15 มิ.ย. เวลา 05:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ

PPTV Wealth ชวนไขความลับ ทำไมรายได้เท่ากัน แต่เงินเก็บต่างกัน?

PPTV Wealth ชวนไขความลับ ทำไมรายได้เท่ากัน แต่บางคนมีเงินเก็บ อีกคนถังแตกสิ้นเดือน พร้อมแชร์ 5 เทคนิคเปลี่ยน Mindset สู่การออมแบบได้ผล
แน่นอนว่าทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่า "การออมเงิน" เป็นสิ่งสำคัญ แต่พอถึงวันสิ้นเดือนทีไร หลายคนกลับต้องเจอกับปัญหา "เงินหายไปไหนหมด" ทั้งที่รายได้และค่าใช้จ่ายของเราก็แทบจะเท่าเดิม
ปัญหานี้จริงๆ แล้วอาจไม่ได้เกิดจากรายรับที่น้อยเกินไปอย่างที่คิด แต่แท้จริงแล้วมันมีจุดเริ่มต้นมาจาก "Mindset" หรือวิธีคิดเรื่องเงิน ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมการใช้จ่ายในแต่ละวันของเรานั่นเอง
ไขความลับ "วิธีคิดเรื่องเงิน" ทำไมรายได้พอ ๆ กัน แต่บางคนมีเงินเก็บ อีกคนถังแตกสิ้นเดือน?
ล่าสุด Kept by Krungsri พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนเรามองคุณค่าของเงินแตกต่างกัน คือ บางคนมองเงินเป็น "เครื่องมือซื้อความสุขตรงหน้า" ขณะที่บางคนมองเงินเป็น "เครื่องมือสร้างความมั่นคงในอนาคต"
ซึ่งวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนี้เอง ที่เป็นตัวเร่งให้ผลลัพธ์ทางการเงินในช่วงปลายเดือนของแต่ละคนออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สมการสลับฝั่ง "ออมก่อนใช้" VS "ใช้ก่อนออม"
จากการสำรวจพฤติกรรมของ Kept by Krungsri พบว่า กลุ่มคนที่มีรายได้ใกล้เคียงกันแต่กลับมีเงินเก็บไม่เท่ากันนั้น เกิดจากการจัดลำดับความสำคัญของเงินที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเราสามารถแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ
กลุ่มออมสำเร็จ หรือ ออมก่อนใช้ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเลือก "หักเงินดิบ" เพื่อนำไปเป็นเงินเก็บทันทีที่เงินเดือนออก จากนั้นจึงค่อยนำเงินส่วนที่เหลือหลังจากหักออมแล้วไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ส่วนอีกกลุ่ม คือ ออมล้มเหลว หรือ ใช้ก่อนออม ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะตั้งเป้าไว้ในใจว่า จะเก็บเงินส่วนที่เหลือตอนสิ้นเดือน แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายจิปาถะและสิ่งล่อตาล่อใจในแต่ละวัน จะค่อย ๆ ดึงเงินออกจากกระเป๋าไปทีละนิดจนหมด ทำให้สุดท้ายแล้วไม่มีเงินเหลือให้เก็บเลย
Kept by Krungsri ระบุว่า วิธีคิดจะกำหนดพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ" หากเรามองว่าเงินคือรางวัลของความเหนื่อยล้า เราก็จะใช้จ่ายตามอารมณ์เป็นหลักเพื่อซื้อความสุขชั่วคราว แต่ถ้าเรามองเงินเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหาร สมองของเราจะเริ่มวางแผนและคิดถึงความมั่นคงในระยะยาวทันที
ดังนั้น คนที่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง จึงมักจะมีวิธีคิดที่คล้ายกัน คือ มองเงินเก็บเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องหักออกไป, คิดก่อนใช้เสมอว่าเงินก้อนนี้จะกระทบอนาคตอย่างไร และให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าความพอใจชั่วคราว
แชร์ 5 เทคนิคปรับพฤติกรรม เปลี่ยนตัวเองสู่ระบบ "ออมเงินอัตโนมัติ"
และสำหรับใครที่ต้องการจะเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของตัวเอง หลังจากที่เราปรับวิธีคิดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างระบบที่จะช่วยให้การออมเงินเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดย Kept by Krungsri ได้แนะนำ 5 เทคนิคสำคัญมาดังนี้ค่ะ
1. จ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอ (Pay Yourself First)
แทนที่จะรอให้เงินเหลือตอนสิ้นเดือนแล้วค่อยเก็บ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า "เงินออม" คือค่าใช้จ่ายที่สำคัญมากสำหรับอนาคต วิธีการง่าย ๆ คือ ให้หักเงินออม 5-10% ทันทีที่มีรายได้เข้ามา เพื่อให้การออมเงินเกิดขึ้นก่อนการใช้จ่ายอื่นๆ เมื่อเราทำแบบนี้จนเป็นนิสัย ก็จะไม่เผลอใช้เงินไประหว่างเดือนง่าย ๆ
2. ปักหมุดเป้าหมายการออมให้ชัดเจน
การออมเงินไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมายมักจะล้มเหลวได้ง่าย การออมจะทำได้ต่อเนื่องมากขึ้นเมื่อเรารู้ชัดเจนว่าเก็บเงินไปเพื่ออะไร เช่น เก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เก็บไว้สำหรับท่องเที่ยว เก็บไว้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถ เก็บไว้เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต และเมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน ทุกครั้งที่เราเก็บเงิน เราจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังขยับเข้าใกล้สิ่งที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
3. แยกบัญชี "ลดความสับสน"
ปัญหาเงินไม่พอใช้ที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการนำเงินทุกก้อนมารวมกันไว้ในบัญชีเดียว ทำให้เราควบคุมการใช้จ่ายได้ยาก ดังนั้น การแยกบัญชีหรือแบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ ตามหน้าที่ของมัน จึงช่วยให้เราบริหารเงินได้ง่ายขึ้นมาก เช่น บัญชีเงินสำหรับใช้จ่ายประจำเดือนบัญชีสำหรับจัดการหนี้สิน บัญชีเงินส่วนตัวที่สามารถใช้ได้ตามใจ บัญชีเงินออม บัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน
เพราะเมื่อเงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน การตัดสินใจใช้เงินก็จะง่ายขึ้น และช่วยให้เราออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง
4. มองเงินเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่แค่สิ่งของ
เพราถ้าหากเรามองเงินเป็นแค่สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป การตัดสินใจซื้อของเรามักจะจบลงแค่คำว่า "อยากได้ไหม" แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมามองว่าเงินคือเครื่องมือที่ช่วยสร้างทางเลือกและความสบายใจในอนาคต วิธีการใช้เงินของเราก็จะเริ่มเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งก่อนที่จะจ่ายเงิน ลองหยุดคิดและถามตัวเองอีกรอบด้วยคำถามที่ว่า สิ่งนี้จำเป็นจริง ๆ ใช่ไหม? ซื้อมาใช้แล้วจะช่วยอะไรเราในระยะยาวได้บ้าง? ซึ่งคำถามเหล่านี้จะช่วยดึงสติ และทำให้เราใช้เงินอย่างมีทิศทางมากขึ้น
5. ใช้แอปพลิเคชันเข้ามาช่วยจัดการ
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การสร้างวินัยทางการเงินไม่จำเป็นต้องพึ่งแค่แรงฮึดหรือความตั้งใจเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่เราสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการให้อัตโนมัติได้ เช่น แอปพลิเคชันเพื่อช่วยให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกและสม่ำเสมอมากขึ้น
ทางลัดออมตังค์ ทำได้ทันทีไม่ต้องรอให้รวย
แม้ว่าวิธีคิดจะสำคัญมาก แต่สิ่งที่ช่วยให้เราสามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องยาวนานก็คือ "ระบบการเงิน" เพราะเมื่อระบบทำงานแทนเราแล้ว การออมเงินก็จะไม่ต้องพึ่งพาแค่ระเบียบวินัยหรือความอดทนของเราเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างระบบง่าย ๆ ที่เราสร้างได้เอง เช่น การแยกบัญชีเงินเก็บ, การตั้งโอนเงินอัตโนมัติ, การกำหนดงบรายเดือน หรือการจำกัดงบใช้จ่ายบางประเภท
ส่วนใครหากคุณอยากจะเริ่มต้นออมเงินตั้งแต่วันนี้ จุดเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ทันทีคือ "เริ่มออมได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเงิน" เพื่อเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้เกิดขึ้นก่อน โดยมีแนวทางง่ายๆ ทั้ง ออมเงิน 5-10% ของรายได้ หรือเริ่มจากจำนวนน้อย ๆ ที่เราทำได้จริงก่อน
ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงินด้วยระยะสั้น ๆ แค่ 3-6 เดือนก่อน เพื่อให้ทำสำเร็จได้ง่าย ใช้แอปพลิเคชันเข้ามาเป็นตัวช่วยในการออม เพื่อหักเงินออมอัตโนมัติไปเลย
ทั้งนี้ การออมเงินไม่จำเป็นต้องรอให้เรามีรายได้มากขึ้นก่อน แค่เริ่มจากการจัดลำดับการใช้เงินใหม่ ค่อย ๆ สร้างพฤติกรรมดี ๆ ที่ทำได้ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน และเลือกใช้เทคนิคการออมเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพียงเท่านี้ การออมเงินก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและทำได้จริงอย่างแน่นอน
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/277552
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา