10 มิ.ย. เวลา 17:10 • สุขภาพ
บางทีคนเรามักจะไม่ตระหนักว่าเราละเลยสุขภาพร่างกายไปขนาดไหน จนกระทั่งร่างกายประท้วงผ่านอาการไม่สบายกายทั้งหลายนั่นละ ถึงจะสามารถทำให้เราหยุด และฟังเสียงที่ร่างกายพยายามจะบอกมาตลอด
.
อาการเจ็บป่วยบอกเราว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมองกลับเข้ามาภายใน และดูแลใส่ใจร่างกายให้มากขึ้น
.
ร่างกายคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้หยุดนิ่ง มันถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว เพื่อให้เลือดลมเดินสะดวก อวัยวะทุกส่วนจะได้ทำงานไปตามปกติ
.
การนั่งเป็นระยะเวลานานๆ เป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อม อิริยาบถนั่งอยู่นิ่งนานและใช้สายตาจดจ้องหน้าจอนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะที่เกี่ยวข้องเกร็งตัว เลือดลมไม่ไหลเวียน หรือไหลเวียนไม่สะดวก
.
การอยู่ในอิริยาบถแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เป็นเวลานาน จะค่อยๆสร้างความเจ็บป่วยทีละนิด ปวดเมื่อย ตึงคอบ่าไหล ปวดตา ท้องอืด อาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน ฯลฯ
.
หากไม่ได้รับการแก้ไข อาการจะลุกลามและทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
.
สิ่งที่ควรทำคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหลายที่นำไปสู่อาการเจ็บป่วย เช่น ถ้าจำเป็นต้องนั่งจ้องจอนานๆก็ต้องมีช่วงเบรคทุก15-20 นาที เพื่อพักสายตา ลุกขึ้นเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อให้เลือดลมไม่ติดขัด หรือแม้แต่การจัดท่านั่ง การใช้คอมที่ถูกต้องตามหลักสรีระ เพื่อไม่ให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
.
การพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดหลับอดนอน ทานอาหารที่ดี ทานเป็นเวลา การบริหารหรือออกกำลังกายให้เหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพให้ฟื้นตัวกลับมา
.
แน่นอนว่าอาการเจ็บป่วยที่หนักหน่วงจนดึงให้เราหันมาสนใจจากที่ไม่เคยเคยใส่ใจ ย่อมไม่ใช่อาการป่วยธรรมดา มันต้องการเวลาและการใส่ใจในการเยียวยาและฟื้นฟู
.
พยายามรักษาใจให้ปกติเข้าไว้ เพราะหากใจป่วยไปอีก มันจะพาให้กายป่วยซ้ำซ้อน ฟื้นตัวยากเพราะกายและใจสัมพันธ์กัน
.
อยากแนะนำให้ดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกิน การขับถ่ายให้ดี ออกกำลังและสนใจสุขภาพให้มากขึ้น หาวิธีจัดการความเครียดให้ได้ จะทำให้สถานการณ์ค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับ อาจไม่เร็วทันใจแต่จะค่อยๆดีขึ้นแน่นอน
.
ขอให้สุขภาพดีขึ้นในเร็ววันนะคะ
โฆษณา