14 มิ.ย. เวลา 09:32 • ความคิดเห็น
กายพ่อแม่ ที่จิตมนุษย์หญืงชาย นำกายนี้มาสร้างให้เกิดเป็นกายบุญ ให้กายนี้อนุโมทนา .ก็ส่งผลคืนไปที่กายพ่อแม่ปัจจุบัน .กายพ่อแม่ก็เกิดเป็นกายบุญด้วย .เรื่องราวของการใช้กายพ่อแม่มาสร้างบุญกุศล ก็เป็นการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ทางจิตที่สูง หูทิพย์ตาทิพย์ ท่านอนุโมทนา.
หากจิตทีอาศัยกายนั้น สามารถนำกายพ่อแม่ มากระทำได้ ให้กายกรรม เกิดเป็นกายบุญเกิดขึ้น เมื่อกายเป็นบุญ ก็อาศัยกายบุญนี้ ให้เป็นกายบารมี .พ่อแม่ก็ได้รับผลบุญไปด้วย .ไปจนหมดสิ้นเวรกรรม ยุติการเกิด. เป็นการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ที่อนุเคราะห์ จิตให้อาศัย สูงส่ง .ในคำว่า กตัญญูรู้คุณพ่อแม่ ให้จิตอาศัย .
เรื่องราวความกตัญญูรู้คุณ พ่อแม่ การที่เราได้กายพ่อแม่เป็นมนุษย์ หูทิพย์ตาทิพย์ ผู้ที่มาจาก ชั้นเทพยดา ก่อนเค้ามาเกิด เค้าก็มองดู เรื่องของพ่อแม่ คู่ไหน ทีเคยอุปถัมภ์ เกื้อกูล กันมา ที่เค้าจะต้อง อาศัย ธาตุนะโม ธาตุทั้งสองของพ่อแม่ เป็นต้นกำเนิด สงเคราะห์ ให้จิตของเค้าตามลงมากับธาตุทั้งสี่ ของเค้าที่สะสม สะสมสมบุญกุศลบารมี หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าเหมือนมีสิทธิ์ เลือกสถานที่ พ่อแม่ที่เกิดได้ เพื่อสร้างบุญกุศลบารมี ต่ออีก
..ไม่เหมือน กับที่มาจากอบายภูมิ นั่นเลือกไม่ได้ ได้กายมนุษย์มา ก็หากินหานอน จมอยู่กับความโลภโกรธหลง จิตที่มาจากอบายภูมิ เคยใช้กายอย่างไร ในความเป็น ในรูปสัตว์ ที่ว่าสีงขารกรรม มาได้กายมนุษย์ ก็มนุษย์ ก็ไม่รู้จักพระคุณพ่อแม่ โตขึ้นมา ก็แยกย้าย ทำมาหากิน ไม่สามรถ ระลึกดูแลพ่อแม่ได้ พอมาเจอกันอีกที มันก็ทำร้าย ทำลายพ่อแม่ ไม่รู้จักดีชั่วเลย
ในชั้น ดาวดึงส์ ก็มีพระที่ธท่าน บรรลุ พระอรหันต์ มีพระอเสขะ มีเรื่องราว ขององค์ ท้าวสักกะเทวราช ทีท่านก็ทำหน้าที่ เป็นเหมือน มัคคาทายกใหญ่ ท่านนั่น มีบุญบารมี มาก .ทำหน้าที่ เปเหมือน เลขาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระที่เรานับถือ ท่านเคยบอกเล่าให้ฟัง ว่า ผู้ที่จะเข้าเฝ้า พระพุทธเจ้า ก็ต้องผ่าน องค์ท้าวสักกะเทวราช
แล้วท่านก็เหมือนกษัตริย์คลุมทั้งสามโลกจักรวาล พระอรหันต์ สาวกขององค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกพระองค์ รู้จักท่าน ท่านก็ให้ความอนุเคราะห์ สงเคราห์ ต่อผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านส่งเสริม ทั่งสอนทวยเทพ ให้ระมัดระวัง อย่าประมาท เมื่อต้องจุติลงมาเป็น .อาศัยกายพ่อแม่มนุษย์ เพราะต้องอาศัยกายพ่อแม่มนุษย์ สร้างบุญกุศล กายอื่นๆ นั้นทำไม่ได้ แม้แต่เป็นเทพ ก็มีแต่ความสุ ความทุกข์ไม่มี ไม่มีอารมณ์ อยู่เป็นเทพยาวนาน ก็หลงลืมทุกข์
