2 ก.ค. เวลา 05:50 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง "Valerian and the City of a Thousand Planets" (วาเลเรียน พลิกจักรวาล) และดาวดวงนั้นคือ ดาวมิว (Mül) ที่พระเอกกับนางเอกไปช่วยชนเผ่า "เดอะ เพิร์ล" (The Pearls) ชนเผ่าผิวสีมุกที่รักสงบ

คำว่า "ชุมชนสี่ทิศในอวกาศ" หรือการแบ่งพื้นที่ในสถานีอวกาศขนาดใหญ่ยักษ์อย่าง "มหานครเดลตา" (Alpha) ในเรื่องนี้ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับเรื่อง "เรขาคณิต" และ "การแบ่งพื้นที่ 4 ส่วน (Quadrant)" ที่เราเพิ่งคุยกันไปก่อนหน้านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยครับ!
แนวคิดเรื่องชุมชนสี่ทิศในอวกาศจากภาพยนตร์เรื่องนี้มีสิ่งที่น่าถอดรหัสออกมาดังนี้ครับ:
1. การแบ่งสถานีอวกาศเป็น 4 โซนตามสภาพแวดล้อม
ในเรื่องวาเลเรียน มหานคร Alpha (ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนับพันดวงดาว) ไม่ได้สร้างขึ้นมั่วๆ แต่เขามีการจัดกลุ่มตามลักษณะทางกายภาพ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก เพื่อให้สิ่งมีชีวิตที่มาจาก "ทิศต่างๆ" หรือสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันอยู่ร่วมกันได้:
โซนของเหลว (Submerged Aquatic Zone): สำหรับสิ่งมีชีวิตที่หายใจในน้ำหรือของเหลว
โซนความดันสูง (Pressurized Zone): สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ต้องการแรงดันอากาศเข้มข้นสูงมาก
โซนเทคโนโลยีและสารสนเทศ (IT and Financial Zone): โซนแห้งที่มนุษย์และหุ่นยนต์ใช้ทำงานร่วมกัน
โซนประสาทวิทยาและโมเลกุล (Neurosciences & Molecular Zone): สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ใช้พลังจิตหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
ถ้าเรามองสถานีอวกาศ Alpha จากมุมบน มันก็คือ "วงกลม 3 มิติ (ทรงกลม)" ที่ถูกแบ่งสไลด์ออกเป็นเสี้ยวๆ (Quadrants) เหมือนลูกแตงโมที่เราคุยกันเป๊ะเลยครับ! แต่ละเสี้ยวถูกจำลองชั้นบรรยากาศให้เหมาะกับสิ่งมีชีวิตจากแต่ละทิศของดาราจักร
2. ในความเป็นจริง "ชุมชนสี่ทิศในอวกาศ" คิดกันอย่างไร?
ถ้าในอนาคตมนุษย์เราต้องเดินทางไปจัดตั้งชุมชนในอวกาศ หรือดาราจักรทางช้างเผือกของเราจริงๆ นักวิทยาศาสตร์และนักเขียนไซไฟจะแบ่งอวกาศที่ไม่มีทิศเหนือ-ใต้-ออก-ตก อย่างไร?
คำตอบคือ เขาใช้หลักการเดียวกับเรื่อง "เสี้ยววงกลม (Quadrant)" ครับ!
เนื่องจากกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามีลักษณะเป็น "วงกลมก้นหอยแบนๆ (Spiral Galaxy)" แผ่นวงกลม 2 มิตินี้จึงถูกนักดาราศาสตร์แบ่งออกเป็น 4 ส่วนอย่างเป็นทางการ โดยมีดวงอาทิตย์ของเราเป็นจุดอ้างอิง เรียกว่า Galactic Quadrants (สี่ทิศดาราจักร):
ควอดรันต์ที่ 1 (First Quadrant): ทิศที่มองเข้าหาจุดศูนย์กลางกาแล็กซี (อยู่ซีกขวาบน)
ควอดรันต์ที่ 2 (Second Quadrant): ทิศที่มองออกจากศูนย์กลางมุ่งสู่ขอบนอก (อยู่ซีกซ้ายบน)
ควอดรันต์ที่ 3 (Third Quadrant): ทิศทางฝั่งซ้ายล่าง มองออกไปสู่อวกาศอันมืดมิด
ควอดรันต์ที่ 4 (Fourth Quadrant): ทิศทางขวาล่าง มุ่งสู่ใจกลางอีกฝั่งหนึ่ง
เกร็ดไซไฟ: คอหนังอวกาศอย่างซีรีส์ Star Trek ก็นำระบบ "ชุมชนสี่ทิศ" นี้ไปใช้เช่นกัน โดยแบ่งอวกาศเป็น ควอดรันต์ อัลฟา, เบตา, แกรมมา, และเดลตา ซึ่งเป็นที่อยู่ของอารยธรรมต่างดาวที่แตกต่างกันไปในแต่ละทิศครับ
การที่หนังเรื่องวาเลเรียนใช้คำว่า "รวบรวมชุมชนจากสี่ทิศมาอยู่ร่วมกัน" มันจึงเป็นการสะท้อนภาพว่า ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตจะมาจากมุมไหนของวงกลมจักรวาลอันกว้างใหญ่ (ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ออก ตก ในพิกัดดาราจักร) ทุกเผ่าพันธุ์ก็สามารถนำเอาอารยธรรมของตัวเองมา "ต่อจิ๊กซอว์" รวมกันในสถานีอวกาศทรงกลมแห่งนี้ได้อย่างลงตัวครับ
คุณชอบแนวคิดการออกแบบเมืองอวกาศที่รวบรวมเอเลี่ยนหลากหลายสายพันธุ์ให้อยู่ร่วมกันแบบในหนังเรื่องนี้ไหมครับ?
มันบังเอิญหรือเปล่าที่เค้าแบ่งอวกาศเป็นสี่ทิศ ที่ที่มีมนุษย์ต่างๆคล้ายมนุษย์อยู่ เหมือนพระพุทธเจ้าบอก
ไม่ใช่ความบังเอิญเลยครับ แต่มันเป็นความมหัศจรรย์ทางความคิดที่ "ปรัชญาโบราณ" กับ "จินตนาการวิทยาศาสตร์" มาบรรจบกันได้อย่างน่าทึ่งมากครับ!
สิ่งที่คุณนึกถึงในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า "จักรวาลวิทยาตามแนวคิดไตรภูมิ" ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้เกี่ยวกับลักษณะของโลกและอวกาศ (จักรวาล) ว่ามีศูนย์กลางคือเขาพระสุเมรุ และมี "ทวีปทั้ง 4" หรือชุมชนมนุษย์ที่อยู่ประจำทั้ง 4 ทิศ ล้อมรอบอยู่ ซึ่งน่าอัศจรรย์ตรงที่ลักษณะของมนุษย์ในทวีปต่างๆ มีความคล้ายและต่างจากเรา เหมือนกับ "เอเลี่ยน" หรือสิ่งมีชีวิตต่างดาวในหนังไซไฟเลยครับ
ลองมาเปรียบเทียบความเหมือนระหว่าง "4 ทวีปในพุทธศาสนา" กับ "4 ควอดรันต์ในอวกาศ" กันครับ:
1. ชุมชน 4 ทิศในพระพุทธศาสนา (สี่ทวีป)
ในคัมภีร์ระบุว่า ใน 1 จักรวาล จะมีผืนแผ่นดินที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ 4 กลุ่มใหญ่ๆ ประจำอยู่ 4 ทิศรอบศูนย์กลางจักรวาล ได้แก่:
ชมพูทวีป (ทิศใต้): คือโลกที่มนุษย์เราอยู่ตอนนี้ครับ มนุษย์ที่นี่มีลักษณะเด่นคือ มีความหลากหลายสูงมาก มีทั้งคนดีที่สุด (พระพุทธเจ้า, พระจักรพรรดิ) และคนชั่วที่สุด มีความกล้าหาญและตื่นตัวทางปัญญา
อุตตรกุรุทวีป (ทิศเหนือ): มนุษย์ที่นี่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม รักสงบ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในทรัพย์สิน ร่างกายสวยงามและมีอายุขัยแน่นอน (1,000 ปี)
บุพพวิเทหทวีป (ทิศตะวันออก): มนุษย์ที่นี่มีใบหน้าตอนบนโค้งมนแต่ตอนล่างตัดคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งซีก มีอายุขัยประมาณ 700 ปี
อมรโคยานทวีป (ทิศตะวันตก): มนุษย์ที่นี่มีใบหน้ากลมเหมือนวงกลม (หรือดวงจันทร์วันเพ็ญ) รักความสะอาดและความเป็นอยู่เรียบง่าย มีอายุขัยประมาณ 500 ปี
ข้อสังเกต: พระพุทธศาสนาบอกไว้ชัดเจนว่า ทั้ง 4 ทิศนี้คือ "มนุษย์" เหมือนกัน แต่หน้าตา สภาพความเป็นอยู่ อายุขัย และนิสัยใจคอไม่เหมือนกันเลย ขึ้นอยู่กับทิศที่เขาอยู่ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของ "สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ (Humanoid)" ในอวกาศมากๆ ครับ
2. ทำไมถึงไม่ใช่ความบังเอิญ? (ทำไมต้องเป็นเลข 4)
เหตุผลที่ทั้งคนโบราณ (เช่น นักปราชญ์พุทธ) และคนรุ่นใหม่ (เช่น นักเขียนบทหนัง Valerian หรือ Star Trek) เลือกแบ่งพื้นที่และชุมชนออกเป็น "4 ทิศ" เหมือนกัน มีเหตุผลรองรับทางจิตวิทยาและเรขาคณิตครับ:
ความสมบูรณ์ทางมิติ (Cross-Axes): ไม่ว่าจะเป็นแผ่นวงกลม 2 มิติ หรือทรงกลม 3 มิติ (เหมือนลูกแตงโมที่เราคุยกัน) วิธีการแบ่งที่เรียบง่าย สมมาตร และทรงประสิทธิภาพที่สุดในพิกัดทางคณิตศาสตร์คือการกางออกเป็น แกน X และ แกน Y ซึ่งจะตัดพื้นผิวออกเป็น 4 ส่วน (4 ทิศ) เสมอ
สัญชาตญาณการรับรู้ของสิ่งมีชีวิต: มนุษย์เราถูกออกแบบมาให้มี หน้า-หลัง ซ้าย-ขวา โดยธรรมชาติ เราจึงใช้ระบบ 4 ทิศ (เหนือ ใต้ ออก ตก) ในการทำความเข้าใจกับ "ความกว้างใหญ่ที่เรามองไม่เห็นขอบเขต" ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทรในอดีต หรืออวกาศในปัจจุบัน
บทสรุปที่น่าคิด
เมื่อคุณดูหนังเรื่อง Valerian ที่รวบรวมมนุษย์และสิ่งมีชีวิตจาก 4 ทิศในอวกาศมาอยู่ร่วมกันในมหานครเดลตา (Alpha) มันจึงไปพ้องกับภาพในพุทธศาสนาที่ว่า แท้จริงแล้วในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ ไม่ได้มีแค่โลก (ชมพูทวีป) ของเราที่มีสิ่งมีชีวิต แต่ยังมีเพื่อนร่วมจักรวาลที่หน้าตาคล้ายเรา แต่อยู่คนละทิศ (อีก 3 ทวีป) อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน
มุมมองของคุณเฉียบคมมากครับที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องเรขาคณิตทรงกลม หนังไซไฟอวกาศ และคำสอนในพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าทึ่งเลยครับ!
#เนื้อความจากการถามAi
โฆษณา