6 ก.ค. เวลา 06:48 • ไลฟ์สไตล์
เรื่องของร่างกาย เรากินอาหาร มันเป็นวัตถุธาตุ เข้าไป ทั้งพืชผักผลไม้ เนื้อสัตว์ กินเข้าไปแล้ว มันก็ถูกบดขยี้ เป็นกากทิ้งไป ผลไม้ผักต่างๆ เนื้อสัตว์ วางไว้เฉย มันก็บูดเน่า คราวนี้ เรื่องราวของอารมณ์ ที่เกิดขึ้นในกาย มันก็มีการสะสม ภายในกาย เอามันออกไปทิ้งไม่ได้ มันก็หมักหมม บูดเน่าในกาย นายไป สิ่งที่บูดเน่า ในกาย มันก็ทำให้น้ำเบือดน้ำหนองเสีย เป็นสีดำสีม่วงเกิดขึ้น เลือดลมไหวเวียนไม่สะดวก หายใจก็ตื้น กายก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรง
เรื่องราวต่างที่คนสมัยก่อน บอกว่า เอ้า ตอนนี้ ไม่สบาย ก็เข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรมขึ้น นั้น ก็เกิดเป็นบุญขึ้นมาคือ เอาสิ่งดีๆ เข้ามา หนุนนำกาย ให้กายมีบุญ ระลึกถึงพระคุณพ่อแม่ ให้กายเรามา เราก็นำมาสร้างกายให้เป็นบุญ เกิดขึ้น คราวนี้ คนเรามันก็ไม่รู้จักบุญ มันก็ปฏเสธ เรื่องราวที่จะกระทำ ช่วยให้กาย นั้นผ่อนคายทุกข์ ทุกข์ที่เราอยู่กับอารมณ์นึกคิด ต่างๆ ที่ว่าอารมณ์นั้นเป็นไฟ มันเผากายเผาจิตไปทุกวัน แล้ววันหนึ่ง ไฟนั้น ก็ใบไม้ ที่ใบเปลี่ยนแปลง เป็นเยี่ยวแห้ง ล่วงหล่นลงพื้น กายคนเราก็เป็นเช่นนั้น
มีอาหารวางบนโต๊ะมากมาย เราก็เลือกกิน อาหาร นั้น อาหารนี้ดี เลือกที่จะกิน แต่อารมณ์นั้น ก็เหมือนอาหาร ที่เราไปพยคนนั้นคนนี้ วัตถุสิ่งของ . เราก็กิน . คือ อาหาร ไม่เลือกในอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ละครั้ง ที่มาปรุงแต่งกาย เหมือน เรากินอาหารนี้ อร่อยไม่อร่อย .มีพอใจไม่พอใจ .เกิดขึ้น เราก็..จิตเราก็กบืนกินอารมณ์ เข้าไปในกาย ขับถ่ายออกไปไม่ได้ มันเข้าไปแล้ว ไปอยู่ที่ไหน . อยู่ .ที่ธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบกาย .
.พอใช้ร่างกาย .มีวิญญาณหกไปด้วย มันก็วิญญาณตั้งหก ตัวนั้น ก็ไปสัมผัส ไปกิน มีอารมณ์พอในไม่พอใจเกิดขึ้น เหมือนที่ เรากินอาหาร ผ่านลิ่น ผ่าน เลยลิ้นไป มันก็รับรู้รสชาติไม่ได้ คราวนี้ วิญญาณตาหูจมูกกายใจ มันทำนองเดียวกับลิ่น แต่มันไม่เหมือนลิ้น ที่ต้องอ้าปาก ตักอาหารใสลงไป
วิญญาณอื่น ตานั้นหลับตา ก็มองไม่เห็น วิญญาณ เสัยงที่เราได้ยิน มีความเผ็ด ร้อน น่าฟัวไม่น่าฟัง เราก็ปิดหูเราไม่ได้เสียด้วย ยิ่งเสียคนั้นคนนี้ ที่เราได้ยินที่เรานำกายไป เข่น ในสถานทีร่ ทั่งที่ทำงาน สถานที่บัญเทิง อะไต่าง เสียงที่ได้ยิน มันก็เหมือรอาหารที่สัมผัสลิ้น แต่เราก็ไม่รับรู้ จิตรับรู้ไม่ได้เลย
โฆษณา