การจุติลงมาอาศัยกายมนุษย์ ก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ คราวนี้ การมาเกิดเป็นมนุษย์ เรื่องราวของการฟังธรรม ที่เรียนรู้ ทวยเทพท่านก็ เก็บบันทึกไว้ที่ธาตุทั้งสี่ ของท่าน เมื่อมาเจอะเจอ ใครสะกิด เข้าไปถึงจิตที่อาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ หรือ มีใคร สะกิดให่สร้างบุญกุศล ก็สามารถปฏิบัติธรรม ต่อไปได้ รวดเร็ว กว่าคนทั่วไป สามารถที่จะ นำกายพ่อแม่ ที่จิตนั้นอาศัย มาประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
เข่น ว่า นำกายบิดามารดา มาตั้งอยู่หน้าพระ ระลึกว่า จิตของข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในกายของคุณบิดามารดา ข้าพเจ้า ได้นำกายบิดามารดา มากราบพระ สร้างบุญกุศลบารมี ปฏิบัติธรรม ก็สามารถที่จะทำกายให้นิ่ง จิตนิ่งได้ การนำกายบิดามารดามาตั้งอยู่ หน้าพระ มีการกล่าว ว่าจะนำกายมาทำอะไร พูดให้หูได้ยิน ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ นิ่ง .ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไร การพูดที่นิ่ง .ไม่มีอารมณ์ ก็บันทึกคำพูดจองตน ชัดเจนลงไปที่ธาตุทั้งสี่
การที่เรานำกายพ่อแม่ มาสร้างบุญกุศลบารมี มากราบพระ สวดมนต์ ก็ระลึก มองดูกายนี้ ไม่ได้เคลื่อนไหว ไปสร้างกรรม ไปมีอารมณ์พอใจไม่พอใจ มีแต่จิตที่นิ่งเฉย กายก็นิ่ง .กายพ่อแม่ ที่จิตลูกอาศัยอย นั้นก็เกิดสิ่งที่ว่า บุญกุศลเกิดขึ้น มีแสงสีรัตนะ ส่องเข้ามา ช่วยคลี่คลาย สีเวรกรรมต่างๆ ออกไป .
เรื่องราวชาติสุดท้าย ก็ต้องอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ เกิดมาทิ้งทุกอย่าง ไม่อยากเกิด .เดินเข้าป่า มีคนสามคน พ่อแม่ กายพ่อแม่ กับจิตของลูก เดินเข้า ขันน้ำก็ไม่มี มีแต่มือทั้งสองขิงพ่อแม่ ไปวักน้ำดื่มกิน ไปชำระสะสาง ธาตุทั้งสี่ ให้หมดกรรม ที่นำเกิด .ให้ธาตุให้กายนั้นบริสุทธิ์ ปิดบัญชีกรรม ที่เคยใช่้ ธาตุทั้งสี่ไปสร้างกรรม ไปอาศัยแสงรัตนะ ชำระสะสาง ให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เกิดเป็นแก้ว เจียระไน ด้วยอาศัยคำว่า ขันติเป็นบารมี
เรื่องราวที่เราใช้กายพ่อแม่ ไปหามา กายนี้ที่เหนื่อย ใครออกแรง กายนี้ ออกแรง จิตที่อาศัยในกายพ่อแม่ ไม่ได้ออกแรง กายพ่อแม่ออกแรง คราวนี้ สิ่งที่เราหา ด้วยน้ำพักน้ำแรง ของกายพ่อแม่ แรงกายของกายนี้ ที่จิตเราอาศัยอยู่ ใช้กายไปหามา ไปใช้อารมณ์ต่างๆ มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมต่างๆ เกิดขึ้น มันเป็นกรรม มั้ย.
คราวนี้ เมื่อเราระลึกได้ เรื่องแรงกาย ใช้กายแม่ไปหามา เราก็นำมาถวาย องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บำรุงศาสนา ของท่าน ไม่เรียกร้องเอาคืน วางไว้ใศาสนา ในท่ามกลางดืนฟ้าอากาศ ด้วยความเต็มใจ บริสุทธิ์ใจ สิ่งเหล่านี้ ก็เกิดเป็นแสงรัตนะ ส่องลงมาที่จิตอาศัยในกาย จิตก็มีแสงสีของบุญเกิดขึ้น แล้ว.เราก็พูดให้ว่า กายบิดามารดา อนุโมทนา
เมื่อประเคน วัตถุปัจจัย ต่อเครื่องหมายของธรรม ทีมีผู้ที่ครองมา เรานอบน้อมที่เครื่องหมายธรรม แสงสีของธรรม ก็จะเปล่งประกายส่องลงมาที่เครืองหมายธรร จิตที่นอบน้อม ก็ได้รับแสงรัตนะ เกิดสิ่งที่เรียกว่า บุญกุศล เกิดสิ่งที่เรียกว่า ดินฟ้าอากาศเป็นสักขีพาย บันทึก การกระทำของจิตที่ใช้กายพ่อแม่ มาสร้างบุญกุศล หูทิพย์ตาทิพย์ ก็อนุโมทนา
การที่มีหูทิพย์ตาททิพย์มาอนุโมทนา กายเราจิตเราก็จะได้ สัมผัส รับแสงของทวยเทพไปด้วย กายก็จะมีบุญ กายที่เราอาศัย นั่นเป็นกายพ่อแม่ ก็เกิดเป็นกายบุญขึ้นมา ก็ส่งผล ไปถึงกายพ่อแม่ ให้กายพ่อแม่ ที่จิตพ่อแม่อาศัย เกิดเป็นกายบุญ เมื่อเกิดเป็นกายบุญ จิตพ่อแม่อาศัยในกายบุญ ก็เบาบางจากทุกข์ ที่หนักก็จะเบา ที่เบาก็ละลายหายไป นี่เป็นการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่สูง
บางที่ ก็คนคิดว่า มีเงินมีทอง ส่งให้พ่อแม่ พ่อแม่ก็เอาไป แทงหวย เอาไปเล่นการพนัน เอาไปเที่ยวสนุกสนาน พ่อแม่ได้กรรมมั้ย มีกรรมเกิดขึ้นแน่นอน พ่อแม่นำปัจจัยนั้นไปสร้างให้เกิดเป็นบุญได้มั้ย ก็ไม่นำไปสร้าง ลูกตอบแทนคุณพ่อแม่ ส่งเสริมพ่อแม่ให้มีกรรม
เรื่องเหล่านี้ เค้าจึงถามว่า ใช้กายพ่อแม่ที่เป็นมนุษย์ นำไปสร้างกรรม หรือ สร้างาบุญกุศล เมื่อใช้กายนี้ กายพ่อแม่ไปสร้างกรรม มีการคล้องเวรรณต่างๆ ด้วนอารมณ์กรรมที่เกิดขึ้นในกาย จิตเราก็เหมือนสัตว์โลกทั่วไป ใช้แค่กินกับนอน บุญกุศล ก็ไม่ทำ
แล้วก็ตอบแทนพระคุณของผู้ที่ให้กายมา มาเป็นบุญบารมี มันไม่ใช้กายมากระทำขึ้นมา มันก็เลย ที่ว่า ได้กายมนุษย์มาทั้งที บุญกุศลบารมี ไม่มีติดตามไปกับจ้ตเลย เมื่อต้องละสังขาร จิตที่ออกจากกายไป ไม่มีบุญกุศล ไม่ตักตวงบุญก เมื่ออาศัยกายเป็นมนุษย์ ก็ไปที่ลำบากทุกทรมาน เพร่ะแบกกรรม ไปกับจิต กรรมมันเป็นของหนัก ถ่วงจิตให้ลงนรกอบายภูมิ
เรื่องราวการหลุดพ้น .เราได้ฟัง พระหลายพระองค์ กว่าท่านจะ จิตท่านเดินทางหลุดพ้น ท่านก็ไปตกรก เป็นเปรต อสุรกาย เป็นเทพ เป็นมนุษย์ กันมายาวนาน เป็นอสงไขยชาติ พลวงปู พระชีวกโกมารภัจจ์ ท่านบอกว่า ยาที่วิเศษที่สุด ก็คือ.ยาเม็ดสี่ขนาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ช่วยนำพาให้จิต ไปหาสุข พ้นทุกข์ได้
เราเห็นรูปปู่ หลวงปูพระชีวกโกรภัจจ์ ที่เค้าบูชากันอย่างนั้นอย่างนี้ ครั้งหนึ่ง เราทำยุคถวายท่าน ท่านก็ว่า วันนี้ ฉันมารับเอง .รับกองสังฆทาน เราก็ไม่เฉลียวใจ ว่าท่านเป็นพระอรหันตผีแล้ว จึงมารับกองสังฆทานได้
ท่านครองป้ากาสาวพัสตร์ นั่งตัวตรง พนมมือ กราบพระให้ดู พูดว่า จิตของข้าพเจ้าอาศัยในกายบิดามารดา ข้าพเจ้าขอนำธาตุทั่งสองของคุยบิดามารดา นามธรรมของคุยบิดามารดา มากราบพระ ท่านกราบให้ดู กายนิ่ง จิตนิ่ง มีสง่า เรามองดู .กายของผู้ที่มีคุณธรรม เป็นพรอรหันต์ .ผุดผ่อง มองดูท่าน ก็มีความปิติ น้ำตานองหน้า ด้วยความสุขกายสุขใจ ที่เกิดขึ้น ได้พบพระ พบพระที่ท่าน มีธรรมโลกุตระ .บรรลุถึงธรรมขององค์พระสัมมากสัมพุทธเจ้า
มีพระที่เรานับถือ ท่านมรณะภาพไปแล้ว แต่ท่านก็ยังสงเคราะห์ ท่านบอกว่า .อันจริงแล้ว จิตของท่านมีแต่แสง จิตฉัน ก็เข้าใกล้ไม่ได่ ยิ่งจิตที่รู้จักเรื่องราวแสงสี ก็ต้องอยู่ห่าง เข้าไปใกล้ ก็เหมือนถูกผลัก พายุ หมุนหอบออกห่าง กายท่าน . แล้วก็บอกว่า ที่โยมเข้าใกล้ได้ เพราะท่านก็ปิดแสงสีของท่าน ไม่ให้ไปกระทบถึงกายโยม ที่มีกรรม . หากท่านไม่ปิด โยมก็อยู่ใกล้ท่านไม่ได้หรอก .
เรื่องของกายบิดามารดา เมื่อจิตที่อาศัยกายพ่อแม่ รู้จักคุณนำมาสร้างให้เกิดเป็นกายบุญ สมมุติว่า บรรลุถึงธรรม ยุติการเกิด จิตของพ่อแม่ก็บรรลุถึงธรรม ยุติการเกิด ไปด้วย ด้วยอานี้ที่ บุตรอาศัยกายนี้ สร้างบุญกุศลบารมีจนจิตหลุดพ้น
เรื่องราวที่เขียน ก็จดจำมา ที่พระท่านเมตตา สอนจิตน้อยๆข้าพเจ้า ให้ได้ยินได้ฟัง ว่าท่านปฏิบัติกันอย่างไร ในยุคสมัยต้นพุทธกาล ท่านทำกันอย่างไร ท่านสอนกันไม่กี่คำ ฟังธรรมไม่กี่คำก็ . ทิ้งทรัพย์สมบัติเงินทอง เข้าป่า ไปทำกายนิ่ง จิตนิ่ง ตามพระพุทธเจ้า . ทำจน ไม่ต้องฉัน อาอะไรอีกแล้ว มาเติมในกาย เลิกกิน ขับถ่าย กายนั้นเป็นแก้ว แต่ก็ยังไม่เจ้าพระนิพพาน ต้องอยู่ต่อ พยุงศาสนา ให้ครบห้าพันปี ตามที่พระพุทธเจ้าอธิษฐาน ศาสนาของท่านไว้
พระอานนท์ ท่านบอกว่า (อย่าถือว่า เราอวดเก่งอวดดีน่ะ เราจะมีกรรม เวลาเอ่อ ชื่อพระที่ท่านสูงๆ) ท่านบอกว่า จะไปศึกษาธรรม กันจริงๆ ต้องไปเรียนรู้ ที่ขั้นดาวดึงส์ พระที่เรานับถือ ท่านก็ ได้รับอณุุญาติ ให้ไปปฏิบัติธรรมต่อที่ ขั้นดาวดึงส์ ที่ก็มีการคัดกรอง รายละเอียดมากมาย ในคำว่า บุญกุศลบารมีที่สะสมมา ท่านได้ปฏิบัติธรรมที่นั่น . ที่ชั้นดาวดึงส์ มีศูนย์ของธรรม ท่านเล่าว่า ขนาดประเทศไทย มีทวยเทพ มาปฏิบัติธรรม ฟังธรรม ท้างสักกเทวราช ท่านก็อาราธนาพระ มาบรรยาย สอนธรรม .
ที่เขียนมา ก็เรื่องจดจำมา .หาได้มีจิต ที่มีปัญญาเป็นธรรมไม่ เป็นจิตน้อยๆ หัดคลาน หัดเดิน สร้างบุญกุศล ตามที่พระท่านเมตตา สอนให้ . เราก็จดจำเล่า . ทำได้ แต่จดทีท่านเล่า ส่วนเรื่องของธรรม สูงเกินที่จิตข้าน้อย จะเข้าถึง ยังห่างไกล เป็นอสงไขย .
พระโกณฑัญญะ ท่านก็สนทนา ให้ฟัง ก็อ่านดู แล้วเรียบเรียง เหตุผล พิจารณาเอง ละกัน https://www.blockdit.com/posts/673261cd8a12fa29e5127ddb เรานั่นก็ไม่ยอกให้เชื่อ ให้ยึดถือน่ะ เป็นเรื่องราว ของการชี้แจง เหตุผล .ให้รับรู้ ส่วนเรื่องราวนอกนั้น เป็นเรื่องของคนอ่าน คิดนึก กลั่นกรองกันเอง .ที่ว้า เกิดมา เค้าก็ให้สติปัญญามากับ กายบิดามารดา
เรื่องราวบุญกุศล ที่ทำ ส่งถึงแม่ พ่อนั้นจากไปก่อน .ถึงคราวที่แม่ แก่เฒ่าชรา อยู่ๆก็ กินข้าว มื้อเดียว .ก่อนป่วยติดเตียง ก็คุยกับเรา ว่า จะช่วยพี่ชายเรา ที่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องราวบุญกุศล พอแม่ติดเตียง พี่ขายก็ต้องดูแล ทั้งอาบน้ำ ป้อนข้าว เปลื่ยนผ้า กางเกงซึมซับ ..ใหม่ๆ ก็เผลอใช้อารมณ์กับแม่
เราก็ต้อง คุยด้วย .บอกว่า ไหนๆ ก็ทำให้แม่ เราขอร้องเถอะ อย่าใช้อารมณ์ ทิฐิอะไร กับแม่เลย หลังจากนั้น พี่ชายเราก็เปลี่ยนแปลง เป็นคนละคน ดูแลแม่ดีมากๆ ไม่มีแผบกดทับ แม่ก็นอนนิ่งๆ เฉยๆ ถามว่า แม่หิว เจ็บปสดอะไรมั้ย แม่ก็บอกว่า ไม่มี
เราก็ไปเล่า เรื่องแม่ให้ พระที่เคารพนับถือฟัง ว่า แม่ไม่หิว ไม่ปวด นอนนิ่งๆ เฉยๆ ท่านกบอกว่า นั่นแหละ อานิสงส์ที่โยมนำกายพ่อแม่ สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม ก็ส่งให้ผลไปถึงกายแม่ กายก็เป็นกายบุญเกิดขึ้น .แม่ติดเตียง แต่ไม่มีกลิ่น คนป่วยติดเตียงเลย แล้วพระท่านกบอกว่า แม่ก็ปฏิบัติธรรม ไปด้วย กายนิ่ง จิตนิ่ง ก็ศึกษาธรรมไปด้วย นั่น ก็เรื่องราวอานิสงส์ ที่ใช้กายพ่อแม่ มาประพฤติปฏิบัติ ตอนพ่อที่จะละสังขาร ก่อนเสีย ก็นั่งพับเพียบ พนมมืิอไหว้พระตรงหน้า นั่งกายตรง เหมือนถูกสต๊าฟ วางมือลงที่ตัก ก็หมดลม
เมื่อครั้งที่แม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ พอเริ่มต้นป่วย หลวงตากบอกว่า มาอยู่วัด สักสามวัน นำกายแม่ มาประพฤติปฏิบัติ ขอรับเวทนาแม่ที่ป่วย ตอนที่ปฏิบัติธรรม เดินจงกรม พออธิษฐาน เสริมปุ๊บ จะลุกเดิน ก็อยากลงไปนอน หาหมอน .เราก็เดินจงกรม เดินก้าวขาไม่ออก เดินแบบต่อส้นเท้าเลย
พอเริ่ม วันที่เริ่มปฏิบัติธรรม แม่ก็ลุกมาทำกับข้าว ไปตลาดได้ปกติ ..นั่น เรื่องราว ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ทางจิต ในยามที่แม่เจ็บแ่วย เรากมาทำกายนี้ให้เกิดเป็นบ เดินในรอยกิริยาของพระ กิริยาของผู้ที่มีบุญ เวทนา ของแม่ กมาเกิดขึ้นที่เรา รับก็อาศัยกายนี้ รับทุกข์ทรมานของแม่ ตอบแทนพระคุณท่าน ที่อุ้มท้องให้กายเรามาอาศัย สร้างบุญกุศล
โฆษณา