5 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

ทิ้งเพื่อนไว้ที่ลาว

"กองกำลังทหารเสือพราน เป็นกองกำลังอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพ พวกเขามีหน้าที่โต้ตอบกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่รุกรานประเทศลาวในขณะนั้น มีการจัดกองกำลังคล้ายกองพันทหารราบของไทย คือ จัดเป็นกองพันทหารเสือพรานรวม 36 กองพัน แต่ละกองพันมีจำนวนทหารเสือพราน 500 นาย โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน เช่น อาวุธ, การฝึกอบรม, การส่งกำลังไปแนวหน้าหรือการนำผู้ป่วยกับมารักษา, เงินเดือนของทหารเสือพราน ฯลฯ"
"การไปรบในลาวครั้งนั้น เป็นปฏิบัติการที่ถูกปกปิดเป็นความลับ นั่นคือ ทหารเสือพรานจะต้องเขียนใบลาออกไว้ หากเกิดความสูญเสียขึ้นใดใด จะไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้ ดังนั้นวีรกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นอาจไม่ได้บันทึกไว้ หรือสืบค้นได้ยาก นอกจากคำบอกเล่าของพวกเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่น่าจะอายุเกิน 60 ปีแล้ว"
Insignia_Museum
''หน่วย ‘Sappers’  หน่วยกล้าตาย และถูกฝึกฝนมาอย่างดี อุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติและมีความจงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์เป็นอย่างสูง จึงทำให้ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะเกลียดชังชาวตะวันตก และพร้อมทำภารกิจพลีชีพเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเองและประเทศชาติได้"
คลังความรู้ By Spokedark
''การจู่โจมของแซปเปอร์ จะใช้หน่วยนํากล้าตายคืบคลานเข้ามาตัดลวดหนามเก็บเคลย์โมร์หรือหันกลับด้านระเบิดไปหาฝ่ายเราเอง ใช้เจาะช่องเข้ามาโดยดูว่าช่องไหนมีจุดอ่อน ลวดหนามเบาบางไม่แข็งแรง ไม่ค่อยมีสนามทุ่นระเบิด''
พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล อดีตนักรบ 6 สมรภูมิ
"แม้จะเป็นสงครามลับในประเทศลาว แต่มีทหารเวียดนามเหนือกว่า 15,000 คนที่ต้องสังเวยชีวิตไปในดินแดนแห่งนี้ ยังไม่รวมประชาชนชาวลาวอีกมากมายต้องตายไป และที่เหลือยังต้องทนทุกข์ทรมาน รับชะตากรรมอันเป็นผลพวงจากสงครามอีกนับไม่ถ้วนถึงปัจจุบัน"
พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ของไทย
อนุสาวรีย์วีรกรรมทหาร 333
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในยุคสงครามเย็นท่านผู้อ่านทุกท่านอาจคุ้นเคยกับการปะทะระหว่างเจ้าหน้าทีรัฐกับผกค.ในไทย สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม รวมไปถึงสงครามลับในลาว ซึ่งสมรภูมิที่ว่ามานี้เป็นสมรภูมิที่สร้างชื่อทหารไทย แต่หารู้ไม่ว่าสงครามลับในลาวคือสงครามที่น่าสนใจมาก ทั้งๆที่สงครามเวียดนามก็มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน แล้วในสงครามนี้ทำไมจึงเป็นสงครามที่เรียกว่าสงครามลับ เราจะมาหาคำตอบจากเรื่องนี้กันครับ
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอประกาศให้ทุกท่านทราบว่าภาพเครื่องบินลำเลียง C-123 ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Supakrit Falcon ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
นานพลวัง เปา
"ไทยขานรับนโยบายของซีไอเอ หน่วยราชการลับของกองทัพสหรัฐ ตามความเชื่อทฤษฎีโดมิโน หลังจีนแผ่นดินใหญ่กลายเป็นคอมมิวนิสต์"
"ความเชื่อว่าลัทธิชั่วช้าเชิดชูชนชั้นแรงงานแต่ไม่เคารพพ่อแม่ รวมทั้งจะล้มล้างสถาบัน ตามลัทธิคาร์ล มาร์กซ์ และเลนิน กำลังแผ่อิทธิพลขยายลงใต้ในย่านอุษาคเนย์ หากเวียดนาม ลาว เขมร ถูกรวบเป็นคอมมิวนิสต์เสร็จสิ้นเมื่อใด ก็จะมาถึงคิวประเทศไทย”
"นั่นจึงเป็นเหตุให้รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จับมือกับมหาอำนาจยักษ์ใหญ่อเมริกา เพื่อต่อต้านลัทธิสัญลักษณ์ดาวทองธงแดงนับตั้งแต่ พ.ศ.2503"
"ไทยจึงเข้าไปเกี่ยวพันในสงครามกลางเมืองของประเทศลาว ด้วยการส่งกองกำลังทหารประจำการ (ช่วงแรกๆ) แทรกซึมเข้าไปช่วยรัฐบาลลาวฝ่ายขวา (ประชาธิปไตย) ซึ่งเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น และกำลังเกิดสงครามภายในวุ่นวายที่มีทั้งลาว ฝ่ายเป็นกลาง และฝ่ายขบวนการปะเทดลาวที่นิยมคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามเหนือ และกำลังทำสงครามเวียดนามกับอเมริกาและเวียดนามใต้อย่างเข้มข้นในขณะนั้น"
ทหารเสือพรานไทยที่สนามบินล่องแจ้งพ.ศ.2516
"ลาวจึงเป็นสมรภูมิสุดโหด ที่ถูกเก็บงำเป็นความลับยาวนานจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่า ลาวเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุด มีการทิ้งระเบิดโดยกองกำลังอากาศยานสหรัฐ สูงถึง 2 ล้านตัน มากกว่าการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเสียด้วยซ้ำ"
พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตทหารผ่านศึก 6 สมรภูมิ
ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 โลกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสงครามเย็น ระหว่างฝ่ายโลกเสรีนำโดยสหรัฐอเมริกา และฝ่ายคอมมิวนิสต์นำโดยสหภาพโซเวียต ประเทศลาวเดิมทีที่ถูกฝรั่งเศสปกครองก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นสมรภูมิเดือดจากชาติยักษ์ใหญ่ที่ส่งอาวุธให้ทหารในภูมิภาคได้ห้ำหั่นกับฝรั่งผมทองรวมถึงนักรบชาติสยาม
ที่นี่ได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากมีเส้นทางโฮจิมินห์ ที่ทหารเวียดนามเหนือใช้ลำเลียงกำลังพลและอาวุธ สหรัฐฯ เกรงกลัวทฤษฎีโดมิโนจะเข้าครอบงำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงส่งหน่วยงาน CIA เข้ามาปฏิบัติการลับเพื่อสกัดกั้นคอมมิวนิสต์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสนธิสัญญาเจนีวา กำหนดให้ลาวเป็นกลาง สหรัฐฯ จึงไม่สามารถส่งกองทัพที่ใช้กำลังที่ทั้งทางบกและทาอากาศเข้าไปได้อย่างเปิดเผยเหมือนในสงครามเวียดนาม  นี่จึงเป็นที่มาของสงครามลับ ที่ใช้ตัวแทนเป็นทหารพื้นเมืองชาวม้งและอาสาสมัครทหารเสือพรานจากประเทศไทย
ในการส่งทหารไทยไปร่วมรบในสงครามลับที่ประเทศลาว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทหารประจำการจะต้องลาออกจากราชการ และเปิดรับอาสาสมัครในรูปแบบพลเรือน เพื่อปกปิดตัวตนและหลีกเลี่ยงการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ
ตามสนธิสัญญาเจนีวาปีพ.ศ.2505 ได้มีการกำหนดให้ลาวเป็นกลางและห้ามมีกองกำลังทหารต่างชาติเข้าไปตั้งฐานทัพหรือปฏิบัติการในดินแดนลาวอย่างเปิดเผยระหว่างที่มีสงคราม ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการส่งกองทัพเข้าไปโดยตรง รัฐบาลไทยและสหรัฐฯ (CIA) จึงต้องทำให้ทหารเหล่านั้นมีสถานะเป็นพลเรือน หรืออาสาสมัครแทน หากทหารไทยถูกจับหรือเสียชีวิต รัฐบาลจะสามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ เพราะในทางนิตินัยพวกเขาไม่ใช่ทหารประจำการของกองทัพไทยอีกต่อไป
ทหารไทยในประเทศลาว
ทหารประจำการที่สมัครใจไปรบต้องเขียนใบลาออกจากราชการ และถอดเครื่องหมายยศและสังกัดออกทั้งหมด เมื่อใครไปรบในลาวใบลาออกนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจกลับมา ใบลาออกจะถือว่าเป็นโมฆะ และสามารถกลับเข้ารับราชการในยศและตำแหน่งเดิมได้ตามปกติ นักรบเหล่านี้จะไม่มีชื่อจริงในสมรภูมิ แต่จะใช้ชื่อรหัส , นามแฝงหรือโค้ดเนม แทนเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง
ในช่วงทศวรรษ 1960 สหรัฐอเมริกามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับทฤษฎีโดมิโน โดยเชื่อว่าหากลาวตกเป็นดินแดนคอมมิวนิสต์โดยที่ไร้ซึ่งทหารเข้าไปปกป้องลาวฝ่ายราชอาณาจักรหรืแลาวฝั่งขวาประเทศไทยจะเป็นรายต่อไป เพราะฉะนั้นสหรัฐฯ จึงต้องการสกัดกั้นการรุกคืบของเวียดนามเหนือและขบวนการปะเทดลาว
ทุกท่านทราบดีว่าสนธิสัญญาเจนีวากำหนดให้ลาวเป็นกลางและห้ามมีทหารต่างชาติเข้าไปปฏิบัติการ สหรัฐฯ และไทยจึงไม่สามารถส่งกองทัพเข้าไปได้อย่างเปิดเผย จึงต้องใช้ CIA เป็นผู้ดำเนินงานหลัก
การจัดตั้งนักรบนิรนาม 333 ที่รัฐบาลไทยและ CIA ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมีทั้งทหารในราชการที่ยอมลาออก ชายไทยที่เป็นพลเรือนร่วมเป็นหน่วยที่มีชื่อว่าอาสาสมัครทหารเสือพราน โดยมีหน่วยย่อยคือ BC (ทหารราบ) และ BA (ทหารปืนใหญ่)
นักบินรบของกองทัพอากาศลาวฝั่งขวา
ในสงครามลับที่ลาว สายการบินที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการรบคือแอร์อเมริกา (Air America) ซึ่งเป็นสายการบินพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจลับโดยเฉพาะ
เบื้องหลังการก่อตั้งเพื่อการอำพราง สืบเนื่องจากสนธืสัญญาเจนีวาปีพ.ศ.2505 กำหนดให้ลาวเป็นกลางและห้ามมีกองกำลังทหารต่างชาติเข้าไปปฏิบัติการอย่างเปิดเผย สหรัฐฯ จึงไม่สามารถใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศได้ CIA จึงได้ซื้อกิจการสายการบินพลเรือนชื่อ Civil Air Transport (CAT) และเปลี่ยนชื่อเป็น แอร์ อเมริกา ในปี ค.ศ. 1959 เพื่อใช้เป็นฉากหน้าในการทำสงครามภายใต้หลักการปฏิเสธความรับผิดชอบ
แอร์อเมริกาทำหน้าที่เป็นม้างานหลักในการสนับสนุนกองทัพราชอาณาจักรลาว ชนเผ่าม้งภายใต้การนำของนายพลวังเปา และ อาสาสมัครทหารเสือพรานจากไทย
ภารกิจของสายการบินลับนี้ประกอบด้วย การส่งเสบียงที่เป็นอาหาร อาวุธ และกระสุนไปยังฐานปฏิบัติการแนวหน้าในพื้นที่ทุรกันดารที่เข้าถึงยาก สำหรับในสมรภูมิที่ถูกปิดล้อมหรือมีความเสี่ยงสูง เครื่องบินจะนำเสบียงมาทิ้งลงด้วยร่มเพื่อให้ทหารมีชีวิตรอด
ไมเพียงเท่านี้สายการบินดังกล่าวยังขนส่งทหารไทยและลาวข้ามแดน รวมถึงรับส่งบุคคลสำคัญทางการเมืองและสายลับ CIA ส่วนการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บและศพ จะมีฮ.บินมารับทหารออกจากแนวหน้ากลับมารักษาที่อุดรธานี
ทหารไทยนายหนึ่งในสงครามลับ
หากจะกล่าวถึงคนๆหนึ่งซึ่งเป็นนายพลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในสงครามลับนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนายพลผู้นี้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นชาวม้งที่ได้รับการขนานนามจากผู้คนนับแสนว่าเป็น "กษัตริย์ไร้มงกุฎ"
