูลอยได้บินมาหยุดตรงหน้ากร มันยิงแสงสแกนสีเขียวใส่หัวเขารอบหนึ่งก่อนจะส่งเสียงบี๊บ ๆ “รายงานครับท่าน เนื้อสมองส่วนไฮโปทาลามัสของมนุษย์ผู้นี้มีโครงสร้างผลึกแร่ประหลาดที่ต้านทานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสารเคมีทุกประเภทในจักรวาล สรุปสั้น ๆ คือ หมอนี่มัน ‘สมองหนา’ เกินกว่าจะล้างความทรงจำครับ!”
“หมายความว่ายังไง?” รินถาม
 
“หมายความว่า สารล้างสมองของต่างดาว หรือเครื่องลบความทรงจำรุ่นไหน ๆ ก็ใช้กับไอ้หนุ่มนี่ไม่ได้ผล” ผู้บัญชาการสิทธิ์ถอนหายใจ “และตามกฎบัตรอวกาศมาตราที่ 99 มนุษย์โลกคนใดที่ล่วงรู้การมีอยู่ของต่างดาวและไม่สามารถลบความทรงจำได้... จะต้องถูกจัดการ”
 
กรหน้าซีดเผือด “จัดการ? หมายถึงฆ่าปิดปากเหรอคุณ! ผมยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!”
“เปล่า... งบประมาณแผ่นดินเราไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่ามนุษย์” ผู้บัญชาการสิทธิ์แสยะยิ้ม
 
“แต่กฎบอกว่าแกต้องเลือกสองทาง ทางแรกคือถูกกักบริเวณในห้องขังสุญญากาศนอกวงโคจรโลกไปตลอดชีวิต หรือทางที่สอง... มาทำงานให้เรา”
กรอ้าปากค้าง “ทำงาน? ให้ตำรวจต่างดาวเนี่ยนะ?”
 
“ใช่ ในฐานะ ‘ผู้ประสานงานมนุษย์’ แห่งหน่วยงานกำกับการจัดระเบียบและสืบคดีของ กปต.” ผู้บัญชาการสิทธิ์เดินไปกดปุ่มบนโต๊ะ หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เผยให้เห็นแผนที่กรุงเทพฯ ที่มีจุดสีแดงกะพริบอยู่เต็มไปหมด
“ตอนนี้สังคมมนุษย์กำลังปั่นป่วน มีพวกต่างดาวแฝงตัวเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายอวกาศมากมาย ทั้งพวกค้ายาข้ามระบบดาว พวกต้มตุ๋นคริปโตอวกาศ และพวกที่กำลังแอบดูดพลังงานชีวิตของคนไทยผ่านแอปพลิเคชัน รินเป็นคนเก่ง แต่เธอเป็นคนต่างดาว (ดาวเวก้า) บางครั้งเธอไม่เข้าใจวัฒนธรรมซับซ้อนของพวกแก เช่น การติดสินบน หรือระบบอุปถัมภ์... เราจึงต้องการมนุษย์สายสืบที่กะล่อนและรู้ทางหนีทีไล่บนโลกมนุษย์มาเป็นคู่หูของเธอ”
กรรู้สึกเหมือนโดนบีบให้ขึ้นชกทั้งที่ไม่มีนวม “แล้วเงินเดือนล่ะ?”
“จ่ายเป็นเงินบาทไทย บวกสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรีทุกโรงพยาบาลในกาแล็กซี และทาง กปต. จะเคลียร์หนี้ค่าเช่าห้องให้แกทั้งหมด”
กรนิ่งคิดไปสามวินาที งานสืบชู้สาวได้เงินเดือนไม่กี่หมื่น แถมต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่งานนี้... ถึงจะเสี่ยงตายไปต่างโลก แต่สวัสดิการดีกว่าบริษัทเอกชนในไทยตั้งเยอะ!
“ตกลง ผมรับงาน” กรพยักหน้า
“ดีมาก” ผู้บัญชาการสิทธิ์ยิ้ม “ริน... พารุ่นน้องใหม่ของเธอไปรับอุปกรณ์ แล้วเริ่มงานแรกได้เลย มีรายงานด่วนเข้ามาจากสายของเรา”
“คดีอะไรเหรอครับ?” กรหันไปถามรินที่กำลังยื่นบัตรพนักงานเรืองแสงให้เขา
รินทำสีหน้าเคร่งเครียด พลางเปิดระบบโฮโลแกรมฉายภาพร้านอาหารแห่งหนึ่งที่คุ้นตาคนไทยเป็นอย่างดี มันคือร้านบุฟเฟต์หมูกระทะและชาบูชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วเมือง
“คดี ‘ชาบูเสพติด’ น่ะ” รินเอ่ยเสียงเข้ม “มีรายงานว่าร้านชาบูแบรนด์นี้เพิ่งเปิดตัวสูตรน้ำซุปใหม่ข้นคลั่ก ลูกค้าที่ไปกินต่างมีอาการเสพติดอย่างรุนแรง บางคนถึงกับยอมขายบ้านขายรถเพื่อมากินชาบูที่นี่ทุกวัน สายสืบของเราสงสัยว่า... มีผู้จัดการร้านที่เป็นต่างดาวฝ่ายทุนนิยม แอบเอา ‘สารสกัดจากต้นไม้กินคนแห่งดาวซีต้า’ มาผสมในน้ำซุปเพื่อสูบเงินและพลังงานชีวิตของคนกรุง!”
 
กรกลืนน้ำลายลงคอ งานแรกของเขาในฐานะตำรวจต่างดาวของ กปต. ... คือการไปสืบสวนร้านชาบูหมูกระทะเนี่ยนะ?
[จบตอนที่ 2]
#สังคมมนุษย์น่ะเหรอต่างดาวเขาเลิกเป็นกันตั้งนานแล้ว #ดาวเหนือออฟฟิศ #นิยาย #นิยายไซไฟ #นิยายตลก
โฆษณา