26 มิ.ย. เวลา 13:49 • ความคิดเห็น
เรื่องราวของความเชื่อ เรื่องราวของคำว่า ไสยศาสตร์ มนต์ดำ ต่างๆ คาถาอาคม ..ขอถามว่า ที่ไปเอามาท่องบ่น ..ทำไปเพื่อ อยากได้อะไร . ตอบคำถามนี้ ก่อนให้ได้ . เพราะ อะไรจึงไปยึดเรื่องราวเหล่านี้ แล้วหวังอะไรกัน อยากร่ำรวย อยากได้ลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง . ก็ไปยึดถือ เอาเข้ามา .ท่องบ่น เรียกร้องอะไร เรียกร้องปฏิหาริย์อะไร มันสำเร็จได้จริงหรือ .แล้วหมดทุกข์ หยุดยั้ง ความแก่ เจ็บตายได้มั้ย
มีเรื่องราวที่ว่า สายมู .ลองสังเกต .คำว่า สติสัมปชัญญะ เค้าปกติ หรือ สติฟั่นเฟือน สซ่อนเร้นภายใน มีเรื่องราว อารมณ์อุปโลกน์ อย่างนั่นอย่างนี้ แม้ .แต่เรื่อง UFO บางที่ก็ทำไปถึงทางตัน ก็ไปคว้า ทำนอง ว่า .ไพ่ทำนายทายทัก ถามได้ตอบได้ เหมือน มายากล กลของมายา แล้ว เค้่าไม่ได้มองไปวันข้างหน้า ที่กายนี้ ต้องแก่เจ็บตาย มีอะไรที่จะช่วย หนุนนำกายและจิต ถึงคราวเวลา ที่จิตออกจากกาย จิตมีบุญกุศลมั้ย
แต่นั้น แหละ เมื่อเราไม่เคย พบเห็น เรียนรู้ไปเห็นว่า จ้ตทีเพิ่งออกจากกายไป มีสภาพอย่างไร เปลี่ยนแปลง ขันธ์ห้าได้กายอะไร เราก็ทบทวน พิจารณาไม่ได้ ว่า เอ..เราตาย จะเป็นเปลื่ยนสังขาร เป็นเปรต หรือ ว่าไปทุกข์ทรมาน หากเราเห็นได้ เราก็ไม่อยากเป็นเมื่อตายไป .พวกที่ตาย จิตเปลี่ยนสังขาร ที่เคยดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม ปฏิเสธ เรื่องการสร้างบุญกุศล .เมื่อไม่มีกาย .ก็เรียกร้อง ขอบุญกุศล
แม้แต่นักบวช ที่เรารู้จัก สักยันต์ ท่องคาถาอาคม สวดมนต์ได้ ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สนใจเรื่องคาถาอาคม พอตาย .แหม..เราสวดมนต์ มายืน ทำเป็น โยกไม้โยกมือ ..นั่นๆ ยังไม่รู้ตัวว่าตาย พอเค้า เปิดโลง จะเผา ..เอ้า .ตายแล้ว ๆ พอรู้ตัวว่าตาย กายก็เปลี่ยน . ร้องห่มร้องไห้ ตกเย็นก็สวดมนต์กัน .คราวนี้. ก็มาขอ ..ช่วยดูๆ ..เพราะท่านก็บอกว่า ตอนนี้ไม่มีกายข่วยไม่ได้ ฉันช่วยบอกแล้ว ตอนที่มีกายอยู่ ช่วยบอกว่า ให้ใข้กายนั้นสร้างบุญกุศล ตอนนี้ไม่มีกาย จะเอากายที่ไหนมาสร้างบุญกุศล .
