5 ก.ค. เวลา 13:56 • สุขภาพ

แผลเล็ก ๆ ที่ไม่หาย อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

หลายคนคิดว่าแผลคือเรื่องธรรมดา
มีดบาด รองเท้ากัด แผลถลอก แผลหลังล้ม แผลเล็ก ๆ ที่นิ้วเท้า
ตอนแรกก็ดูไม่มีอะไร ทายาเอง ล้างแผลเอง ปิดพลาสเตอร์ไว้ แล้วรอให้มันหาย
แต่ปัญหาคือ บางแผลมันไม่หาย
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ยังเหมือนเดิม ผ่านไปสองสัปดาห์ เริ่มมีน้ำเหลือง ผ่านไปหนึ่งเดือน แผลกว้างขึ้น ลึกขึ้น หรือเริ่มมีกลิ่น
ถ้าเป็นแบบนี้ แผลนั้นอาจไม่ใช่ “แผลธรรมดา” แล้วครับ
แผลปกติควรค่อย ๆ ดีขึ้น
โดยทั่วไป แผลเล็ก ๆ ในคนสุขภาพดีควรมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เจ็บน้อยลง บวมน้อยลง แดงน้อยลง น้ำเหลืองลดลง ขนาดแผลค่อย ๆ เล็กลง
ไม่จำเป็นต้องหายทันทีในไม่กี่วัน แต่ควรเห็นว่า “มันกำลังดีขึ้น”
ถ้าแผลไม่ดีขึ้นเลย หรือแย่ลงเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณที่ควรระวัง
แผลที่ควรพบแพทย์
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ควรปล่อยไว้นานครับ
แผลไม่หายเกิน 2 สัปดาห์
แผลใหญ่ขึ้นหรือลึกขึ้น
มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือมีน้ำเหลืองมาก
ผิวรอบแผลแดง บวม ร้อน เจ็บมากขึ้น
มีไข้ร่วมด้วย
แผลอยู่ที่เท้า โดยเฉพาะในคนเป็นเบาหวาน
แผลเกิดจากของมีคมสกปรก สัตว์กัด หรือของทิ่มตำ
แผลมีสีดำ คล้ำ หรือมีเนื้อตาย
เป็นแผลซ้ำ ๆ ที่ตำแหน่งเดิม
แผลดูเล็ก แต่ปวดมากผิดปกติ
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก แผลบางชนิดภายนอกดูเล็ก แต่ข้างในอาจมีการติดเชื้อลึกกว่าที่เห็น
ทำไมบางแผลถึงไม่หาย
แผลไม่หายไม่ได้แปลว่า “ล้างแผลไม่ดีพอ” เสมอไป
สาเหตุอาจมาจากหลายอย่าง เช่น
เบาหวานคุมไม่ดี ทำให้ภูมิคุ้มกันและการซ่อมแซมแผลแย่ลง เลือดไปเลี้ยงไม่พอ โดยเฉพาะแผลที่เท้าและปลายขา มีแรงกดทับซ้ำ ๆ เช่น นอนทับตำแหน่งเดิม หรือใส่รองเท้ากดแผล มีเนื้อตายอยู่ในแผล ทำให้แผลไม่สามารถเริ่มสร้างเนื้อใหม่ได้ดี มีการติดเชื้อ ขาดสารอาหาร สูบบุหรี่ หรือบางครั้ง แผลที่คิดว่าเป็นแผลธรรมดา อาจเป็นโรคผิวหนังหรือมะเร็งผิวหนังบางชนิด
ฟังดูน่ากลัว แต่ประเด็นไม่ใช่ให้ตกใจครับ ประเด็นคือ ถ้าแผลไม่เดินหน้า เราต้องหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนยาทาไปเรื่อย ๆ
“ทายาแรง ๆ” ไม่ใช่คำตอบเสมอไป
หลายคนพอแผลไม่หาย จะเริ่มเปลี่ยนยาเอง
ยาฆ่าเชื้อ ยาสมุนไพร ยาผง ยาทาแผลสด น้ำยาล้างแผลหลายชนิด
บางอย่างช่วยได้ในบางสถานการณ์ แต่บางอย่างอาจทำให้แผลระคายเคือง หรือทำลายเซลล์ที่กำลังซ่อมแซมแผล
แผลที่ดีไม่ใช่แผลที่ “แห้งกรังที่สุด” เสมอไป แผลที่ดีคือแผลที่สะอาด มีเลือดมาเลี้ยงพอ ไม่มีเนื้อตาย ไม่มีการติดเชื้อ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการหาย
บางแผลต้องใช้วัสดุปิดแผลเฉพาะ บางแผลต้องลดแรงกด บางแผลต้องประเมินหลอดเลือด บางแผลต้องตัดเนื้อตาย บางแผลต้องคุมเบาหวานให้ดีขึ้น และบางแผลต้องผ่าตัดปิดแผลเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ตัวอย่างที่เจอบ่อย
คนไข้เบาหวานมีแผลเล็ก ๆ ที่นิ้วเท้า
ตอนแรกเหมือนรองเท้ากัด ไม่ค่อยเจ็บ เพราะปลายเท้าชา คิดว่าไม่เป็นไร ล้างแผลเองอยู่หลายสัปดาห์
พอมาพบแพทย์ แผลลึกถึงเอ็นหรือกระดูกแล้ว บางรายมีการติดเชื้อกระจาย บางรายต้องนอนโรงพยาบาล บางรายต้องผ่าตัด
สิ่งที่น่าเสียดายคือ หลายเคสถ้ามาเร็วกว่านี้ อาจรักษาง่ายกว่านี้มาก
จำประโยคนี้ไว้
แผลเล็กไม่ได้น่ากลัว แต่แผลเล็กที่ไม่หายต่างหากที่ต้องระวัง
ถ้ามีแผลแล้วดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าแผลนิ่ง แย่ลง มีกลิ่น มีหนอง ปวดมาก หรืออยู่ในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือด ไตวาย หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ควรให้แพทย์ช่วยดู
อย่ารอจนแผลเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่
เพราะสำหรับแผลบางชนิด เวลาไม่ใช่แค่การรอให้หาย แต่คือโอกาสในการรักษาให้ง่ายลง
เพจนี้ชื่อ แผลเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแผลหลายแผลไม่ได้จบที่การทำแผล แต่เกี่ยวกับเลือด น้ำตาล การติดเชื้อ การกดทับ โภชนาการ การผ่าตัด และการดูแลทั้งตัวคนไข้
ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวมีแผลที่ไม่หาย อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กเกินไปครับ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจรักษาโดยแพทย์ได้ หากมีแผลติดเชื้อ ปวดมาก มีไข้ แผลลุกลาม หรือเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ควรพบแพทย์โดยเร็ว
#แผลเป็นเรื่องใหญ่ #แผลเรื้อรัง #เบาหวาน #แผลเบาหวาน #ทำแผล #ศัลยกรรมตกแต่ง #WoundCare #สุขภาพ #Blockditสายสุขภาพ
โฆษณา