Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Yard Hostel
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 05:03 • ธุรกิจ
The Yard Bangkok
วันที่ไม่มีใครในโลกรู้จัก The Yard
เวลาให้สัมภาษณ์รายการต่างๆ ทุกคนมักจะข้ามช่วงเวลานึงออกไป... นั่นคือช่วงเวลาที่ “โลกนี้ไม่รู้จักเรา”
ซึ่งเราว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนอยากรู้มากๆ และน่าจะมีคำถามมากมาย การได้ยินเราพูดเรื่อง The Yard ในวันนี้ มันเป็นช่วงที่ชีวิตมันเฉลยแล้ว ว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดมันก็ใช้ได้อยู่นะ
แต่วันที่กำลังเดินทาง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ เดินมา มันไม่มีเฉลยบอกเราเลยว่า สิ่งที่กำลังหาคำตอบอยู่นี้ มันถูกหรือมันผิด
ช่วงแรกของ The Yard: “พวกเรานี่รวยเนอะ เช่าที่อารีย์มานอนดูหนัง”
วันที่เปิด The Yard ช่วงแรก ไม่มีแขกเลยสักคน จินตนาการตามนะ... ที่ดิน 300 ตารางวา หญ้าปูเขียวใหม่กริ็บ ห้องพักสิบกว่าห้องว่างเปล่า ในห้องนั่งเล่นมีทีวีกับเครื่อง PlayStation ที่มีแค่เราสามคน ส้ม ส้ม และกริ้ง นอนดูหนังกันไปวันๆ จนถึงขั้นหันมาคุยกันเองว่า
“พวกเรานี่รวยเนอะ เช่าที่ดินในอารีย์มานอนดูหนังกันสามคน”
บางวันก็เลื่อนรั้วประตูบ้านมาปิด แล้วก็นั่งรถเมล์ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ฯ กัน... ก็มันไม่มีแขกให้ดูแล ก็ไม่มีงานให้ทำเนอะ (หัวเราะ)
แต่จะมาให้นั่งรอจนกว่าแขกจะมารู้จักเรา คงไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำ เพราะเงินลงทุนทั้งหมดนั้นพวกเรากู้ธนาคารมา โดยการเอาบ้านเอาคอนโดไปจำนอง ดอกเบี้ยวิ่งทุกวัน วิ่งเร็วกว่าไรเดอร์ส่งอาหารอีก ส่วนเงินในกระเป๋าพวกเรานั้น... แห้งแล้งกว่าซูเปอร์เอลนีโญเสียอีก
--
ปฏิบัติการรุก: ส่งอีเมลนับร้อย และเบียร์เพิ่มความกล้า
สิ่งที่คิดได้ตอนนั้นคือ ไล่เปิดเว็บไซต์หา Blogger ชาวต่างชาติ (ยุคนั้นยังไม่รู้จักคำว่า Influencer เลยด้วยซ้ำ) ไล่อ่านบทความที่เขาเขียนว่าตรงกับแนวบ้านเราไหม แล้วเราก็ส่งอีเมลไปเชิญเขามาพัก ส่งไปเป็นร้อยเมลเลยค่ะ เพราะคิดว่ามันคงยากมากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะบังเอิญมาอยู่กรุงเทพฯ พอดิบพอดีในเวลานั้น
ระหว่างรอการตอบกลับของเหล่า Blogger เราก็ทำกระดาษแผ่นเล็กๆ แนะนำ The Yard เดินแจกไปทั่วอารีย์ เผื่อต่างชาติแถวนี้จะมีเพื่อนหรือญาติมาเยี่ยม จะได้พามานอนบ้านเรา บางทีก็ไปเดินแจกแถวสยาม สะกิดคนที่เราคิดว่าน่าสนใจจนบางคนตกใจ นึกว่าเราเป็นมิจฉาชีพก็มี
เราค้นหาเรื่อง Blogger ไปเรื่อยๆ จนลึกไปถึงขั้นรู้ว่า กำลังจะมีการประชุม Travel Blogger โลก (TBEX) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ เรากับส้มตัดสินใจไปนั่งรอเพื่อจะได้หาโอกาสคุยกับใครสักคน ตอนนั้นต้องกระดกเบียร์เข้าไปเพื่อให้เกิดความกล้าหาญ เพราะภาษาอังกฤษก็อ่อนด้อย กลัวเขาจะด่ากลับมาด้วยซ้ำ
พอดีมีฝรั่งคนหนึ่งเดินออกจากห้องประชุมมาสูบบุหรี่ เราเลยรวบรวมความกล้าเดินไปทักทันที:
“Excuse me, I just opened a new hostel and I want you to stay.” (ด๋อยป่ะล่ะ ภาษาอังกฤษตอนนั้น)
แต่ฝรั่งคนนี้น่ารักมาก เขาบอกว่าคงยังไม่ได้ไปนอนนะ แต่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อนคนไทยที่ทำ Food Event ให้
---
กิจกรรม "หน้าม้า" และภาพจำที่สวนทางกับความจริง
ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักคำว่า Food Event เลยด้วยซ้ำ แต่พอได้คุยกัน เราก็มาร่วมกันจัดงานสงกรานต์ (The Yard สร้างเสร็จช่วงมกราคม) มีจัดงานเพ้นท์หน้าจากเพื่อนที่เจอตอนทำ Withlocals (ที่เคยพาไปกินข้าวที่บ้าน) และจัดแสดง "สมพงษ์ หุ่นพูดได้" โดยพี่ต้น พูดตรงๆ ตอนนั้นก็มีแต่เพื่อนๆ นี่แหละมาช่วยเป็นหน้าม้าทำกิจกรรม แขกจริงไม่มีเลย!
พอได้รู้จักคนทำ Food Event แล้วมาร่วมกันจัดงาน Potluck ในเดือนเมษายน งานนี้กลายเป็นว่ามีคนต่างชาติจากย่านอื่นๆ หลั่งไหลมาเยอะมาก มาทำกับข้าวร่วมกัน มีเด็กๆ มาวิ่งเล่น ภาพที่ออกไปในสื่อเลยทำให้คนเข้าใจว่า *“The Yard มีกิจกรรมเยอะแยะจังเลย”* จนหลายคนโทรมาถามว่าอาทิตย์นี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง จะได้จองมาพักเพื่อร่วมกิจกรรม
แต่เอาเข้าจริง... ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีคนมาเยอะแยะขนาดนั้นหรอก!
---
"น้องแนน" จุดเปลี่ยนชีวิตที่มาพร้อมความอ่อมแอ่ม
จุดเปลี่ยนที่แท้จริงน่าจะอยู่ตรงนี้... วันหนึ่งระบบ Airbnb ส่งข้อความแจ้งเตือนว่ามีการจองเข้ามา เฮ้ย! เป็นคนไทย น้องทักมาถามว่าในห้องมีอะไรบ้าง
น้อง:"ในห้องมีอะไรบ้างคะ?"
เรา: "ไม่มีอะไรเลยค่ะ..."
น้อง: "ทีวีมีมั้ยคะ?"
เรา: "ไม่มีค่ะ"
น้อง: "ตู้เย็นมีมั้ยคะ?"
เรา: "ไม่มีเหมือนกันค่ะ"
อะไรๆ ก็ไม่มี (หัวเราะ) แล้วน้องก็ขอดูรูปห้องพัก ซึ่งจังหวะนั้นเรากำลังกวาดถูห้องนั้นอยู่พอดี! เรารีบตะโกนบอกส้มกับกริ้งทันทีว่า “เฮ้ยๆๆ มีคนจอง เค้าขอดูรูปห้อง!”
เราพิมพ์บอกน้องไปว่าจะส่งรูปให้ตอนเย็นๆ นะคะ... แต่เบื้องหลังคือ อีห้องนี้ยังไม่พร้อมอยู่เลย! ส้มรีบไปเอาผ้าม่าน โคมไฟ หรืออะไรก็ตามที่หยิบจับได้เอามาแปะๆ ตกแต่งเซ็ตฉากไปก่อน แล้วรีบถ่ายรูปส่งให้น้องตอนเย็นตามสัญญา
พอถึงวันที่เข้าพัก น้องชื่อ "น้องแนน" ตอนนั้นเรากังวลใจมากๆ เพราะไม่แน่ใจว่าคนไทยจะชอบโฮสเทลแนวเราไหม น้องแนนก็ใช้ชีวิตอยู่ไปตามปกติ เราก็ทักทายกันดูแลกันไป ตอนเช้าน้องปวดท้อง เราก็ปั่นจักรยานไปซื้อโจ๊ก หาซื้อยามาให้กิน
พอถึงวันเช็คเอาต์ น้องแนนถามเราว่า *"ขอเขียนรีวิวในพันทิปให้ได้มั้ยคะ?"*
เราก็ตอบแบบอ่อมแอ่มไปว่า "ได้สิ..." แต่ในใจคือคิดไปแล้วว่ากูจะโดนด่าไหมนะ (หัวเราะ)
หลังจากน้องเขียนเสร็จ ไม่นานก็มีเพื่อนส่งลิงก์มาให้ บอกว่ากระทู้แมสแล้ว! คือน้องเขียนดีมาก ชื่นชมพวกเรา ประทับใจในการดูแล ซึ่งเอาเข้าจริงตอนนั้นเราทำน้อยมากเลยนะ แค่ดูแลไปตามสัญชาตญาณ
คราวนี้แหละ... คนกระหน่ำโทรมาจองห้อง และระบุเลยว่าจะเอาแค่ห้องที่น้องแนนนอนเท่านั้นด้วย! รายการทีวี นิตยสารต่างๆ พาเหรดกันมาทำข่าวตามรอยน้องแนนหมดเลย เราเริ่มได้เงินสดเข้ามาหมุนเวียนและประคองช่วงแรกมาได้ก็เพราะน้องแนนเลยจริงๆ
แต่เราก็ไม่ได้ลืมนะว่า ลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาในช่วงนี้ เป็นช่วงที่เรายังไม่ได้มีตัวตนหรือแบรนด์ที่ชัดเจนขนาดนั้น พอรอดตายมาได้ เราจึงต้องรีบดึงตัวเองกลับมาโฟกัสที่แก่นและ Persona (กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย) ที่เราวางไว้ตั้งแต่แรกด้วย
---
สู่เนื้อคู่ที่ตามหา: ทะยานสู่อันดับ 1 บน TripAdvisor
อีกขานึงที่จะทำให้ Persona ที่เราวางไว้รู้จักเราจริงๆ ก็คือ TripAdvisor พอเริ่มมีแขกต่างชาติเข้ามาพัก เราก็เน้นไหว้วานให้พวกเขาช่วยเขียนรีวิวให้ ไม่นานหลังจากนั้น The Yard ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ใน TripAdvisor ของกรุงเทพฯ และครองอันดับค้างนานอยู่หลายปี ทำให้เราได้ลูกค้าต่างชาติหลั่งไหลมาเรื่อยๆ จากการมองเห็นนี้
จนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มนิ่งและลงตัวแล้วล่ะ
สรุปที่เราอยากจะบอกก็คือ: การไม่มีลูกค้าเลยในช่วงแรกมันเป็นเรื่อง "ปกติ" มากๆ ของการทำธุรกิจ และสิ่งเดียวที่เราทำได้คือการคิดหาทางสร้างโอกาสให้ตัวเองให้มากที่สุด และที่สำคัญ... ทุกๆ วันที่ลงมือทำ อย่าลืมสนุกไปกับมันด้วยนะ
โรงแรม
การตลาด
ธุรกิจ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย