Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DW on Reading
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 16:22 • หนังสือ
วิลลา แคเทอร์ (Willa Cather)
(1873–1947)
นวนิยายที่เต็มไปด้วยความถวิลหาอดีตของแคเทอร์ ซึ่งเขียนด้วยสไตล์ที่อนุรักษนิยมอย่างตั้งใจนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่นของเธอที่ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางครอบครัวเกษตรกรอพยพในเขตเกรตเพลนส์ของสหรัฐอเมริกา
ด้วยความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว วิลลา แคเทอร์ ยืนกรานมาโดยตลอดว่าเธอเกิดในปี 1876 ซึ่งช้ากว่าวันเกิดจริงของเธอในปี 1873 ถึงสามปี เดิมทีเธอได้รับชื่อว่า ไวเลลลา (Wilella) ซึ่งเธอเกลียดชื่อนี้มาก
เธอชอบที่จะให้คนเรียกว่า วิลลี (Willie) หรือชื่อที่มีความห้าวแบบเด็กผู้ชายอย่าง วิลเลียม (William) ก่อนที่ในที่สุดจะมาลงตัวที่ชื่อ วิลลา (Willa) ไม่นานหลังจากเธอเกิด ครอบครัวของเธอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านที่ชื่อ วิลโลว์เชด (Willow Shade) ซึ่งเป็นบ้านที่ปู่ของแคเทอร์สร้างขึ้น ใกล้กับเมืองวินเชสเตอร์ รัฐเวอร์จิเนีย
จากเวอร์จิเนียสู่เนแบรสกา
ในปี 1883 ครอบครัวแคเทอร์ย้ายไปอยู่ที่เมืองเรดคลาวด์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ บนเขตชายแดนเกรตเพลนส์ แม้จะต้องห่างจากภูมิทัศน์ที่คุ้นเคยและรายล้อมไปด้วยเกษตรกรผู้อพยพชาวเยอรมันและสแกนดิเนเวีย
แต่แคเทอร์ก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้อย่างรวดเร็วและผูกมิตรกับครอบครัวผู้อพยพเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เธอเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเรดคลาวด์ตั้งแต่อายุ 11 ปี และสำเร็จการศึกษาไปศึกษาต่อด้านภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเนแบรสกา ซึ่งที่นั่นเธอได้เริ่มเขียนเรื่องสั้นและบทวิจารณ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จนมีชื่อเสียงในฐานะนักวิจารณ์ละครที่ดุเดือด
ด้วยบุคลิกที่ตรงไปตรงมาและการแต่งกายรวมถึงรูปลักษณ์ที่ดูเป็นชาย ทำให้เธอท้าทายบทบาททางเพศในยุคนั้น โดยเฉพาะการเลือกประกอบอาชีพในสายงานสื่อมวลชนที่ผู้ชายเป็นใหญ่
หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1895 เธอย้ายไปพิตต์สเบิร์กเพื่อเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Home Monthly และต่อมาได้เป็นนักวิจารณ์ละครและดนตรีให้กับ Pittsburgh Leader ในการไปเยือนนิวยอร์กเมื่อปี 1899 แคเทอร์ได้พบกับ อิซาเบล แมคคลุง (Isabelle McClung) ซึ่งมาจากพิตต์สเบิร์กเช่นกัน ทั้งคู่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยแมคคลุงได้สนับสนุนงานเขียนสร้างสรรค์ของแคเทอร์และจัดเตรียมห้องทำงานให้เธอที่บ้านของครอบครัวแมคคลุง
นักหนังสือพิมพ์และนักประพันธ์
ในปี 1902 ทั้งคู่เดินทางไปยุโรปด้วยกัน และเมื่อกลับมา แคเทอร์ได้ตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวี April Twilights (1903) และรวมเรื่องสั้น The Troll Garden (1903) แม้จะยังลังเลที่จะทิ้งงานสื่อมวลชน แต่แคเทอร์ย้ายไปนิวยอร์กในปี 1906 เพื่อทำงานที่ McClure’s Magazine จนได้เป็นบรรณาธิการบริหารในอีกสองปีต่อมา ช่วงเวลานี้ถือเป็นบทใหม่ในชีวิตส่วนตัวของเธอด้วย เพราะในปี 1908 เธอได้ย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ร่วมกับ อีดิธ ลูอิส (Edith Lewis) ผู้ซึ่งกลายมาเป็นคู่ชีวิตของเธอ
แคเทอร์ลาออกจากงานในปี 1912 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่นวนิยายเล่มแรกของเธอ Alexander’s Bridge ได้รับการตีพิมพ์ และผันตัวมาเป็นนักเขียนเต็มเวลา เธอได้เขียนนวนิยายหลายเรื่องโดยดึงความทรงจำจากชีวิตบนเกรตเพลนส์มาใช้ เช่น O Pioneers! และ My Antonia แต่เธอเริ่มประสบความสำเร็จในระดับมหาชนเมื่อ อัลเฟรด นอปฟ์ (Alfred Knopf) เข้ามาบริหารจัดการผลงานของเธอในปี 1920 นวนิยายเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่อง One of Ours ของเธอ ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 1923
ในเวลานั้น แคเทอร์และลูอิสอาศัยอยู่ที่กรีนิชวิลเลจและใช้เวลาช่วงฤดูร้อนในกระท่อมห่างไกลที่เวลโคฟ รัฐนิวบรันสวิก เมื่อชื่อเสียงของเธอเติบโตขึ้น แคเทอร์ก็เริ่มใช้ชีวิตสันโดษมากขึ้น และตลอดช่วงทศวรรษ 1930 เธอต้องทนทุกข์จากอาการป่วยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเขียน
เธอได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเสียชีวิตของพ่อแม่และการต่อสู้กับโรคไตอย่างยาวนานของแมคคลุง แคเทอร์เขียนนวนิยายเล่มสุดท้ายเรื่อง Sapphira and the Slave Girl ในปี 1940 สุขภาพของเธอทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองในปี 1947 เธอถูกฝังที่เมืองแจฟฟรีย์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเป็นที่ที่เธอเคยแวะเวียนไปเยี่ยมแมคคลุงอยู่เสมอ
เรื่องของสไตล์: การเขียนถึงที่ราบ
แม้แคเทอร์จะถูกวิจารณ์อยู่บ้างในเรื่องความถวิลหาอดีตที่ปรากฏในงานเขียน แต่หลายประเด็นที่เธอเลือกนำเสนอนั้นถือว่ามีความก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น โดยเธอได้ขัดต่อธรรมเนียมวรรณกรรมด้วยการถ่ายทอดภาพของหญิงสาวที่เข้มแข็งและแรงงานสตรีผู้อพยพ พร้อมทั้งสอดแทรกอุปมาโวหารทางเพศไว้อย่างแนบเนียนในผลงานของเธอ
นอกจากนี้ นวนิยายของเธอยังสะท้อนถึงความหลงใหลที่มีต่อที่ราบเนแบรสกา ซึ่งเธอได้นำเสนอเสมือนหนึ่งในตัวละครที่มีความโรแมนติกในงานของเธอ ตัวอย่างเช่น ในเรื่อง My Antonia ตัวละครจิมได้เขียนถึงภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่ไว้ว่า “อย่างไรก็ตาม นั่นคือความสุข การได้ละลายรวมไปกับสิ่งที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่”
ที่มา: Writers who changed history
รีวิวหนังสือ
วรรณกรรม
หนังสือ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย