12 มิ.ย. เวลา 10:19 • ไลฟ์สไตล์

เรื่องราวของวัยเด็ก

สำหรับผู้เขียนแล้วภาพจำในวัยเด็กที่สวยงามและชัดเจนที่สุด อันดับหนึ่งในใจคือ ตอนประถม
และความสุขที่รอคอยจะอยู่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์
นาฬิกาปลุกตอน 6 โมงเช้า แม้จะเป็นวันหยุดส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเสียงกระทะ และควันจากห้องครัวของบ้าน
สิ่งที่ตื่นมาแล้วต้องทำทันที นอกจากล้างหน้าแปรงฟันแล้ว คือการเปิดทีวี
และรายการโปรดที่ชอบที่สุดคือรายการ ทุ่งแสงตะวัน
เพราะเสียงของพี่นกในรายการทำให้ผู้เขียนรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ยิน
การได้เห็นวิถีชีวิตของเด็กต่างจังหวัดคนอื่นๆนอกเหนือจากตัวเองแล้ว
มันคือความตื่นเต้นแปลกใหม่ในเรื่องที่เราไม่เคยได้รู้ได้เห็น และมักจะเอาเรื่องราวในรายการไปทำตาม
ชีวิตในวันหยุดจะวนอยู่กับทีวี ทั้งละครจักรๆวงศ์ๆ ทั้งการ์ตูน จนหมดเวลาครึ่งวันเช้า
ผู้เขียนจะออกไปเล่นกับเพื่อนๆ และมีไอเดียใหม่ๆจากรายการที่เพิ่งดูเอาไปทำตามอย่างตื่นเต้น
การเป็นเด็กเมื่อ 30 ปีก่อน ค่อนข้างจะอยู่กับธรรมชาติเสียส่วนใหญ่ ไม่มีของเล่นแพงๆไม่มีเกมส์กด
การเล่นกันของพวกเราก็จะมีแค่เด็กๆรอบๆบ้าน จะไม่สามารถไปไหนไกลๆได้ แต่เด็กผู้ชาย ก็จะไปทุ่งนา เข้าป่าบ้าง เพื่อไปยิงนกตกปลา
พอพ่อแม่ กลับมาจากทำงาน ถึงเวลากินข้าวเย็นก็จะต้องรอพร้อมหน้าพร้อมตา จะไม่มีใครได้กินข้าวก่อนเด็ดขาด
และที่สำคัญประเพณีในการกินข้าวของบ้านผู้เขียน ก็คือต้องให้พ่อเป็นคนกินคนแรก คนอื่นๆในครอบครัวถึงจะเริ่มกินได้
เอาจริงในสมัยก่อนบ้านของผู้เขียนพอถึงเวลาข่าวในพระราชสำนักออกตอนสองทุ่มเราก็ก็จะเริ่มเตรียมตัวเข้านอนกันแล้ว
ให้รอละครหลังข่าวคงไม่ไหว นอกเสียจากละครเรื่องนั้นจะดังมาก เช่น ดาวพระศุกร์ นางทาส สายโลหิต เป็นต้น
เล่ามาถึงตรงนี้ชื่อว่าคนที่เป็นเด็กเมื่อ 30 ปีที่แล้วน่าจะจำภาพเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อไหร่ที่กลับบ้านที่ต่างจังหวัด เรื่องราวต่างๆเหล่านี้ก็จะวิ่งเข้ามาในความคิดของผู้เขียนทันที
ยังคงคิดถึงบ้านหลังเก่า บรรยากาศเก่าๆ หน้าฝนที่มีหมอกอยู่บนยอดดอยในทุกเช้า
หน้าหนาวที่ตอนค่ำญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันนั่งผิงไฟคุยกันก่อนเข้านอน
ถ้ามีพรวิเศษสักข้อนึงให้ขออะไรก็ได้ ผู้เขียนก็คงจะขอย้อนวันเวลาเหล่านั้นกลับคืนมาอีกสักครั้ง
และใช่! คนเราไม่สามารถที่จะมีพรวิเศษได้ และไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับไปได้
สิ่งที่ตัวเราในปัจจุบันต้องยอมรับให้ได้ก็คือ
(ทำวันนี้และพรุ่งนี้ให้มีความสุขที่สุด)
ซึ่งจริงๆแล้วความสุขในปัจจุบันเราก็สามารถหาได้แต่เพียงแค่เป็นความสุขในรูปแบบของการเป็นผู้ใหญ่
ชอบสถานที่ไหนก็พยายามหาเวลาเอาตัวเองไปสถานที่นั้น
อยากกินอะไร ก็หาเวลาไปกินในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง
รักใครคิดถึงใครก็โทรหาหรือมีเวลาก็ไปหาเขา ไปใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักให้มีความสุข
ชีวิตก็แค่นี้แหละค่ะทุกคน บางทีความสุขก็เป็นเรื่องที่หาได้ไม่ยากนัก
 
อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ให้รีบลงมือทำ อย่าบอกว่าต้องรอให้พร้อมก่อนถึงจะไป ถึงจะกิน ถึงจะทำ หรือรอให้ถึงวันหยุดยาวก่อนค่อยไปหา
สำหรับบางสิ่งที่สำคัญในชีวิตเรา ไม่ต้องรอให้พร้อมแล้วถึงจะกลับไปหา
ก็จริงอย่างที่เค้าว่าบ้านไม่ได้หนีไปไหน
(แต่คนที่บ้านน่ะสิเขาจะอยู่รอเราได้แค่ไหนกัน)
#บันทึกเรื่องราววัยเด็ก
#12มิ.ย.69
#ชีวิตในวงเล็บ
โดย กาลเวฬา
โฆษณา