7 ก.ค. เวลา 08:50 • ข่าว

พยาธิใบไม้ตับ กับปัญหาที่แก้ไม่ตก

ข่าวพยาธิไม้ใบตับที่ระบาดในมหาวิทยาลัยมากกว่า 4,000 ราย ที่สังคมกำลังตื่นตระหนกอยู่ตอนนี้ โดยส่วนตัวผมไม่ได้รู้สึกตื่นตกใจอะไร แล้วก็แอบไม่เข้าใจว่าทำไมสื่อกระแสหลักถึงหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเล่น
1
สาเหตุเพราะว่ามันมีตัวเลขที่น่าตกใจกว่านี้มาก พูดไปแล้วหัวใจจะวาย จากการเก็บข้อมูลระบาดวิทยาตั้งแต่ปี 2559-2568 ไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเฉลี่ย 13,000 รายต่อปี และมีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมที่เกี่ยวข้องกับพยาธิใบไม้ตับในภาคอีสานรวมกันกว่า 6 ล้านราย จากประชากรภาคอีสานราว 20 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 เลยทีเดียว
1
รากเหง้าของปัญหาคืออะไร
ผมมีโอกาสได้ท่องเที่ยวในภาคอีสานในช่วงท้ายของชีวิตนักศึกษา แล้วก็พบว่าวัฒนธรรมและอาหารการกิน คือสิ่งที่แยกจากวิถีชีวิตของชาวอีสานได้ยากมากๆ วัฒนธรรมดั้งเดิมที่สะท้อนตัวตนและอัตลักษณ์ ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน
และถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพยายามยกระดับและเน้นย้ำถึงมาตรฐานการผลิตอาหารตามหลักอนามัยที่ควรจะเป็น แต่รากเหง้าอารยธรรมและความเคยชิน ยังคงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นในอารยธรรมไหนก็ตาม
อาชีพและวิถีชีวิต ที่มากกว่าแค่เรื่องของอาหาร อาชีพเกษตรกรรมมีนัยสำคัญเชิงสถิติต่อความเสี่ยงในการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับซ้ำ (aOR = 1.23) เนื่องจากวงจรชีวิตมีความใกล้ชิดกับแหล่งน้ำและสามารถหาปลามาบริโภคได้โดยตรงโดยไม่ต้องซื้อ
วัฒนธรรมการใช้ยาแก้ปัญหาก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ แม้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในแทบทุกภาคของประเทศ แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานของปัญหาพยาธิใบไม้ตับของภาคอีสาน ทำให้เกิดวัฒนธรรม "กินก่อนถ่ายพยาธิทีหลัง" ซึ่งนอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแล้ว การติดเชื้อซ้ำซ้อนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีอีกด้วย
นี่ยังไม่นับเรื่องสุขอนามัยพื้นฐานที่บางพื้นที่ยังมีปัญหาอยู่บ้าง แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงน้ำ คือการต่อวงจรการระบาดของพยาธิใบไม้ตับให้สมบูรณ์
ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นปัญหาใหญ่จน CDC เคยให้ความสนใจและมาลงพื้นที่ด้วยตัวเอง และมันจะแก้ไขได้ ด้วยการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหาร โดยยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมความสะอาดและวิธีการที่ถูกต้อง เมื่อนั้นปัญหาก็จะค่อยๆเบาบางลง พร้อมกับทัศนคติที่เปลี่ยนไปของคนในพื้นที่
อ้างอิง
โฆษณา