23 มิ.ย. เวลา 07:54 • ประวัติศาสตร์

The History of Calculators: Evolution of the Calculator

(Timeline)
Passion Of Valued Antique
จากลูกคิดสู่แอปในฝ่ามือ: เรื่องราววิวัฒนาการของเครื่องคิดเลข
หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บนโต๊ะทำงานของนักบัญชี พ่อค้า ครู หรือแม้แต่นักเรียน สิ่งหนึ่งที่มักวางอยู่เคียงข้างสมุดและเอกสารเสมอคือ “เครื่องคิดเลข” อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนคำนวณตัวเลขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
แต่เรื่องราวของเครื่องคิดเลขไม่ได้เริ่มต้นจากหน้าจอดิจิทัลและปุ่มกดพลาสติกอย่างที่เราคุ้นเคย หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น มนุษย์ได้พยายามสร้างเครื่องมือช่วยคำนวณมาตั้งแต่ยุคโบราณ ตั้งแต่ลูกคิด เครื่องคำนวณเชิงกล ไปจนถึงเครื่องคำนวณไฟฟ้าในศตวรรษที่ 20 ก่อนจะพัฒนาเป็นเครื่องคิดเลขอิเล็กทรอนิกส์ที่แพร่หลายไปทั่วโลก
สำหรับคนรุ่นหนึ่ง เครื่องคิดเลขไม่ใช่เพียงอุปกรณ์คำนวณ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ในห้องเรียน มันช่วยนักเรียนแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ในสำนักงาน มันเป็นผู้ช่วยของนักบัญชีและพนักงานการเงิน ในร้านค้าทั่วไป เสียงปุ่มกดและกระดาษจากเครื่องคิดเลขพิมพ์ใบเสร็จคือภาพคุ้นตาที่สะท้อนจังหวะของการค้าขาย
เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า เครื่องคิดเลขมีขนาดเล็กลง ฉลาดขึ้น และราคาถูกลง จากเครื่องขนาดใหญ่ที่ต้องวางบนโต๊ะ กลายเป็นอุปกรณ์พกพาที่ใส่กระเป๋าเสื้อได้ และในที่สุด หน้าที่ทั้งหมดของมันก็ถูกรวมเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่ผู้คนพกติดตัวทุกวัน
ปัจจุบัน เราเพียงแตะไอคอนรูปเครื่องคิดเลขบนหน้าจอสมาร์ตโฟน ก็สามารถคำนวณตัวเลขได้ทันที จนแทบลืมไปว่า เบื้องหลังแอปเล็ก ๆ นี้ คือผลลัพธ์ของวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ยาวนานกว่าหลายศตวรรษ
บทความนี้จะพาผู้อ่านย้อนรอยเส้นทางการเดินทางของเครื่องคิดเลข ตั้งแต่จุดกำเนิดในอดีต ผ่านยุครุ่งเรืองที่มันเป็นอุปกรณ์สำคัญในโรงเรียน สำนักงาน และร้านค้า จนถึงวันที่เครื่องคิดเลขทั้งเครื่องถูกย่อส่วนเหลือเพียงแอปหนึ่งบนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเรา พร้อมเล่าเรื่องราวเหล่านั้นผ่านภาพถ่ายที่บันทึกความทรงจำของแต่ละยุคสมัยเอาไว้
จุดเริ่มต้นของเครื่องคิดเลขสมัยใหม่สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ. 1623 เมื่อ วิลเฮล์ม ชิคคาร์ด (Wilhelm Schickard) นักปราชญ์ชาวเยอรมันผู้มีความรู้รอบด้าน ได้ประดิษฐ์เครื่องคำนวณเชิงกลเครื่องแรกของโลกที่เรียกว่า “Calculating Clock” หรือ “นาฬิกาคำนวณ” เครื่องจักรนี้ทำงานด้วยระบบฟันเฟืองและกระบอกหมุนที่เชื่อมต่อกัน สามารถคำนวณการบวกและการลบได้โดยอัตโนมัติ
ก้าวสำคัญสู่เครื่องคิดเลขที่ใช้งานได้จริง ในปี ค.ศ. 1773 ฟิลิปป์ มัทเธอุส ฮาห์น (Philipp Matthäus Hahn) บาทหลวงและนักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน ได้สร้างเครื่องคำนวณเชิงกลที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์และเชื่อถือได้เป็นเครื่องแรกของโลก โดยสามารถคำนวณเลขพื้นฐานทั้งสี่ประเภท ได้แก่ การบวก การลบ การคูณ และการหาร
ยุคแห่งการผลิตเชิงอุตสาหกรรม: เครื่องคิดเลขเครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จทางการค้า ในปี ค.ศ. 1820 ชาร์ลส์ ซาเวียร์ โทมัส เดอ โคลมาร์ (Charles Xavier Thomas de Colmar) นักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ได้จดสิทธิบัตรเครื่องคำนวณเชิงกลที่มีชื่อว่า Arithmometer ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของเครื่องคิดเลข Arithmometer ได้รับการยกย่องว่าเป็น เครื่องคิดเลขเชิงกลเครื่องแรกผลิตในเชิงพาณิชย์
ก้าวสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์: เครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลก ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1961 บริษัท Bell Punch Company จากสหราชอาณาจักร ได้เปิดตัวเครื่องคิดเลขรุ่น ANITA ซึ่งย่อมาจาก A New Inspiration To Arithmetic/Accounting นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีการคำนวณ ANITA ได้รับการยอมรับว่าเป็น เครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบเครื่องแรกของโลก
จุดกำเนิดของเครื่องคิดเลขพกพา: ก้าวสำคัญสู่การคำนวณในมือผู้ใช้ ในปี ค.ศ. 1967 วิศวกรของบริษัท Texas Instruments ได้สร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการคำนวณไปตลอดกาล นั่นคือ “Cal Tech” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น ต้นแบบเครื่องคิดเลขอิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาเครื่องแรกของโลก โครงการนี้นำโดย แจ็ก คิลบี (Jack Kilby) วิศวกร ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากผลงานด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์
ยุคเครื่องคิดเลขกราฟิกแบบพกพาเครื่องแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1985 บริษัท Casio ได้เปิดตัว Casio fx-7000G ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น เครื่องคิดเลขกราฟิกแบบพกพาเชิงพาณิชย์เครื่องแรกของโลก การมาถึงของ fx-7000G ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในวิวัฒนาการของเครื่องคิดเลข เพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นกราฟของสมการคณิตศาสตร์บนหน้าจอได้โดยตรง แทนที่จะเห็นเพียงตัวเลขผลลัพธ์เหมือนเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ทั่วไป
โฆษณา