8 ก.ค. เวลา 02:26 • ไลฟ์สไตล์
เทศบาลนครเชียงราย

E P ๗๐ : ใจโล่ง โปร่งใจ ใจสบาย

๕-๖ ปีที่ผ่านมาเสียงจากข้างในของเราบอกให้เรา "เขียนชีวิต" เพื่อกลับสู่ตัวตนที่แท้จริงเสียที
เราหลงโลกมานานเต็มที
สะบักสะบอมกับชีวิตมามากแล้ว เหนื่อยพอแล้ว
ก่อนที่เราจะ "เขียนชีวิต" เราต้องมีองค์ความรู้
ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
เป็นฐานที่มั่นคง ปลอดภัย ถูกต้อง ดีงามก่อน
และมีการตื่นรู้ควบคู่กันไป
---
ฐานที่ ๑ อินทรีย์ ๕ อินทรีย์พละ ๕
อินทรีย์ ๕ คือหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็น "ธรรมอันยิ่งใหญ่ในหน้าที่ของตน"
ทำหน้าที่ควบคุมจิตใจและเป็นหัวหน้า
ในการพัฒนาสติปัญญา ประกอบด้วย
ธรรม ๕ ประการ ได้แก่
ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิและปัญญา
ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิบัติธรรมให้สมดุล
สามารถสรุปความหมายและหน้าที่หลักได้ดังนี้
๑. สัทธินทรีย์ (ความศรัทธา)
ความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม เชื่อในหลักธรรมและเหตุผล เป็นตัวนำทางให้เกิดกำลังใจในการทำดี
๒. วิริยินทร์ (ความเพียร)
ความพยายามอย่างต่อเนื่องไม่ท้อถอย
ในการทำกุศลและละเว้นอกุศล
๓. สตินทรีย์ (ความระลึกได้)
ความไม่ประมาท คอยควบคุมจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน รู้ตัวอยู่เสมอในการทำสิ่งต่างๆ
๔. สมาธินทรีย์ (ความตั้งมั่น)
จิตที่มีความจดจ่อ สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้จิตมีพลัง
๕. ปัญญินทรีย์ (ความรู้แจ้ง)
ความเข้าใจในสัจธรรม มองเห็นโลกตามความเป็นจริง สามารถแยกแยะ ผิดชอบชั่วดีและขจัดกิเลสได้
ความเชื่อมโยงดับพละ ๕ อินทรีย์ทั้ง ๕ นี้
เป็นตัวเดียวกันกับพละ ๕
แต่ต่างกันตรงระดับความเข้มแข็ง
หากเปรียบเทียบคือ "อินทรีย์ ๕" เป็น
สภาพการจัดสรรหรือควบคุมกำลังของจิต
ส่วน "พละ ๕" คือพลังที่เข้มแข็งพอที่จะ
ต่อต้านกิเลสและนำไปใช้ในงานได้จริง
การปรับอินทรีย์ให้สมดุล
ในการปฏิบัติธรรมหรือการดำเนินชีวิต
สิ่งสำคัญต้องมีอินทรีย์ที่สมดุล
โดยเฉพาะคู่ของ ศรัทธา - ปัญญาและวิริยะ - สมาธิ
เช่นหากมีศรัทธามากเกินไปแต่มีปัญญาน้อย
อาจกลายเป็นความเชื่องมงาย ในทางกลับกัน
หากปัญญามากเกินไปแต่ศรัทธาน้อย อาจกลายเป็นคนคิดมากหรือสงสัยลังเลไปหมด
โดยมีสติ ทำหน้าที่ควบคุมและปรับสมดุล
ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักธรรมนี้จาก วิกิพีเดีย อินทรีย์ ๕ หรืออ่านบทความจากมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
---
ฐานที่ ๒ มรรคมีองค์ ๘ หรืออริยมรรคมีองค์ ๘
คือหนทางสายกลางในการดับทุกข์ตามหลักอริยสัจ ๔ ในทางพระพุทธศาสนา
แบ่งออกเป็น ๓ หมวดหลัก ได้แก่
ปัญญา ศีลและสมาธิ
หมวดปัญญา
๑. สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ)
ความเข้าใจที่ถูกต้อง เช่นเข้าใจในกฏแห่งกรรม
และเข้าใจในอริยสัจ ๔
๒. สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ)
ความคิดที่ถูกต้อง ปลอดจากการพยาบาท
และการเบียดเบียน
หมวดศีล
๓. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ)
การพูดดี เว้นจากการพูดโกหก คำหยาบ ส่อเสียด
และเพ้อเจ้อ
๔. สัมมากัมมันตะ (ทำการชอบ) การกระทำดี
เว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์และประพฤติผิดในกาม
๕. สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) การหาเลี้ยงชีพในทางสุจริต ไม่คดโกง หรือเบียดเบียนผู้อื่น
หมวดสมาธิ
๖. สัมมาวายามะ (เพียรขอบ)
ความเพียรพยายาม ๔ ประการ ได้แก่
- เพียรระวังไม่ให้บาปเกิด
- เพียรละบาปที่เกิดแล้ว
- เพียรสร้างความดี
และเพียรรักษาความดีที่มีอยู่ไม่ให้เสื่อม
๗. สัมมาสติ (ระลึกชอบ)
การมีสติรู้ตัวอยู่เสมอในสิ่งที่กำลังทำทั้งกายและใจ เวทนา จิตและธรรม (สติปัฏฐาน ๔)
๘. สัมมาสมาธิ (ตั้งใจมั่นชอบ)
การฝึกติตให้ตั้งมั่น สงบนิ่งไม่ฟุ้งซ่าน
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเจริญปัญญา
(สามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการปฏิบัติ
เพิ่มเติมได้จากมูลนิธิอุทธยานธรรม
หรือดูรายละเอียดข้อธรรมจากวิกิพีเดีย)
---
ฐานที่ ๓ การตื่นรูั
เราไม่แจกแจง อยากให้คุณผู้อ่านลองไปศึกษาเอง
เราเรียนรู้จากคุรุ ครูอาจารย์จากยูทูป
การตื่นรูัทำให้เราเข้าใจพระธรรมของ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เข้าใจแบบแตกฉาน
นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม
แบบง่ายแต่งาม ปัจจัตตัง พึงรู้พึงเห็นได้ด้วยตัวเราเอง
---
ฐานที่ ๔ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาร่างกาย จิตและจิตวิญญาณโดยไม่ย่อท้อ มีวินัย เด็ดเดึ่ยว โดยใช้สติและปัญญากำกับนำทาง
ทุกวันเรามีความสงบงามในชีวิต
เราโกรธคนยากขึ้น มีสติมากขึ้น
เราอภัยคนง่ายขึ้น (อภัย ของเราคือ ตระหนัก ยอมรับ ไม่ทำอีกและไม่ต้องขอโทษหรือรับโทษ)
เราคัดคนออกจากใจได้ง่ายมาก
เราต้องการแต่กัลยาณมิตร
---
งานเขียนของเรา คนที่ตรวจทานงานคือลูกคนโต
ลูกคือพยานปากเอกว่า
เราเป็นคนที่เป็นแบบที่เราเขียนทุกๆ E P
ไม่สร้างภาพ เป็นอิสระกับความดี ความชั่ว ถูก ผิด
เรากล้าหาญทุกความจริงและมุ่งมั่นตั้งใจ
ที่จะพัฒนาร่างกาย จิตและจิตวิญญาณ
เพื่อ "กลับบ้าน" โดยสวัสดิภาพ
โฆษณา