Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:00 • ธุรกิจ
Alcatel หายไปไหน? ย้อนรอยมือถือยุค 90 ที่วัยรุ่นทุกคนต้องรู้จัก สู่แบรนด์ที่ถูกลืม
ผมว่าใครที่ใช้มือถือในประเทศไทยยุคแรก ๆ น่าจะยังจดจำชื่อของแบรนด์อย่าง Alcatel ได้เป็นอย่างดี…
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อน แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสแบรนด์นี้คือหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในตลาดโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด
ผู้คนจำนวนมากเคยเป็นเจ้าของ Alcatel OneTouch หรือซีรีส์ Pixie ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและทนทาน
ที่สำคัญคือมันมีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและจับต้องได้อย่างง่ายดาย
แต่เรื่องที่น่าแปลกใจก็คือ วันนี้โทรศัพท์มือถือแบรนด์นี้ได้หายไปจากท้องตลาดอย่างสมบูรณ์แบบ
ทำไมบริษัทที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครโค่นลงได้ ถึงได้อันตรธานหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างเงียบๆ
…
จุดเริ่มต้นของ Alcatel ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล แต่ต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1898 ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
บริษัทเริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของเครือ General Electric Company ซึ่งเป็นกิจการที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าของฝรั่งเศส
หลังจากผ่านการควบรวมกิจการหลายครั้ง พวกเขาก็ได้ก่อตั้งแผนกที่ชื่อว่า Alcatel ขึ้นมาเพื่อลุยตลาดใหม่…
เป้าหมายหลักของพวกเขาในตอนนั้น คือการโฟกัสไปที่การสร้างเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานและโทรคมนาคมเป็นหลัก
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงทศวรรษ 1980 โทรศัพท์มือถือยังถือเป็นอุปกรณ์ที่หรูหราและมีราคาแพงมหาศาล
มันเปรียบเสมือนของเล่นสำหรับนักธุรกิจและกลุ่มคนชั้นนำในสังคมเท่านั้น
ตลาดในยุคนั้นถูกยึดครองโดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia Ericsson และ Motorola
แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 Alcatel เริ่มมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่คู่แข่งมองข้าม
นั่นคือการทำให้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นของสามัญประจำบ้านที่ทุกคนสามารถซื้อหามาใช้งานได้
พวกเขาเลือกที่จะไม่แข่งกันที่ความหรูหรา แต่หันมาแข่งกันที่ความคุ้มค่าและความทนทานแทน…
จนกระทั่งในปี 1996 บริษัทได้เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นประวัติศาสตร์ นั่นคือ Alcatel OneTouch Easy
โทรศัพท์รุ่นนี้เข้ามาฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างในตลาด ด้วยดีไซน์ที่ดูอวบอ้วนและสีสันที่ฉูดฉาดสะดุดตา
มันมีความทนทานต่อการตกหล่น และมาพร้อมกับหน้าจอแบบขาวดำที่แสดงตัวหนังสือได้เพียงแค่สองบรรทัด
แต่จุดขายสำคัญที่ทำให้มันกลายเป็นตำนาน คือความสามารถในการใช้แบตเตอรี่อัลคาไลน์ขนาด AAA จำนวนสามก้อนในการทำงาน
สิ่งนี้ตอบโจทย์คนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก เพราะมักจะเจอปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมหรือหาที่ชาร์จไม่ได้เวลาเดินทางไกล…
ความสำเร็จของ Alcatel OneTouch Easy เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและละตินอเมริกา
ความสำเร็จนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญให้กับโมเดลธุรกิจของพวกเขาในเวลาต่อมา
นั่นคือการผลิตมือถือที่เน้นการใช้งานขั้นพื้นฐาน ในราคาที่ถูกแสนถูก และเน้นยอดขายในปริมาณมหาศาล
จนในช่วงปี 1998 Alcatel สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายสูงเป็นอันดับห้าของโลก…
ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 แบรนด์นี้กลายเป็นชื่อที่ผู้คนจดจำได้ในฐานะมือถือที่แบตเตอรี่ทนทานและใช้งานง่าย
มันวางขายอยู่ทุกที่ ตั้งแต่ศูนย์บริการเครือข่ายมือถือไปจนถึงแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
แต่ความสำเร็จอันหอมหวานนี้ กลับกลายเป็นภาพลวงตาที่ทำให้พวกเขาก้าวพลาดอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา
เมื่อโลกเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคที่โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้แค่โทรเข้าและรับสายอีกต่อไป
ผู้บริโภคเริ่มต้องการหน้าจอสี กล้องถ่ายรูป และฟีเจอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
Alcatel กลับพบว่าตัวเองกำลังวิ่งตามหลังยักษ์ใหญ่รายอื่นไม่ทัน ขณะที่ต้นทุนการทำวิจัยและพัฒนาก็เริ่มสูงขึ้นจนบีบกำไรของบริษัท
เพื่อรักษาผลกำไรและหนีจากการแข่งขัน ผู้บริหารได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่กลายเป็นการตอกตะปูฝาโลงให้กับแบรนด์ตัวเอง…
นั่นคือการโอนอ่อนและยกอำนาจการบริหารให้กับกลุ่มทุนจากประเทศจีน
ในปี 2004 บริษัทได้ทำการแยกแผนกโทรศัพท์มือถือออกมา และจับมือตั้งบริษัทร่วมทุนกับ TCL
TCL คือบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และทีวีรายใหญ่ที่กำลังมาแรงจากประเทศจีน
เป้าหมายของการร่วมทุนคือการลดต้นทุนการผลิต และผลักภาระด้านการออกแบบไปให้ทางจีนดูแลรับผิดชอบ
ในขณะที่บริษัทแม่จะหันไปโฟกัสที่ธุรกิจการสร้างเสาสัญญาณและโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมแทน…
ในช่วงแรกบริษัทร่วมทุนนี้แบ่งสัดส่วนโดย Alcatel ถือหุ้นส่วนน้อย ในขณะที่ TCL ถือหุ้นส่วนใหญ่
แต่เพียงแค่ปีเดียวให้หลัง ในปี 2005 Alcatel ก็ตัดสินใจถอยทัพอย่างสมบูรณ์แบบ
พวกเขาขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดให้กับ TCL และปล่อยมือจากธุรกิจโทรศัพท์มือถืออย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าชื่อแบรนด์ Alcatel จะยังคงถูกประทับอยู่บนตัวเครื่อง แต่จิตวิญญาณและทิศทางของแบรนด์ได้ตกไปอยู่ในมือของจีนอย่างเบ็ดเสร็จ
การตัดสินใจที่ดูเหมือนจะฉลาดในการลดต้นทุนนี้ กลับทำให้บริษัทสูญเสียตัวตนและขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมไปตลอดกาล…
และการเสียศูนย์ครั้งนี้ ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เพราะมันเป็นจังหวะเดียวกับที่คลื่นลูกใหญ่ที่ชื่อว่าสมาร์ทโฟนกำลังจะก่อตัวขึ้นมากวาดล้างอุตสาหกรรมให้สิ้นซาก
ในปี 2007 โลกได้รู้จักกับ iPhone จากบริษัท Apple ที่เข้ามาปฏิวัติวิธีการใช้งานโทรศัพท์มือถือ
และในปี 2008 Google ก็ได้ปล่อยระบบปฏิบัติการ Android ออกมาเขย่าตลาดอย่างรุนแรง
ผู้ผลิตหน้าใหม่อย่าง HTC และ Samsung ต่างกระโดดเข้าสู่สมรภูมินี้อย่างเต็มตัว…
ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนอยากได้หน้าจอสัมผัส ประสิทธิภาพที่รวดเร็ว และดีไซน์ที่ดูพรีเมียม
แต่ในขณะที่โลกกำลังเดินไปข้างหน้า Alcatel ภายใต้การนำของ TCL กลับถูกทิ้งให้แช่แข็งอยู่ในตลาดระดับล่างสุด
กลยุทธ์ของ TCL ในตอนนั้นคือการเน้นขายเอาปริมาณมากกว่าที่จะสนใจเรื่องของคุณภาพ
พวกเขายังคงปล่อยซีรีส์เก่าๆ ออกมาในฐานะสมาร์ทโฟนราคาถูก ซึ่งในช่วงแรกก็พอจะประคองยอดขายไปได้
แต่ในระยะยาว มันคือการทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างย่อยยับจนยากจะกู้คืน…
ผู้บริโภคเริ่มจดจำ Alcatel ในภาพจำใหม่ว่าเป็นเพียงมือถือราคาถูก คุณภาพต่ำ และดูเป็นของล้าสมัย
ไม่มีใครยอมจ่ายเงินซื้อเพราะหลงใหลในแบรนด์อีกต่อไป แต่ซื้อเพราะมันเป็นตัวเลือกที่ราคาถูกที่สุดในตู้โชว์เท่านั้น
และฝันร้ายที่แท้จริงของตลาดมือถือราคาประหยัดก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ปี 2013
เมื่อแบรนด์สายเลือดจีนหน้าใหม่ที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอย่าง Xiaomi Huawei Oppo และ Vivo ได้ก้าวขึ้นมาบนเวทีโลก…
สิ่งที่แบรนด์เหล่านี้ทำต่างจากอดีตยักษ์ใหญ่ฝรั่งเศสอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้ขายแค่มือถือที่ราคาถูก
แต่พวกเขาขายสิ่งที่เรียกว่า “ความโคตรคุ้ม” ให้กับผู้บริโภค
แบรนด์อย่าง Xiaomi ยอมเฉือนกำไรตัวเองเพื่อใส่ชิปประมวลผล Snapdragon ที่ทรงพลังลงไปในมือถือราคาหลักพัน
พวกเขาให้หน้าจอความละเอียดสูงและแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ ซึ่งสเปกเหล่านี้เคยมีอยู่แค่ในมือถือระดับเรือธงเท่านั้น…
เมื่อผู้บริโภคเอากระดาษสเปกมาวางเทียบกัน มือถือของ Alcatel จึงกลายเป็นของตกยุคที่ไม่มีใครอยากมอง
เพราะในราคาที่จ่ายเท่ากัน แบรนด์จีนหน้าใหม่สามารถให้ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าหลายขุม
ที่น่าเจ็บปวดคือ แทนที่ TCL จะฮึดสู้และยกระดับนวัตกรรมเพื่อกอบกู้สถานการณ์
พวกเขากลับยอมแพ้และปล่อยให้ชื่อของ Alcatel ร่วงลงไปสู่ก้นเหวอย่างช้าๆ…
ในที่สุด TCL ก็หันไปทุ่มเทปั้นสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ของตัวเองแทน และปล่อยให้ชื่อเก่าแก่นี้ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ
เรื่องราวความล้มเหลวไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น ในฝั่งของบริษัทแม่ก็กำลังเผชิญหน้ากับความพังพินาศที่ไม่ต่างกัน
หลังจากที่ Alcatel ทิ้งธุรกิจมือถือและหันมาเอาจริงเอาจังกับการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคม
พวกเขาก็ต้องการที่จะขยายขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเพื่อต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Ericsson และ Nokia…
ในปี 2006 พวกเขาได้ตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการควบรวมกิจการกับ Lucent Technologies
นี่คือบริษัทอุปกรณ์เครือข่ายยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ที่มีรากฐานมาจากบริษัทโทรคมนาคมระดับตำนานอย่าง AT&T
เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างมหาอำนาจด้านโทรคมนาคมระดับโลก ที่จะผูกขาดทั้งตลาดยุโรปและอเมริกา
การควบรวมครั้งนี้ยังทำให้พวกเขาได้ครอบครอง Bell Labs ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย…
หากมองจากหน้ากระดาษ นี่คือการควบรวมกิจการทางธุรกิจที่ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันคือความหายนะที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมองค์กร
การบริหารจัดการของบริษัทใหม่ที่ชื่อ Alcatel-Lucent กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่างฝั่งฝรั่งเศสและอเมริกา
ความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับผู้นำ จนลุกลามไปสู่พนักงานระดับปฏิบัติการในทุกภาคส่วน…
สไตล์การบริหารแบบอเมริกันที่เน้นผลกำไรระยะสั้นและตรงไปตรงมา เข้าปะทะกับสไตล์ฝรั่งเศสที่เน้นกระบวนการดั้งเดิมอย่างรุนแรง
แม้กระทั่งเรื่องของกำแพงภาษาและการสื่อสาร ก็กลายเป็นรอยร้าวที่ทำให้ทีมงานสองฝั่งไม่ยอมทำงานร่วมกัน
ขณะที่ผู้บริหารมัวแต่ทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงอำนาจ โลกภายนอกก็กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต 4G พอดี
ผู้ที่เข้ามาฉวยโอกาสนี้ไปก็คือ Huawei บริษัทจากจีนที่เข้ามาบุกตลาดอุปกรณ์เสาสัญญาณอย่างดุดัน…
แบรนด์จีนรายนี้นำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า และมีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างเทียบไม่ติด
Alcatel-Lucent ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก จนในที่สุดผู้บริหารระดับสูงต้องยอมกอดคอกันลาออกจากตำแหน่ง
บริษัทตกอยู่ในสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันไปอย่างถาวร
และแล้วจุดจบของเรื่องราวทั้งหมดก็เดินทางมาถึงในปี 2016…
Nokia บริษัทเทคโนโลยีจากฟินแลนด์ ที่ครั้งหนึ่งเคยล้มลุกคลุกคลานในตลาดมือถือ
แต่พวกเขาสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย
พวกเขาได้ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Alcatel-Lucent ด้วยมูลค่ามหาศาล
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ถือเป็นการปิดฉากการดำรงอยู่ของ Alcatel ในฐานะบริษัทอิสระอย่างเป็นทางการ…
สินทรัพย์ เทคโนโลยี และมรดกทางธุรกิจทั้งหมดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ
ทั้งหมดถูกรวบตึงเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Nokia ไปจนหมดสิ้น
เรื่องราวของอดีตยักษ์ใหญ่รายนี้ ได้ให้บทเรียนทางธุรกิจที่แสนเจ็บปวดและทรงพลังให้กับพวกเรา
การแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว โดยปราศจากการพัฒนานวัตกรรม คือการวิ่งแข่งไปสู่จุดจบ…
ในยุคที่คู่แข่งหน้าใหม่สามารถทำสินค้าที่ดีกว่าในราคาที่ถูกกว่าได้ แบรนด์ที่ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองย่อมตายจากไป
การขายสิทธิในการทำแบรนด์ให้คนอื่นไปทำต่อ แม้จะช่วยลดต้นทุนได้ในระยะสั้น
แต่ในระยะยาว มันคือการยอมมอบจิตวิญญาณของแบรนด์ให้คนอื่นเป็นคนชี้เป็นชี้ตาย
และดีลธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็พังทลายลงได้ หากมองข้ามความสำคัญของการหลอมรวมวัฒนธรรมองค์กรเข้าด้วยกัน…
จากบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวฝรั่งเศส
สู่โทรศัพท์มือถือที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในกระเป๋ากางเกงของผู้คนทั่วทุกมุมโลก
วันนี้ชื่อที่เคยยิ่งใหญ่เหลือเพียงแค่ตำนานและกรณีศึกษาในหน้าหนังสือธุรกิจ
ที่คอยเตือนใจเราว่า ในโลกของเทคโนโลยีที่หมุนไว ถ้าคุณหยุดเดินเมื่อไหร่ คุณจะกลายเป็นอดีตในทันที…
References : [gsmarena,theverge,cnet,bloomberg,reuters]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/where-did-alcatel-go/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ประวัติศาสตร์
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
1 บันทึก
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย