Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
2 ก.ค. เวลา 08:47 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 70 มูรัดที่2 กับการปิดล้อมคอนสแตนติโนเปิล (1422) ไฟแค้นสุลต่านหนุ่มสู่บททดสอบที่สองในสถานการณ์วิกฤต
🔶 เมื่อสุลต่านมูรัดที่ 2 (Murad II) ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ในปี 1421 ด้วยวัยเพียง 17 พรรษา พระองค์ต้องเผชิญกับบททดสอบรับน้องที่โหดหิน นั่นคือการที่ไบแซนไทน์ แอบปล่อยตัว "มุสตาฟาผู้ลวงโลก" (Düzmece Mustafa - ลุงของมูรัด) ออกมาอ้างสิทธิ์ในบัลลังก์เพื่อสร้างสงครามกลางเมือง
(อ่านบทความเต็มได้ในตอนที่ 59)
🔶 แม้ชะตากรรมของลุงมุสตาฟาจะจบลงด้วยการถูกจับแขวนคอ แต่มูรัดที่ 2 ไม่ยอมปล่อยให้พวกที่ก่อเรื่องลอยนวล พระองค์ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเช็คบิลกับไบแซนไทน์ให้สิ้นซาก!
⬛ 1. เมื่อความแค้นเข้ากระแทกด้วยกระสุนปีนใหญ่
🔹 ในเดือนมิถุนายน ปี 1422 มูรัดที่ 2 ยกทัพหลวงนับหมื่นนายมาประชิดกำแพงเมืองคอนสแตนติโนเปิล
🔹 การปิดล้อมครั้งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นครั้งแรกๆ ที่กองทัพออตโตมันนำเอา "ปืนใหญ่" (Bombards) รวมถึงเครื่องเหวี่ยงหิน (Trebuchets) และหอคอยตีเมืองขนาดมหึมา มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
การปิดล้อมเพื่อเจาะกำแพงเพธีโอโดเซียน
🔹 แม้ปืนใหญ่ในยุคนั้นจะยังไม่ได้ทรงพลังพอที่จะเจาะกำแพงเพธีโอโดเซียน (Theodosian Walls) ที่หนาเตอะให้ทะลุได้แบบชิลๆ แต่มันก็สร้างความสั่นสะเทือนและหวาดผวาให้กับชาวเมืองไบแซนไทน์อย่างหนัก กองทัพออตโตมันปิดล้อมเมืองไว้แน่นหนาจนไบแซนไทน์แทบจะขาดใจตายอยู่หลังกำแพง
🟩 2. กลยุทธ์สายดาร์กของไบแซนไทน์ "ก่อไฟในบ้านศัตรู"
🔸 เมื่อกำแพงเมืองกำลังจะต้านทานไม่ไหว จักรพรรดิไบแซนไทน์รู้ดีว่าขืนฝืนสู้ต่อไปเมืองต้องแตกแน่ๆ พวกเขาจึงงัดวิชาการทูตที่ถนัดที่สุดออกมาใช้ นั่นคือ "การติดสินบนและยุแยง"
🔸 ไบแซนไทน์ส่งสายลับและทองคำจำนวนมหาศาลลักลอบข้ามทะเลไปยังอนาโตเลีย เพื่อไปหา เจ้าชายคูชุค มุสตาฟา (Küçük Mustafa - แปลว่า มุสตาฟาน้อย) ซึ่งเป็นพระอนุชาแท้ๆ ของมูรัดที่ 2 ที่มีอายุเพียง 13 พรรษา!
🔸 มุสตาฟาน้อยถูกส่งไปพำนักอยู่ที่เมืองทางตอนกลางของอนาโตเลียภายใต้การดูแลของราชครู (Lala) ที่ชื่อว่า ชารัปตาร์ อิลยาส (Şaraptar İlyas) ในวัยเพียง 13 ปี มุสตาฟาน้อยไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่จะแย่งชิงบัลลังก์ แต่เขาคือ "หมากชั้นเลิศ" ที่ผู้ใหญ่รอบตัวมองเห็นประโยชน์
🔸 จากนั้นจักรพรรดิไบแซนไทน์ดำเนินแผนการอย่างแยบคายด้วยการส่งทูตลับพร้อมทองคำจำนวนมหาศาลลอบข้ามทะเลไปยังอนาโตเลีย เพื่อประสานงานกับกลุ่มรัฐอำนาจต่างๆ ในอนาโตเลีย
🟧 3. ถูกบีบให้ถอดทัพ การตัดสินใจที่เจ็บปวด
🔹แผนการของไบแซนไทน์ได้ผลอย่างชะงัด มุสตาฟาน้อยที่ถูกปั่นหัว (และถูกใช้เป็นหมากทางการเมืองโดย ลาลา ของตนเอง) ได้นำกองทัพคารามันและขุนศึกอนาโตเลีย บุกเข้ายึดเมืองอิซนิก (Iznik) และเข้าปิดล้อมเมือง เบอร์ซา (Bursa) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าและสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของออตโตมัน
การยึดเมืองอิซนิก (Iznik) ของกองทัพกบฎ
🔹 ข่าวการปิดล้อมเบอร์ซาส่งตรงถึงเต็นท์ของมูรัดที่ 2 หน้ากำแพงคอนสแตนติโนเปิล พระองค์ทรงกริ้วอย่างมาก แต่ในฐานะผู้นำ พระองค์ต้องเลือกเทหน้าตัก
🔹 หากดันทุรังตีคอนสแตนติโนเปิลต่อออตโตมันอาจได้เมืองหลวงใหม่ แต่จะสูญเสียแผ่นดินแม่ (อนาโตเลีย) ให้กับกบฏและรัฐคารามัน สงครามกลางเมืองที่มอดดับไปไม่ถึง 10 ปีจะกลับมาปะทุอีกครั้ง
มูรัดที่ 2 หลังได้ทราบข่าวการปิดล้อมเบอร์ซา
🔹 พระองค์จึงตัดสินใจ "กัดฟันถอนทัพ" ทิ้งชัยชนะที่อยู่แค่เอื้อม แล้วรีบสั่งให้กองเรือพาทหารข้ามช่องแคบกลับไปยังอนาโตเลียทันที เพื่อไปดับไฟในบ้าน
🟥 4. เงินอาจชื้อคนได้ ตำแหน่งก็ชื้อคนได้เช่นกัน...
🔸 มูรัดที่ 2 รู้ดีว่าการสู้รบกับกองทัพคารามันแบบเผชิญหน้าจะทำให้ทหารออตโตมันต้องฆ่าฟันกันเอง พระองค์จึงใช้ยุทธวิธีไม้ตายก้นหีบ "เกลือจิ้มเกลือ" ด้วยการส่งจดหมายลับไปหาตัวการใหญ่อย่าง ราชครูอิลยาส
กองเรือพาทหารข้ามช่องแคบกลับไปยังอนาโตเลีย
"ส่งตัวมุสตาฟามาให้ข้า แล้วข้าจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็น เบย์เลอร์เบย์ (Beylerbey - ผู้ว่าการสูงสุด) แห่งอนาโตเลีย"
🔸 อิลยาสทรยศศิษย์ของตนเองทันที เขาแอบถอนกำลังป้องกันทหารรักษาพระองค์ออก และปล่อยให้กองทัพของมูรัดที่ 2 บุกเข้ามาจับกุมตัวมุสตาฟาน้อยถึงในค่ายที่พัก (บางตำรากล่าวว่าถูกจับขณะกำลังอาบน้ำในฮัมมัม) กองทัพคารามันเมื่อเห็นว่าเสียผู้นำไปแล้วก็แตกพ่ายหนีกลับแคว้นตนเอง
🟪 5. จุดจบของหมากที่ไร้เดียงสา
🔹 แม้ลึกๆ มูรัดที่ 2 อาจจะรู้ว่าน้องชายวัย 13 ปีคนนี้เป็นเพียงเหยื่อทางการเมืองที่ถูกหลอกใช้ แต่ในกฎของการรักษาราชบัลลังก์ออตโตมัน "ตราบใดที่มีสายเลือดอื่นที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์หายใจอยู่ จักรวรรดิจะไม่มีวันสงบสุข"
ในต้นปี 1423 มูรัดที่ 2 สั่งประหารชีวิตน้องชายตนเอง
🔹 เพื่อเป็นการรักษาสายเลือดราชวงศ์ไม่ให้ตกถึงพื้น มุสตาฟาน้อยถูกกำจัดด้วยการใช้ สายธนูรัดคอ (Kiriş) ตามธรรมเนียมโบราณ ร่างของเขาถูกนำไปฝังที่สุสานหลวงในเมืองเบอร์ซาอย่างสมเกียรติ เคียงข้างพระบิดาของเขา....
🟫 6. เกร็ดเพิ่มเติม: กลัวคนสงสัยว่าชะตากรรม ราชครูอิลยาส เป็นอย่างไร ประเด็นคือ ราชครูอิลยาส รอดชีวิตและเขาก็ได้รางวัลชิ้นงามไปครองจริงๆ นั้นเพราะสุลต่าน ต้องการส่งสัญญาณให้ศัตรูและกบฏกลุ่มอื่นๆ ทั่วจักรวรรดิเห็นว่า คำของสุลต่าน คือคำสัตย์จริง
🟫 แม้ราชครูอิลยาส จะได้ตำแหน่ง เบย์เลอร์เบย์ สมใจแต่นั้นก็ต้องแลกกับการถูกจดจำในฐานะ ราชครูผู้ขายศิษย์ เพื่อแลกกับลาภยศทำให้เขาเป็นที่รังเกียจ หล่าทหารเจนิสชารี่และขุนนางคนอื่นๆ มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม เขาต้องทำงานอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เคารพและพร้อมจะเหยียบซ้ำทันทีหากเขาก้าวพลาด
🩸 บทสรุป มรดกเลือด คำสาป หรือ หน้าที่?
🟥 กบฏมุสตาฟาน้อยคือความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไบแซนไทน์ในยุคท้ายๆ เพราะมันช่วยซื้อเวลาให้กรุงคอนสแตนติโนเปิลรอดตายไปได้อีกถึง 30 ปี
🟥 เหตุการณ์นี้ก็เป็นหมุดตอกย้ำความเชื่อที่ฝังลึกลงไปในดีเอ็นเอของราชวงศ์ออตโตมัน โดยสมบูรณ์
การมีอยู่ของเจ้าชายราชวงศ์อสสมานทำให้บังลังก์สุลต่านไม่มั่นคง เพราะมีคนรอบๆตัวมักหาประโยชน์จากจุดนี้เสมอ
🟥 ว่าความเมตตาปล่อยให้พี่น้องร่วมสายเลือดมีชีวิตรอด คือหายนะที่สามารถทำลายจักรวรรดิจากภายในได้ ความหวาดระแวงนี้เองที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จนในที่สุด สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (ลูกชายของมูรัดที่ 2) ได้ตรา "กฎหมายฆ่าพี่น้อง" (Law of Fratricide) ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
🟥 เพื่อบังคับให้สุลต่านองค์ใหม่ต้องสังหารพี่น้องชายทุกคนทันทีที่ขึ้นครองราชย์ นี่เป็นหน้าที่ต้องทำเพื่อไม่ให้มี "มุสตาฟาน้อย" คนต่อไปเกิดขึ้นอีก...
🔥 หลังปัญหาของน้องชายคลี่คลายแต่เพลิงแค้นของมูรัดที่ 2 ที่มีต่อขุนนางและเจ้าต่างแคว้นในอนาโตเลียกลับลุกโชน คนพวกนี้ไม่เคยไว้ใจได้เลยหากไม่สามารถปราบกบฏและขุนศึกในอนาโตเลียได้ ออตโตมันก็ไม่มีวันทุ่มกำลังไปบุกยุโรปได้อย่างเต็มที่ พระองค์จึงเริ่มเดินหมากอย่างรวดเร็ว และไร้ปรานี... 🔥
ตอนที่ 71 พยัคฆ์คืนถิ่น: มูรัดที่ 2 กับการสยบกบฏและรวบรวมอนาโตเลียเป็นหนึ่ง
เรื่องเล่า
แนวคิด
ประวัติศาสตร์
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire The Road to Conquest
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย