Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MarketThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 ก.ค. เวลา 03:00 • การตลาด
การตลาดยุคนี้ ชวนคนมานั่งเฉย ๆ ทำไม ถึงได้ใจมากกว่า ตะโกนขายของ ?
ไม่นานมานี้ มีโพสต์หนึ่งที่เป็นไวรัลและมียอดแชร์ถล่มทลาย กับการประกาศชวนคนเมืองออกมาร่วมกิจกรรมที่มีชื่อว่า “นั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย” ของกลุ่ม Commons and Bonfire ที่สวนลุมพินี
โดยเงื่อนไขของกิจกรรมนี้ แค่ให้ทุกคนมานั่งลงเฉย ๆ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม
โดยมีกฎเหล็กคือ ห้ามเล่นโทรศัพท์มือถือ ห้ามคุยกับใคร ไม่มีหนังสือให้อ่าน และไม่มีภารกิจใด ๆ ให้ต้องทำ
แล้วทำไมการที่โพสต์ชวนคนมา “อยู่เฉย ๆ” ถึงได้รับความสนใจถล่มทลายขนาดนี้ ?
ปกติแล้วในวันหยุด เรามักจะเห็นแต่คนชวนกันออกไปทำกิจกรรมเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น เทรนด์ต้องตื่นเช้าไปวิ่ง, ทำงานคราฟต์เวิร์กช็อป หรือการออกไปเช็กอินคาเฟใหม่ ๆ
ทำให้เราเหมือนกำลังอยู่ในยุคที่คอยกดดัน ให้เราต้องพัฒนาตัวเองหรือทำตัวตื่นตัวตลอดเวลา แม้กระทั่งในเวลาว่าง
แถมยังต้องจมอยู่กับภาวะ Information Overload หรือข้อมูลล้นสมอง ที่หันไปทางไหนก็มีแต่สิ่งเร้าเต็มไปหมด
ดังนั้น การที่มีโพสต์สวนกระแสมาชวนคนอยู่เฉย ๆ แบบไม่ต้องมีเป้าหมายอะไรเลย แล้วได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย
จึงเป็นตัวสะท้อนชั้นดีว่า ผู้บริโภคกำลังเผชิญภาวะสมองล้าขั้นสุด และพวกเขากำลังกระหายพื้นที่ปลอดภัยที่จะได้หลบไปพักจากการถูกยัดเยียดข้อมูลและการต้องคอยแอ็กทิฟอยู่ตลอด
ซึ่งจริง ๆ แล้วในมุมมองการตลาด การเลือกหยิบเอา “การไม่ทำอะไรเลย” มาเล่น ไม่ใช่เรื่องใหม่ แบรนด์ระดับโลกอย่าง KitKat เจ้าของสโลแกนอมตะ “คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท” (Have a break, have a KitKat)
ก็เคยทำแคมเปญ Free No-WiFi Zone ในเนเธอร์แลนด์ โดยการตั้งเสาบล็อกสัญญาณอินเทอร์เน็ตในรัศมี 5 เมตร รอบม้านั่งสาธารณะ เพื่อบังคับให้คนวางโทรศัพท์มือถือ หลุดพ้นจากอีเมลงาน แล้วนั่งเหม่อพักผ่อนกินขนมกันจริง ๆ
แล้วในโลกที่ทุกแบรนด์แข่งกันตะโกนใส่หน้าลูกค้า ทำไมกลยุทธ์ที่พูดถึง “การไม่ทำอะไรเลย” ถึงกลายเป็นอีกวิธีที่ได้ใจผู้บริโภคขนาดนี้ ?
เพราะการตลาดแบบเดิม ๆ ที่ใช้ความกลัวตกกระแส หรือ FOMO (Fear of Missing Out) มาบีบคั้นเร่งรัดผู้บริโภค ซึ่งในระยะยาวมันสร้างความ Toxic และความเหนื่อยล้าให้ลูกค้า
แต่ในทางกลับกัน การแนะนำกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยินดีจะตกขบวน ไม่ตามเทรนด์โลก หรือ JOMO (Joy of Missing Out) ที่ให้ความสำคัญกับความสงบและการอยู่กับตัวเอง
นั่นทำให้หลายแบรนด์เริ่มมองเห็นโอกาสใหม่ แทนที่จะเอาแต่ยัดเยียดโฆษณาเพื่อกระตุ้น Demand พวกเขาเลือกเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น “พื้นที่พักผ่อน” เพื่อมอบความสงบให้กับกลุ่ม JOMO นี้แทน
ซึ่งกลยุทธ์แบบนี้เรียกว่า กลยุทธ์การตลาดแบบสวนกระแส หรือ Contra-Marketing ที่ใช้ความว่างเปล่า ทำเงินและสร้างแบรนด์ได้ เช่น
- กลยุทธ์ Monetizing Nothingness เปลี่ยนการอยู่เฉย ๆ ให้เป็นสินค้า
การไม่ทำอะไรเลยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง เพราะเมื่อสมองมนุษย์ได้หยุดพัก จะทำให้ได้จัดระเบียบความคิด จนเกิดไอเดียใหม่ ๆ หลาย ๆ ธุรกิจยุคใหม่จึงหันมาขายความว่างเปล่านี้
เช่น ในเกาหลีใต้ เทรนด์การพักสมอง หรือ Hitting Mung กลายเป็นธุรกิจทำเงิน
เมื่อเครือโรงภาพยนตร์ Megabox ในเกาหลีใต้ จัดโปรเจกต์บำบัดจิตใจชื่อ MegaRelax - Fire เปิดให้คนตีตั๋วราคา 6,000 วอน หรือประมาณ 160 บาท เข้ามานั่งดูวิดีโอกองไฟและฟังเสียงฟืนกำลังแตกท่ามกลางความมืด 31 นาทีเต็ม ๆ
1
โดยที่ไม่มีเนื้อเรื่องหรือบทพูดใด ๆ พร้อมแจกกาแฟอุ่น ๆ และแผ่นประคบตาร้อน เพื่อจำลองการไปตั้งแคมป์ผ่อนคลาย
ซึ่งแคมเปญนี้ก็พิสูจน์ว่า คนเมืองยุคนี้ยอมควักเงินจ่าย เพียงเพื่อซื้อเวลาและสถานที่ให้ตัวเองได้นั่งเหม่อลอยโดยไม่มีสิ่งเร้ากวนใจ
- กลยุทธ์ Event & Community Marketing ขับเคลื่อนสังคมผ่านการอยู่เฉย ๆ
ประโยคที่ว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ที่แม้แต่การอยากอยู่เฉย ๆ เราก็ยังอยากมีพวกพ้อง
การเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัวให้กลายเป็น Movement ทางสังคมเพื่อต่อต้านความเร่งรีบร่วมกัน จึงกลายเป็นเครื่องมือสร้าง Community ที่ทรงพลังมาก
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Space-Out Competition หรือการแข่งขันนั่งเหม่อระดับนานาชาติ ที่เริ่มต้นจากเกาหลีใต้และขยายไปทั่วโลก
กติกามีเพียงข้อเดียวคือ ใครสามารถนั่งนิ่ง ๆ กับความว่างเปล่าได้นานที่สุดโดยไม่หลับ ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือ และมีอัตราการเต้นของหัวใจคงที่ที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
ซึ่งกิจกรรมนี้ก็สามารถดึงดูดสปอนเซอร์และสื่อมวลชนระดับโลกให้มาทำข่าวได้มหาศาล
เพราะหัวใจของการตลาด อาจไม่ใช่การพยายามยัดเยียดความต้องการใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา
แต่ในโลกปัจจุบัน ที่ผู้คนเผชิญแต่ความเหนื่อยล้า แบรนด์ที่จะได้พื้นที่ในสมองและได้ใจลูกค้าไปครองในระยะยาว
คือแบรนด์ที่กล้าให้ลูกค้าได้หยุดพัก ได้รู้สึกเบื่อ และได้นั่งเหม่อลอยเฉย ๆ โดยมีแบรนด์คอยอยู่ข้าง ๆ ลูกค้าอย่างเข้าใจ
การตลาด
28 บันทึก
43
1
40
28
43
1
40
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย