เมื่อวาน เวลา 02:45 • ความคิดเห็น
ทุกคนก็รู้ ที่เค้าว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม รู้แล้ว ก็ปล่อยให้กรรมมันย่ำยีด้วยอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แก้ไขได้มั้ย แก้ไขไม่ได้ ก็เป็นไปตามกรรม
อะไรที่นึกคิด แล้วเกิดเป็นกรรม เป็นทุกข์อยู่กับโคลนตม เมื่อมีสติสัมปชัญญะรู้จักกรรม ก็หนีกรรม อะไรที่ทำให้มีสติสัมปชัญญะ รู้จักธรรม เราก็สร้างมันขึ้น ที่ว่า เป็นทานบุญกุศล หนีเวรกรรม สิ่งนั่น ก็จะช่วยให้สุขกายสุขใจ
การที่เรามาอาศัยกายนี้ ชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเรานำกายนี้ ไปสร้าง สิ่งที่เรียกว่า ทานบุญกุศล ให้เกิดขึ้น ทำให้กายนี้ สะสมคำว่า ทานบุญกุศล เก็บเกี่ยวไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราคิด ทั้งดี อารมณ์นึกคิด กิริยาท่าทาง เสียงกระแอ้ม จามไอ ..เค้ามี ธาตุสายลับอยู่ในกายนี้ บันทึกเก็บ เป็นหลักฐานตลอด ไปจน หมดสภาพ ใช้กายนี้ไม่ได้ เรื่องราวทานบุญกุศล ก็ช่วยให้จิตใจกว้างขวาง มีความเมตตาชากรุณา จิตใจไม่คับแคบ เห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว ก็มีการเอื้อเฟื่อ เผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจกันเกิดขึ้น .
เรื่องราวของการใช้กาย ใช้วิญญาณทั้งหก ไปสัมผัสเรื่องราวต่างๆในโลก มันมีสิ่งหนึ่ง ที่เป็นอณูเกาะติดที่วิญญาณทั้งหก นั้นก็คือ อารมณ์ .สมมุติ ว่า ใครมาติเรา รูปนี้ไม่สวย ไม่ดี เราก็ไม่ชอบใจเกิดขึ้น .กินอาหารไม่อร่อย ก็บ่น.. สิ่งเหล่านี้ แหละ ที่เค้าเรียกว่า เป็นบ่อโคลน ปลักควาย ให้จิตเราหลงใหลจมลงไป ใช้กายนี้ ตกอยู่ในสิ่ง ทีเค้าเรียกว่า ปลักควาย (อย่าไปคิดว่า ต่อว่าอะไระ น่ะ เราเอง ก็จมอยู่ในปักควายมานาน ก็ค่อยๆปีนออก ล้างโคลนตม)
ตอนที่จะปีนจากโคลนนิ่ง ค่อยๆถอยห่าง จากวงสุรา พรรคพวกที่คุ้นเคย ร่วมวง มันก็กระแหนะกระแหน เราก็นั่งกินน้ำเปล่า เค้ากินเเหล้า เรากินกับแกล้ม .นานๆไป มันก็เลืกชาน ร่วมวงสุรา เรากมีเวลาไปทำอย่างอื่น ร่างกายก็ไม่ทรุดโทรม สมองก็ไม่สับสน มึนงง
เรื่องราววิญญาณหก . นั้น ก็มีน้องที่ทำงาน มันเป็นที่ระบาย อารมณ์เจ้านาย พอไปมีอารมณ์โกรธโมโห ไม่ชอบใจ เกิดขึ้นที่ไหน แต่ก็เก็บเก็บไว้ พอมาเจอลูกน้อง ใช้มันทำไม่ได้ดังใจ ไม่พอใจ ก็โกรธโมโห .ก็ระบายออกกับคนใกล้ตัว ที่เค้าต่ำต้อย . เราก็เห็นเค้่า เบลอๆสับสน สมองมึนงง ก็ถามว่า วันนี้ โดนไปกี่ดอก . คือ ถูกดุด่า ไปมากน้อยแค่ไหน
เรื่องราวเหล่านี้ มันมีเรื่องราว กงกรรมกงเกวียนกำเกวียน ซ่อนเร้นอยู่ ทำไมน้องคนนี้ ถึงต้องมาโดน อย่างนี้ แล้วก็ต้องอยู่อาศัยกันในฐานะ เจ้านายลูกน้อง ก็รักกันน่ะ แต่ก็มีเขือดเฉือน อารมณ์เชือดเฉือนกัน หากไม่เคย ทำกันมาก่อน มันคงไม่เกิดขึ้น. ที่ว่า กรรมสนั้นต้องชดใช้ แหม..คนเราที่ว่า รักกัน .กินนอนด้วยกันมา เคยเข่นฆ่ากันมา ถึงเวลากรรมมาทวง ก็ลุกมา ฆ่ากัน ด้วยอารมณ์โกรธโมโห ขาดสติไปชั่วขณะหนึ่ง .เรื่องราวอย่างนี้ก็มีให้ดูเป็นตัวอย่าง .แต่คนก็มอง ไปถึงเรื่องราว เวรกรรม
