4 ก.ค. เวลา 03:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ทำความรู้จัก “Baked Apple” (แอปเปิ้ลอบ) เมนูที่เรียบง่ายแต่ดึงดูดจากยุโรป

“Baked Apple” (แอปเปิ้ลอบ) เป็นเมนูอาหารที่มีการนำแอปเปิ้ลไปอบจนกระทั่งเนื้อด้านในนิ่ม โดยปกติแล้วจะมีการนำแกนด้านในออก แล้วยัดไส้เข้าไป เป็นเมนูที่แพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา โดยนอกจากจะเป็นเมนูของหวาน ด้วยการใช้ส่วนผสมที่พบได้บ่อยอย่าง น้ำตาล น้ำเชื่อม ถั่วต่างๆ และผลไม้อบแห้ง พร้อมเสิร์ฟคู่กับครีมชนิดต่าง ๆ แล้ว Baked Apple ก็ยังสามารถเป็นเมนูอาหารคาวได้ โดยการยัดไส้หมูสับ หรือไส้กรอก และมักจัดเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง
.
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่บริโภคกันมาอย่างยาวนาน แรกเริ่มมีการเพาะปลูกกันในแถบเอเชียกลางและทวีปยุโรป ก่อนจะถูกนำไปยังทวีปอเมริกาโดยชาวยุโรปที่เข้าไปตั้งถิ่นฐาน มีการบริโภคหลากหลายรูปแบบ ทั้งรับประทานสด ๆ คั้นเป็นน้ำผลไม้ ประกอบการอาหารและขนม รวมถึงการทำเป็นไซเดอร์
.
แอปเปิ้ลมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั่วโลก โดยเฉพาะในโลกตะวันตก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ยังสามารถรักษาความสดใหม่ไว้ได้นานหากอยู่ในพื้นที่ที่อากาศเย็น จึงกลายมาเป็นผลไม้ที่นิยมเก็บไว้รับประทานในช่วงฤดูหนาวที่สามารถหาพืชต่าง ๆ ได้ยาก
.
การนำผลไม้ไปอบเป็นครั้งแรกของโลก ไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน แต่คาดว่าเกิดขึ้นหลังจากที่มีการประดิษฐ์เตาฟืนขึ้นในปีค.ศ. 1557 ซึ่งเตาฟืนได้กลายเป็นเครื่องใช้ทั่วไปหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมอีกราว 200 ปีต่อมา
ซึ่งในช่วงเวลาระหว่างนี้ สูตรการอบแอปเปิ้ลถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรกโดยเชฟ “Robert May” ในหนังสือ “The Accomplisht Cook” ปีค.ศ. 1685 ประเทศอังกฤษ โดยสูตรนี้พูดถึงการนำแอปเปิ้ลไปปอกเปลือก คว้านไส้ออก หั่นเป็น 4 ส่วน แล้วนำไปอบกับไวน์แดง มะนาว ส้มเชื่อม และน้ำตาล โดยส่วนผสมเหล่านี้ก็สามารถพบได้บ่อยในการทำไส้ Baked Apple จนถึงปัจจุบัน
.
ในเวลาต่อมา สูตรการอบแอปเปิ้ลทั้งลูกแบบที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันก็เกิดขึ้นในหนังสือ “The Art of Cookery, made plain and easy” ฉบับปีค.ศ. 1784 โดย Hannah Glasse ซึ่งต่างจากหนังสือเล่มแรกที่อาหารชั้นสูง ในหนังสือทำอาหารเล่มนี้จะเน้นให้สามารถเข้าถึงคนได้ทุกชนชั้นด้วยภาษาที่เรียบง่าย ด้วยชื่อเสียงของหนังสือ เมนูนี้จึงกลายเป็นเมนูที่แพร่หลายแก่บุคคทั่วไป อีกทั้งยังถูกกล่าวถึงในหนังสือนิยายชื่อดังเรื่อง “Emma” (1816) โดย Jane Austen อีกด้วย
.
Baked Apple ก็เดินทางไปยังอเมริกาพร้อม ๆ กับการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป และกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของรัฐ New England จนถึงปัจจุบัน และมีการเผยแพร่สูตรในแบบฉบับอเมริกาครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1832 ในหนังสือ “The Cook’s Oracle” ฉบับเมือง Boston หลังจากผ่านการพัฒนาสูตรตามกาลเวลาและความนิยม จนกระทั่งในปีค.ศ. 1940 Baked Apple แบบฉบับ New England ก็ได้มีภาพจำของการอบแอปเปิ้ลเข้ากับน้ำเชื่อมแอปเปิ้ลผ่านทางหนังสือทำอาหารต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในยุคนั้น
.
ในยุโรป นอกจากประเทศที่เริ่มเผยแพร่สูตรอย่างอังกฤษแล้ว Baked Apple ก็มีความโดดเด่นในประเทศเยอรมนีเป็นอย่างมาก โดยมีความพิเศษที่แอปเปิ้ลสายพันธุ์ “Belle de Boskoop” จากเนเธอร์แลนด์ โดยมีความหลากหลายในด้านวัตถุดิบที่ใช้ทำไส้เป็นอย่างมาก เช่น อัลมอนด์สับ น้ำมะนาว และเครื่องเทศต่าง ๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เก็บไว้สำหรับฤดูหนาว Baked Apple จึงกลายมาเป็นเมนูสำคัญประจำเทศกาล Christmas ในเยอรมนีอีกด้วย โดยจะเสิร์ฟคู่กับคัสตาร์ดวนิลา
.
ในประเทศบัลแกเรียก็มี Baked Apple ที่มีชื่อเสียงเป็นของตัวเอง โดยจะใช้ชื่อว่า “Pecheni Yabalki” โดยนอกจากส่วนผสมทั่วไปอย่างอบเชย น้ำตาลทรายแดง และส่วนผสมที่ไม่ตายตัวอื่น ๆ สิ่งที่ทำให้เมนูนี้มีความเฉพาะตัวนั่นคือวอลนัตนั่นเอง ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญมากของบัลแกเรีย
.
ในการอบแอปเปิ้ล ยังมีการอบให้แห้งเพื่อจุดประสงค์ด้านการถนอมอาหาร อย่างเช่นในมณฑล Norfolk ของอังกฤษ มีเมนูที่ชื่อว่า “Biffin” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับสายพันธุ์แอปเปิ้ลที่ใช้ในเมนูนี้ เป็นการนำแอปเปิ้ลทั้งลูก เข้าไปอบให้แห้งอย่างช้า ๆ พร้อมกับมีตุ้มน้ำหนักทับด้านบนเพื่อให้แอปเปิ้ลแบนเป็นรูปทรงเหมือนเค้ก พร้อมด้วยการใส่ฟางเพื่อช่วยดูดความชื้น เมื่อจัดเสิร์ฟ จะลอกเปลือกที่แห้งแข็งและคว้านแกนกลางออก จากนั้นจึงคลุกเคล้ากับน้ำตาล และเสิร์ฟพร้อมครีมสด
สามารถหาซื้อวัตถุดิบสำหรับเมนูของหวานแสนอร่อยได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ
โฆษณา