เรื่องไสยศาสตร์ คาถาอาคม นั้นมันทำให้หลง อารมณ์โมโห ก็รุนแรง .อวดเก่ง เรื่องนักเลงอันธพาล นี่ ไม่ยอมใคร นักบวชที่เราพูดถึง ก็ไปติดคุกเสียสิบปี ไปทำเค้าตาย ออกมาก็มาบวช แต่ปฏิบัติธรรมไม่ได้เลย
เราก็เห็นคนที่ไปฆ่า คนตาย .แม้ว่า มาบวช เค้าอยู่ไปวันๆ กินกับนอน นั้น ก็เป็นเรื่องราวของกรรม ที่ไปยึดถือ เรื่องราวไสยศาสตร์ มันเป็นอุปสรรค ขัดขวางให้สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม เค้าจะทำไม่ได้ ปฏิบัติธรรมไม่ได้ บางคนปฏิบัติธรรมไป .ก็จะติดขัด. วนลงเดืนไปทางเก่า .ก้าวพ้น บ่วงกรรม โซ่ตรวน ที่รัดตัวจิตตัวเองไม่ได้เลย
หากเรียกรู้จักเรื่องราว สัมผัส ไสยศาสตร์ คาถาอาคมได้ เราจะรับรู้ ถึงพิษสง ของไสยศาสตร์ เป็นอย่างไร ทำให้เหมือนเป็นภูมิแพ้ เจ็บป่วย น้ำเลิดน้ำหนองในกาย เป็นสีดำ ผื่นคันแสบร้อน มันมีเรื่องราวต่างมากมาย แล้วสิ่งเหล่านี้ ก็จะนำพาไปเรื่องราวของมะเร็ง ในบั้นปลายชีวิต ป่วยติดเตียง เวลาโมโหหงุดหงิด อารมณ์ก็พุง สูง เส้นเลือด สมองโป่งพอง เส้นเลือดแตกตาย
แต่คนเราก็ว่า เจ็บป่วยก็ ไปหาหมอ บ้างก็จ้างเค้าเอามีดมาเฉือนตัวเอง มันเป็นสุขกายมั้ย ส่วนมากคนเรา ก็เรียนรู้จะจักเรื่องราวเกเหล่านี้ไม่ได้ หากใครบอกว่า ที่เจ็บป่วยมาจากเรื่องราวเหล่านี้ ที่ไปตามสถานที่ต่าง ไปเอามา ไปสัมผัส สิ่งสกปรกมองไม่เห็น บางที่ทำบุญใส่บาตรก็หาย เราก็มีบอกคนใกบ้ขิดบ้าง ที่เค้าเพิ่งเป็น แต่ต้องรีบหุบปาก เดี๋ยวเค้าว่า เรานี้เสียสติ
นี่ก็ไม่นาน หลานที่นัดกันจะไปทำบุญ เกิดป่วย กระทันหัน ปวดแสบปวดร้อน ไปทั้งตัว เค้าว่าเป็นภูมิแพ้ เราก็บอกให้เค้า ทำตามที่เรา ส่งไปให้ ให้เค้ากล่าว ว่า อย่าเกาะอาศัยกายข้าพเจ้าเลย มันมีแต่ทุก ไปสู่สถานที่ดีๆ เถิด แล้วจะทำบุญใส่บาตรไปให้ .พอบอกกล่าว อาการแสบร้อนปวด กเบาบางหาย . เราก็บอกว่า รีบไปทำบุญเชียว เค้าไปรอคอยแล้วล่ะ เรื่องราวอย่างนี้ เราก็เรียนรู้ของเราไป มันบอกใครไม่ได้
.เราเคยช่วย หมอนวดถูกเรื่องราวไสยศาสตร์ เวลานวด หมอนวดก็จะคอสั่นๆ เป็นมาสี่ห้าปี เจ็บปวดด้วย เราช่่วยไปครั้งเดียว เกิดหาย พอมาเจอกันอีก เค้าเรียกเรา ว่าอาจารย์ จะไหว้ครูเมื่อไหร่บอกด้วย เราก็บอกว่าอย่าเรียกอย่างั้น เรามีแต่จาน หลายใบ จะเอามั้ย เราไม่ได้มีเรื่องราวแบบนั้น ยกครูอะไรทั้งนั้น เรามีแต่เรื่องทำบุญ สวดมนตบูชาพระ ปฏิบัติธรรมของเราไป. เมื่อมีเวลา. นอกนั้นเวลาส่วนใหญ่ ก็ทำมาหากิน เหมือนหมอนวดนั้นแหละ
คราวนี้ ในเรื่องราว ที่ว่า นั่งสมาธิ ได้นิมิตร นั่นนี้ ได้คาถาอาคม มาส่งให้ทาง นิมิตร ..ลึกลงไป เบื้ิองหลังนั้นใครส่งให้ ส่งเสริมให้ . พอท่องคาถาอาคม .ได้ ท่องได้เป็นวักเป็นเวร เอ้า ..เอาสองคำนี้ไป ภาวนา พุทโธขึ้นมา สองคำนี้ทำได้มั่้ย
เรื่องหมอดู ก็เคยเขียนนานมาแล้ว https://www.blockdit.com/posts/6157bc256e5b080998b551d6
เรื่องราวไสยศาสตร์นั้น ที่ว่า ท่องคาถาอาคม นั้น จริงเรียกร้องอะไรมาหาตัวเอง เรียกร้องผีคนตาย คนอดอยากหิวโหย เข้ามาหาตัวเอง ก็ไปสังเกตดูได้ ในสิ่งที่ว่า ตุ๊กตา มีไอ้นั้นไอ้นี้ สิงสถิต โอ้ย..ตุ๊กตาเทพ . แหม เป็นถึงเทพ .ต้องมากิน น้ำหวานน้ำเขียวน้ำแดงเชียวหรือ นี่มันเทพอดอยากไม่มีวิมาน ไม่มีบุญเป็นของตัวเองนี่น่ะ นั่นก็คือ
สมมุติว่า ตุ๊กตาตัวหนึ่ง ปั้นแต่งขึ้นมา เค้าก็ ที่ว่า เสกเป่าคาถาอาคม . มันก็ไปดูดจิตที่ไม่มีบุญ โอปปาติกะ ผีตายโหง ตายพราย ดูด ไปล่ามโซ่อยู่ที่ตุ๊กตา มันเหมือยขุดโขน ที่เวลาสวมชุดโขน ออกแสดง เราก็ไม่รู้ว่า ข้างในรูปร่างหน้าตา นิสัยสันดาน เป็นอย่างไร เวลาจะ แสดงให้คนที่กราบไหว้ บูชา ให้เค้าหลงใหลยึดถือ ก็แสดงขุดที่สวมใส่ให้ดู . ไอ้คนที่ยึด .ก็หลงดีใจ ถวายน้ำเขียวน้ำแดงให้ ก็ได้กินเครืองเข่นอีก
แล้วพวกนี้ มันเป็นพวก ที่ว่ามีมิจฉาทิฐิ มาก . มันไม่ชอบให้คนเข้าหาพระ พระพุทธเจ้า .ที่ท่านมีเรื่องราวแสงรัตนะ พวกนี้ กลัวแสงรัตนะ เค้าก็ขัดขวาง คนที่ยึดถือเค้าอยู่ ไม่ให้สวดมนต์ กรายไหว้พระ หรือ ภาวนา พุทโธไม่ได้เลย ..เพราะเมื่อ มีแสงรัตนะเกิดขึ้น แม้การทำบุญทำทาน เค้าก็เร่าร้อน พวกนี้แหละ ขัดขวางไม่ให้คนสร้างบุญกุศล มีแต่ตกต่ำลงไป เดินหนทางต่ำลงๆ ลงนรกลูกเดียว เมื่อจิต .ไม่มีกายให้อาศัย .
คาาวนี้ ถามว่าจะรู้จัก เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้ขัดเจน เราก็สร้างบุญ กุศล ถวายองค์พระพุทธเจ้า กราบพระสวดมนต๋ ปฏิบัติธรรมทขึ้นมา เรื่องราวที่จะเรียนรู้จักเรื่องไสยศาสตร์ ก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะจิตมันชอบยึด . แล้วเราก็ ไม่มีความสามารถที่แก้ไข รู้จักเรื่องราวอย่างนี้มาก่อน .มีนต้องจิตที่มีกำลังสมาธิภาวนา รู้จักกรรมได้ สามารถอ่านแสงสีของ เรื่องราวไสยศาสตร์คาถาอาคม ที่ว่า จิตเห็นสีขึ้นมาได้ แล้วก็มีสติสัมปชัญญะดีๆ ที่จิตรู้จักเรื่องราวอารมณ์ที่เกิดขึ้น .
เรื่องไสยศาสตร์ คาถาอาคม ก็อยู่ในหมวด คำว่า ตัวหลง .มีเป็นมายา ทั้งภาพทั้งเสียงมายา เวลามันหลง มันก็เหมือนคนเดินเข้าไปในห้องมืด ไม่มไฟฉายในมืด มันก็เลย มองเห็นอะไรไม่ได้ เรื่องราวไสยศาสตร์ คาถาอาคม ก็ทำนองนี้ แล้วคนมันก็ชอบ เสียด้วย ที่ว่า หวังโชคลาภ หวยจะออกอย่างไร
คนมันอยากนี้น่ะ ใครบอกว่า ทำอย่างนี้ จะร่ำรวย เอ้า .ตรงโน้น มีคนใบ้หวย ให้เลข .ก็เอาบ้าง ก็ไปหาเสาะแสวงหาคน ใบ้หวย . . คนไม่มีบุญ มันก็ไม่มีโชค สมมุติว่า ไปหา เอ้าคนนี้ ไปกันร้อยคน ก็ต้องมีสักคนบ้างได้เลขมา มีโชคลาภ แต่นั้น เบื้องหลัง ก็บุญของเค้าเองที่เคยทำมา เินฟ้าอากาศ ก็ส่งคืนให้ หากไม่มีบุญกุศล .เค้าก็ไม่ส่งคืนให้
เรื่องราวอย่างนี้ ก็เรียนรู้ได้ ถามว่า เร่พร้อมมั้ย เข้มแข็งพอมั้ย สมุมุติว่า เอ้า มีเรื่องราว ที่ว่า ส่รองของมา ลอยมา . แทรกฃึม ในอารมณ์นึกคิด เราแยกออกมั้ย แล้วยังมีเรื จิตที่ภูกบังคับ ด้วยไสยศาสตร์ นั้นก็มี ที่มีเรื่องราว ที่เรืยกว่า ตัวกระทำไสยศาสตร์ ทำร้ายคนนั้นคนนี้ ให้เกิดเป็นเวรกรรม มันมีรายละเอียด .
แต่เวลาที่บอกกล่าวคนทั่วไป ที่เค้าก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรม สร้างบุญกุศลบารมี ก็ได้แต่บอกว่า อย่าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องเหล่านี้ เลย มันทำลายคนที่เรารัก และจิของตัวเอง พระท่านก็ชี้บอกว่ามนทางนี้น่ะ มัพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์สาวก พระโมคคัลลา พระสารีบุตรืพระอานนท์ เราก็พูดขื่อท่านได้ ด้วยความนอบน้อม เอาจิตเราไปสัมผัส แสงสีรัตนะ
มาเรื่องราว ที่ว่า แม่จากไป เผาเรียบร้อย เค้าก็ มีวัน น้องเค้าไลน์มาว่า คืนนี้วันดับเป่าแม่.คนตายจะมาเก็บขี้ตีนขี้มือที่บ้าน ตอนเช้า ก็มีรายงานว่า เมื่อคืน .มีมาเห่าหอน ตอนห้าทุ่ม ทุกข์คนนอนกันหมด ไม่รับรู้อะไร มีอยู่คนหนึ่ง เห็นแม่น้องเค้าเดินมา ร้องไห้เสียงดัง เดินมา เข้าไปนั่งสวดมนต์ ร้องห่มร้องไห้ เสียงดังลั่น เค้าก็เดินตามดูตลอด น้องเค้่า ก็มาเล่าต่อ เราก็ไปถามพระต่อ ท่านว่า ของจริงน่ะ ที่ร้องไห้ เพราะเสียใจ ทำความเดือนร้อนให้ลูมาตลอด ติดการพนัน . เสียใจที่ตัวเองทำ .แต่ก็แก่ไขอะไรมาได้แล้ว
ก่อนน้องแม่เค้าเสีย เค้าก็ไปหา คนที่เค้ารู้จักกันในหมูบ้าน ไปถามเรื่องราว แม่เค้าป่วย เค้าก็มาทำพิธี เอาพระมาสวด ทำบุญให้ น้องเค้าส่งภาพ ตอนทำบุญ แม่เค้านอน ท่า..เหมือนถูกมัดตราสัง ภาพที่ส่งมา ดูแล้วดูอีก ไม่ใช่ตัวแม่เค้าเลย คนละคนกัน
.คนที่มาทำพิธีทำ บอกว่า มีเป็นผีปอบ แอบแฝงอยู่ ที่ตัวแม่เค้า หลังทำบุญเสร็จ ผ่านไปสองสามวัน แม่เค้าก็ตาย สั่งเสียว่า เอาไว้วันเดียว เผาเลย จะได้ไม่สิ่้นเปลืองมาก .เท่าที่รู้ จิตเค้าออกจากกายไป ไปสะานที่ไม่มีสุขสบาย ที่เขียนเรื่องราวนี้ เพราคนเรามันมีเรื่องราว ที่ว่า เหมือนไสยศาสตร์ มันมีกัน เชื่อถือกันมาตลอด
เรื่องราว ประเพณี ความเชื่อ ท้องถิ่นต่างๆ ที่มีเรื่องราว จิตวิญญาณ ทั้งคนตายไปแล้ว การละเล่น ที่เกี่ยวข้อง เรียกผีมาเข้า .มันมีอยู่ในวัฒนธรรม พื้นบ้าน ที่เป็นสังคมเกษตรกรรม มีทั้งการท่องคาถาอาคม มนต์เรียกผี ว่าอย่างนั้น มันมีการเลยเถิด ไปยึด แล้วไม่เข้าใจในคำว่า
ผีนั้นก็ต้องการบุญกุศล จิตที่ไม่มีกาย เค้าทุกข์ทรมาน เค้าก็ต้องการบุญกุศล คราวนี้ คนเราก็ ไม่รู้จัักบุญนั้นเป็นอย่างไร มีนมีเรื่องราว จิตของพระ ที่ช่วยเหลือ กระจายบุญกุศล ให้กับผู้ที่จากไป ทำอย่างไร จึงจะสิ่งของไปให้ญาติที่จากไป .สมมุติ ว่าคนตายตกนรก เป็นญาติเรา ทำอย่างไร จึงจะส่งให้ตัวเค้าได้ ทำอย่างไร
มันมีเรื่องราวหนึ่ง ที่เราเจอ . มาตาคนหนึ่ง เมื่อเจอกันครั้งแรก ก็บอกว่า ฉันไปเรียนวิชานี้มา (คาถาอาคม ถึงในเขมร) ฉันเรียนสายขาว แก้ไข เรื่องราวผู้ที่ถูกกระทำด้วยไสยศาสตร์ เรียนวิชานี้ มันเป็นอาถรรพ์ ช่วยคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถแก้กรรมของตัวเองได้ สร้างบุญกุศล ผีมันเอาไปหมด ไปไม่ถึงเจ้ากรรม นายเวรของตัวเอง
โฆษณา