มีน้องที่ทำงาน ได้รูปอสุภะ มา .ในมือถือ บอกว่า จะส่งให้เรา เราก็บอกว่า ไม่ต้องส่งมา เค้าก็ส่งให้ เราก็เปิดดูดหน่อย พอถึงเวลานั่งกินข้างคนเดียว กำลังกินข้าว ภาพศพคนตาย มาลอยให้เห็นต้วยตาเปล่าเลย ..เราก็พูดลอย มันไม่ใช่เวลาจะดู . จะกินข้าว คนจะกินข้าว .ไม่ดู.. ก็ก้มหน้ากินข้าวให้เสร็จๆไป
บางเรื่องราว มันก็แปลก อีกครววหนึ่ง น้องมันเอา ก๋วยเตี๋ยวไก่ ส่งให้ เราก็ ปกติไม่ค่อยกิน . วันนี้ เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ . มองดูน่องไก่ เป็นข้อมือ .คนเน่าๆ จุ่มอยู่ในชาม เราก็ต้องหยุด ไม่กิน
นึกไปถึงหลวงตา ที่ท่านเล่าว่า เค้านิมนต์ไปฉัน มีปลาทอด เป็นตั่วๆ จัดมาถวาย .ฉันเห็นเป็นคนนอนในจาน ฉันก็เหลือไม่ฉันอะไรเลย มื้อนั้นก็อดไป นั่นเค้า สอนเรื่องราว ที่ว่า จิตที่เคยเป็นมนุษย์ ก็ไปเกิดในสังขารกรรม ไก่ปลา ไปอีกสถานที่หนึ่ง เค้าเอาหมูหัน เป็นตัวใส่จานมา ฉันก็อดฉัน ก็รูปคนมันนอนในจาน นั้น ใครจะฉันได้ลงคอ
. แต่เรื่องราวอย่างนี้ คนเราไม่ค่อยรู้จักกัน ที่เค้าว่า ทุบตีกันด้วย อารมณ์ .ด้วยวาจาต่างๆ สิ่งที่รับมา สมองบวมมึกงง สมองฟกช้ำ ก็มาจาก ตาที่เห็นภาพ หูได้ยินเสียง กิริยาต่ำๆ เสียงต่ำๆ เกิดสิ่งที่เรียก โคลนตม เกาะติดกายใจ แล้วกายนั้น จะสุขกายสุขใจเกิดขึ้นได้มั้ย
เรื่องราวของกาย นั่น มันมีอารมณ์นั่นนี่ ปรุงแต่ง กายตลอดเวลา ทั้งเวลาตื่น เวลานอนก็ยังมีอารมณ์ พอนอนลงไป จิตมีอาการวืตกกังวล ยึดอะไีร เจตจิต ก็ออกไปเที่ยว ท่องเที่ยวกับอารมณ์ ที่อุปโลกน์ให้ ว่าหลับฝัน เรื่องนั่นเรื่องนี้ บ้างก็เอามาแทงเป็นหวย หวังว่าจะมีโชค .แล้วก็สูญ
เรื่องราววห่ากเรา รู้จักสิ่งที่อารมณ์ ปรุงแต่ง นั้น เบื่้องหลังนั้น ก็คือกรรม มันเป็นสีดำๆ ทั้งนั้น หากตลอดชีวิต กายนี้ ก็มีแต่สีดำๆ สีเวรกรรม
หากเรานำกายมา.ฝึกหัด เรากายนี้ มาสร้างด้วยกาย ที่ว่า สร้างทานบุญกุศล ด้วยกายวาจาใจ ครบทั้งสามนี่ เราก็จะค่อย แปรสภาพกายที่เป็นกรรม มีแต่ทุกข์ ให้เกิดเป็นกายบุญ จิตเราอาศัยอยู่ในกายที่เป็นบุญ จิตก็มีความสุข มีบุญกุศล หล่อเลี้ยงจิต กายที่เป็นกายบุญ ก็แข็งแรง กรรมหนัก ก็กลายเป็นเบา ที่เบาๆก็ละลายหายไป เสมือนว่า กรรมนั้นอโหสิกรรมไป
แล้วหากเราสะสม ไปเรื่อย กายวันข้างหน้า ก็เป็นกายบุญ รอคอย เมือจิตเราออกจากกายนี ที่เราเป็นผู้สร้างกาย ในวันข้างหน้าเอง .เรื่องราวอย่างนี้ เมื่อเรานำกายที่อาศัยมาสร้างบุญกุศล หรือ ฝึกหัดปฏิบัติธรรมเกิดขึ้น เราก็จะค่อยๆรู้จักกรรม
แล้วก็สร้างบุญกุศล ลดละอารมณ์โลภโกรธหลง สามห่วงอบายออกไป จิตเราก็จะค่อย พ้นเครื่อง พันธนาการ ที่อารมณ์ปรุงแต่ง ค่อนละ จิตเลิกทาส.เลิกเป็นธาตุอารมณ์นึกคิด อารมณ์กรรมต่างๆ เมื่อเราทำได้ ให้กายเป็นบุญเกิดขึ้น .ก็เกิดสิ่งที่เรียกว่า สุขกาย สุขใจ เกิดขึ้น
หาก เราทำใจได้ ตาที่เรามอง ออกไป ถึงจะเป็นรูป วัตถุ สิ่งของวัตถุ สิ่งมีชีวิต ไม่มีชีวิต ในโลก ไม่มีความสำคัญอะไร .เรามาเพียงจิตดวงเดียว ก็ไปแต่จิตดวงดวง .. ตาเรามองเป็นของว่างเปล่า .ได้ ใจเราก็เป็นสุข กายเราก็เป็นสุข ว่างเปล่า ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไรเลย. เสมือนว่า กายนี้ ไม่มีสิ่งใด ไม่มีอารมณ์นึกคิด ไหลเข้ามา กายก็สงบ ลมสงบ สงบทั้งกายใจ จิตก็เป็นสุข .
โฆษณา