ความร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรีผู้นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1961 เมื่อพลตำรวจเอก เจมส์ วิลเลียม แลร์ หรือบิล แลร์ เจ้าหน้าที่ CIA (ผู้บุกเบิกตชด.และตำรวจพลร่มไทย) ได้พบกับชายคนหนึ่งที่หน้าตาชนเผ่าดีกรีทหารมากฝีมือนั่นคือ นายพลวังเปาที่หนองแฮดจนนำไปสู่การก่อกำเนิด Operation Momentum เพื่อฝึกอาวุธให้ชาวม้งไว้สู้กับคอมมิวนิสต์
มีหลักฐานปรากฎชัดเจนว่านายพลวังเปาและคณะจาก CIA ร่วมกันสร้างฐานทัพลับที่ล่องแจ้ง (Site 20A) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน ว่ากันว่าในช่วงสงครามลับ ล่องแจ้งกลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของลาว และสนามบินที่นี่เคยมีเครื่องบินขึ้นลงหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของโลก
นายพลที่อายุน้อยที่สุดของกองกำลังติดอาวุธชนเผ่าม้ง
เท่านั้นยังไม่พอนายพลวังเปามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและลึกซึ้งกับทหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำรวจพลร่ม (PARU) และอาสาสมัครทหารเสือพราน
ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พันธมิตรทางการทหาร แต่ถูกอธิบายว่าเป็นเหมือนพี่น้องร่วมสาบาน ที่กินข้าวหม้อเดียวกันและตายในสมรภูมิเดียวกัน
ด้วยความที่ทหารไทยและชาวม้งมีรูปร่างหน้าตาที่ใกล้เคียงกัน กินข้าวเหนียวเหมือนกัน และมีความเข้าใจในวัฒนธรรมแบบพี่น้อง สิ่งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายพลวังเปา นายทหารโฉมงามชาวม้งเข้ากับหน่วยพลร่มรวมถึงทหารเสือพรานไทยได้อย่างราบรื่นและแนบแน่นยิ่งกว่าความสัมพันธ์ที่มีต่อเจ้าหน้าที่ CIA จากอเมริกาเสียอีก
จุดเริ่มต้นจากการเป็นครูฝึกของนายพลวัยใสคนนี้มีเรื่องเล่าว่า ตำรวจพลร่มและทหารเสือพรานไทยกลุ่มแรกจำนวน 99 นาย ถูกส่งเข้าไปเป็นครูฝึกอาวุธสมัยใหม่และยุทธวิธีกองโจรให้แก่ชาวม้ง ทำให้นายพลวังเปาได้คลุกคลีและเห็นนิสัยใจคอของทหารไทยมาตั้งแต่เริ่มสร้างกองทัพ
นายพลวังเปามองว่าทหารไทยเป็นกำลังหลักที่ช่วยรักษาฐานทัพลับ ณ ล่องแจ้ง ในยามวิกฤต โดยเฉพาะหน่วยปืนใหญ่ไทยที่มีชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำและความใจถึง
นายพลวังเปาเคยกล่าวชื่นชมด้วยความซาบซึ้งว่า "ถ้าไม่มีพี่น้องทหารไทย ล่องแจ้งคงแตกไปนานแล้ว" เพราะฉะนั้นทั้งทหารม้งและทหารเสือพรานไทยต่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกองทัพเงาที่โลกภายนอกไม่ยอมรับตัวตน
การที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่ยากลำบากและถูกทอดทิ้งจากมหาอำนาจในตอนท้ายเหมือนกัน ทำให้เกิดความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันอย่างลึกซึ้ง
นายทหารระดับสูงของลาวฝั่งขวาและเฮลิคอปเตอร์ Bell 204 ของ Air America จอดอยู่ด้านหลัง
อย่างไรก็ตามในสงครามใหญ่ที่ประเทศลาวไม่ได้ลงเอยที่โลกเสรีเป็นผู้ชนะ พวกเขากลับเผชิญกับคำว่า "นรกบนดิน" คำๆนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเปรย แต่คือความจริงที่เหล่านักรบนิรนามต้องเผชิญในทุกย่างก้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง บ้านนา และ ทุ่งไหหิน ซึ่งเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมการสูญเสียที่น่าสลดใจ
พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตนักรบ 6 สมรภูมิกล่าวว่าสมรภูมิบ้านนาถูกขนานนามโดย  ว่าเป็นนรกจริงๆ ความโหดร้ายถึงขีดสุดเกิดขึ้นในคืนที่หน่วยแซปเปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยกล้าตายของเวียดนามเหนือลอบเข้ามาปฏิบัติการ
พวกเขาคืบคลานฝ่าแนวลวดหนามเข้ามาในความมืดเพื่อปาดคอยาม และโยนระเบิดอัดเข้าไปในบังเกอร์ที่ทหารไทยกำลังนอนพักผ่อน แรงอัดมหาศาลทำให้ทหารบางนายรู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง และหลายคนเสียชีวิตคาที่นอนโดยไม่มีโอกาสได้ต่อสู้
ส่วนในสมรภูมิทุ่งไหหินและพื้นที่บ้านโตนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากล่องแจ้ง ทหารไทยต้องเผชิญกับกองทัพรถถังของเวียดนามเหนือที่บุกเข้าบดขยี้ฐาน มีรายงานที่น่าสะเทือนใจว่า รถถังข้าศึกวิ่งทับบังเกอร์และเหยียบทหารที่นอนบาดเจ็บ จนเสียชีวิต
เมื่อ FAC ประสานงานกับ O-1 มาชี้เป้า F-4 จะมารับช่วงต่อ แต่เป็นการทิ้งะเบิด
ในบางจุดการรบดุเดือดจนต้องตัดสินใจสู้ด้วยดาบปลายปืนและมีทหารเสือพรานไทยเสียชีวิตเกลื่อนสนามรบในสภาพที่หาซากไม่เจอหรือร่างแหลกเหลวเป็นชิ้นส่วนจากการปะทะกันอย่างหนักจนต้องเก็บใส่เข่ง
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความจนตรอกและความกล้าหาญคือที่ภูเทิง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วย BC 609 เมื่อ ร้อยโท ชูเกียรติ สินค้าเจริญ หรืออินทนิลเห็นว่าข้าศึกบุกขึ้นมาเต็มฐานจนสู้ไม่ไหว ท่านจึงได้ตัดสินใจวิทยุสั่งให้ปืนใหญ่ยิงแตกอากาศถล่มลงกลางฐานของตัวเอง" เพื่อสังหารศัตรูไปพร้อมกับตนเองและลูกน้อง หลังจากคำสั่งนั้น เสียงวิทยุของท่านก็เงียบหายไปตลอดกาล
ที่เมืองปากซอง ประเทศลาว ปลายปีพ.ศ.2515 หลังจากยึดที่นี่ได้ไม่นาน ฝ่ายเราก็หาบก. (กองบัญชาการ) เพราะเรายังไม่มีบก.ที่จะอยู่ได้อย่างถาวร จึงเลือกใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ขณะที่ผู้บังคับบัญชาและนายทหารหลายนาย กำลังประชุมกันใต้ต้นไม้ ข้าศึกได้ยิงจรวดเข้ามาทำให้หลายคนบาดเจ็บและเสียชีวิต หนึ่งในนั้นก็มีนายทหารยศพันโทท่านหนึ่งเสียชีวิตที่นี่ ร้อยตรีเจริญ เตชะวณิชในตอนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บ เป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความอันตรายและความสูญเสียที่เกิดขึ้น
พลตรี เจริญ เตชะวณิช
นับตั้งแต่วันนั้นก็มีการสูญเสียครั้งใหญ่ของทหารไทยเช่นที่ล่องแจ้ง ก็ประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน เมื่อเรายึด เนินต่าง ๆ ได้ตามแนวสกายไลน์ เราก็ถูกตีโต้กลับโดยฝ่ายตรงข้าม ที่ปากเซโชคดีหน่อยเพราะรอบนี้ทหารเราถอน ตัวตอนกลางคืนต่างจากที่ผ่านมาเราเคยถอนตัวกลางวัน
ไม่เพียงแต่ฝ่ายไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอันดุเดือดนี้ทหารอเมริกันที่ร่วมรบก็มีโดนกระสุนปืนใหญ่และปืนกลจนสิ้นชีวิตไม่ได้กลับไปหาลูกเมียก็ยังมี บางส่วนก็มีสูญหายในหน้าที่จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครพบร่างในดินแดนสมรภูมิ ในขณะที่ฝ่ายเรากำลังเจอกับหน้าสิ่วหน้าขวาน ฝ่ายข้าศึกรู้ดีว่าทหารเราเสียเปรียบจึงขยายอิทธิพลออกไปทั่วดินแดนลาว
แต่สุดท้านฝ่ายโลกเสรีที่มีความเหนือกว่าด้วยกำลังทางอากาศ ด้ยการประสานงานจาก FAC หรือ Forward Air Controller เป็นผู้นำการโจมตีทางอากาศ ทำหน้าที่ประสานงานการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด
ส่วนมากที่บินมาช่วยจะเป็นเครื่องบินขับไล่ F-4 และ F-111 ของอเมริกา หรือเครื่องบินโจมตี T-28 ของลาว เข้ามาช่วยโจมตีสนับสนุนทางอากาศแก่ทหารฝ่ายลัทธิประชาธิปไตยในพื้นที่การรบ ในสงครามลับก็ยังมีเครื่องบินอีกแบบที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นคือเครื่องบินโจมตี  A-1 Skyraider เข้าร่วมรบด้วยทั้งการสนับสนุนทหารราบและการบินโจมตีภาคพื้นดินต่อฝ่ายตรงข้ามในสงครามครั้งนี้ เครื่องบินแบบดังกล่าวนี้มีประจำการที่ฐานทัพอากาศนครพนมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย Skyraider
T-28D
ไม่เพียงแค่ใช้อาวุธเท่านั้น ด้วยความที่มันบินช้ามันยังเหมาะสำหรับการบินลาดตระเวนทางอากาศเพื่อช่วยเหลือทหารฝ่ายเราในช่วงสงครามลาว โดยนักบิน Skyraider ทุกคนได้รับชื่อ “แซนดี้” เมื่อทำภารกิจบินค้นหาและช่วยชีวิตร่วมกับเฮลิคอปเตอร์แบบ  HH-3E Jolly Green Giant
หลังจากกลับมาจากสงคราม ทหารที่รอดชีวิตจากทุ่งหญ้าป่าเขาในดินแดนมรณะจะถูก ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี หากอาการเกินขีดความสามารถของแพทย์ที่อุบลราชธานี ก็จะ ส่งตัวต่อไปยังกรุงเทพฯ ส่วนทหารที่เสียชีวิต ทหารที่เสียชีวิตในสนามรบจะถูกนำไปเผาที่วัดหน้าค่ายในจังหวัดอุบลราชธานี
ตลอดระยะเวลาของสงครามลับ มีทหารไทยเสียชีวิตในลาวรวมทั้งสิ้น 2,219 นาย ความน่าเศร้าคือมีอัฐิและร่างของเหล่านักรบกว่า 400 นายที่ยังคงถูกทิ้งไว้ที่ลาว โดยไม่ได้กลับสู่มาตุภูมิจนถึงปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าบรรพบุรุษของตนเสียชีวิต ณ จุดใด เพราะทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับสุดยอดนานกว่า 30 ปี
นอกจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ทหารที่รอดกลับมาหลายนายยังต้องเผชิญกับนรกในใจ หรืออาการประสาทหลอนจากสงคราม บางคนนอนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหมาเห่าเพราะระแวงข้าศึก หรือบางคนถึงขั้นคุมสติไม่ได้จนต้องถูกผูกโซ่ไว้กับบ้านเพราะภาพเครื่องบินทิ้งระเบิดยังคงตามหลอกหลอน
ทหารเสือพรานบางนายก็หายสาปสูญในสงครามลับ แต่ทึกท่านไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็คือวีรบุรุษ
สงครามลับในลาวนั้นอาจดูเป็นสงครามที่ลับมาก หากท่านไม่ได้เปิดใจอ่านบทความนี้ตั้งแต่แรก วันนี้ท่านได้เห็นแล้วว่าความจริงจากสงครามลาวที่ถูกเปิดเผยสู่คนทั้งโลกผ่านบทความนี้จะเป็นบทเรียนที่ชี้ให้เห็นว่าสงครามไม่ได้จบด้วยชัยชนะ มันจบลงด้วยความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย หากท่านนึกภาพตามจะเห็นว่าสงครามนี้หรือสงครามไหนๆ ไม่มีทหารนายใดที่จะกลับมาหาครอบครัวได้ทุกนาย พวกเขาต่างต้องสละชีพเพื่อให้ประเทศอยู่รอดจากอันตราย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
johnyhmongpridewang
อาจารย์ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน
พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล
saniroj thumayos
THAI PBS
พี่โจ ล่องแจ้ง
พลตรี เจริญ เตชะวณิช
ท้าวทองไหล
Gemini AI
Wiroj Saiyen
อุเทน เปรมกมล
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา