8 ก.ค. เวลา 06:53 • หนังสือ

คดีฆาตกรรมวัดปราสาททอง

โยชิมุระ ทัตสึยะ เขียน / กานตี ทาคาฮาชิ แปล
โปรยสำนักพิมพ์ Humming Books :
พบศพหญิงสูงวัยสวมชุดกิโมโนถูกฆ่าด้วยยาพิษ นอนสิ้นใจอยู่ภายในวัดปราสาททอง (วัดคินคะคุจิ) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมชื่อดังของเมืองเกียวโต ในสภาพอาบสเปรย์สีทองทั่วลำตัวท่อนบน...ตั้งแต่ที่มือไปจนถึงใบหน้า เส้นผม ไม่เว้นแม้กระทั่งในปาก!
อาซาฮินะ...นักเขียนนิยายสืบสวนซึ่งรู้จักกับบุตรชายของผู้ตาย จึงจับพลัดจับผลูเข้ามาร่วมคลี่คลายคดี ‘ฆาตกรรมสีทอง’ ในครั้งนี้ ทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากสารวัตรชิงากิกับนักสืบวาคุอิ ทว่า...ยิ่งสืบเรื่องกลับยิ่งซับซ้อน เมื่อสองผู้ต้องสงสัยต่างแย่งกันรับผิด!
.
สุดท้ายแล้ว ใครกันที่เป็นฆาตกรตัวจริง และแรงจูงใจให้พ่นศพเป็น ‘สีทอง’ อร่าม เป็นเพียงเพราะลงมือก่อเหตุใน ‘วัดปราสาททอง’...เท่านั้นหรือ
หลังอ่าน :
 
หนังสือเหมาะอ่านคู่กันกับเล่ม ‘คดีฆาตกรรมวัดปราสาทเงิน’ ผลงานลำดับที่ 4 ในนิยายชุด “มรดกโลกของญี่ปุ่น” เนื้อเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์พบศพหญิงสูงวัยสวมชุดกิโมโน นอนเสียชีวิตด้วยยาพิษภายในวัดปราสาททอง หรือวัดคินคะคุจิ แหล่งมรดกโลกชื่อดังของเมืองเกียวโต สภาพศพมีความน่าสะพรึงกลัวและชวนพิศวง เพราะทั่วลำตัวท่อนบนตั้งแต่ศีรษะ เส้นผม ลงมาจนถึงมือ ถูกพ่นทาด้วยสเปรย์สีทองอร่ามไปทั้งร่าง
เล่มนี้คุณนักเขียนผู้ผันตัวเป็นนักสืบอย่างอาซาฮินะเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ปรากฎโฉมคู่หมั้นคนสวยและเพื่อนสาวสมัยวัยเรียนหน้าตาน่ารักจัด ๆ มาช่วยพลิกอารมณ์นิยายสืบสวนที่มีคดีฆาตกรรมอันซับซ้อนให้กรุ่นฟองสีชมพูเบาบางอยู่บ้าง การไขปริศนาในภาพรวมเราว่าเข้มข้นชวนลุ้นมากกว่าเล่มคดีวัดปราสาทเงิน ผู้เข้าข่ายลงมือในคดีก็มีเหตุผลอันสมควรที่จะก่อเหตุ
คุณนักเขียนใช้ปมครอบครัวอันมืดมิดเป็นฉากดำเนินเรื่องหลัก ออกจะเด่นกว่าคดีฆาตกรรมเสียอีก เพราะวรรณกรรมญี่ปุ่นมักจะเล่นกับจิตใจอันวิปริตของตัวละคร อย่างในเรื่องนี้มาครบทั้งแม่สามีที่รักลูกชายแต่ไม่ปลื้มสะใภ้ ภรรยาที่ทำหน้าที่ไปวัน ๆ สามีเจ้ายศเจ้าอย่าง ต้องการให้ทุกคนในบ้านเข้าแถวตามกรอบที่วางไว้ บุตรชายที่ถูกกดข่ม บุตรสาวที่เกิดมาขาดแคลนความอบอุ่น ฯลฯ
เมื่อครอบครัวไร้ความเข้าใจและเหินห่าง สามีไปมีชู้ ภรรยากลายเป็นคนวิปลาส เมื่อสามีจากไป ภรรยาหรือแม่ของบุตรชายบุตรสาวก็แก้แค้นชีวิตคู่ของตัวเองด้วยการควบคุมครอบครัวของบุตรชาย กลายเป็นปัญหาเชิงสังคมตามมาเต็มไปหมด แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ ตัวบุตรชายก็ได้เจอหลักฐานที่พบว่าแท้จริงแล้ว พ่อกับแม่ของเขาก็เคยมีช่วงเวลาที่ “รัก” กันจริง ๆ ขมไม่คายไปอีก
ถึงแม้องค์ประกอบของเรื่องราวจะฟั่นเฟือนขนาดไหน แต่ตัวเอกอย่างคุณอาซาฮินะจะลดบรรยากาศขึ้งเครียดด้วยอารมณ์ขันที่มาพอดีจังหวะ ผสานไปกับความเชื่อและประวัติศาสตร์ของสถานที่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการเล่าแง่มุมลึก ๆ ของเมืองเกียวโตที่ใคร ๆ ก็หลงรัก อ้อ เพิ่งรู้ว่าปราสาทคินคะคุจิเคยทาสีดำมาก่อน เราเคยไปชมหลายครั้งและรู้สึกจริง ๆ ว่าสีทองที่ฉาบด้านนอกชักหมองลงเรื่อย ๆ
ส่วนความประหลาดใจในท้ายเล่มสำหรับเราไม่ถึงกับอุทานตบอกอื้ออึง พอจะเดาทางได้สักกลางเรื่อง ชื่นชมการนำมาปะติดปะต่อให้กลายเป็น “หนังสือคู่” ที่ขาดเล่มใดเล่มหนึ่งไปไม่ได้ของคุณนักเขียนมากกว่า ช่างเป็นวิธีประชาสัมพันธ์หนังสือที่แยบยลมาก ๆ
คะแนนเต็มสิบให้ 9 สำนวนแปลอ่านง่าย ลื่นไหล ไม่ญี่ปุ่นจ๋า แม้จะไม่ใช่นักอ่านแนวสืบสวนสอบสวน แต่ถ้าชื่นชอบเมืองเกียวโต ปลื้มญี่ปุ่น นิยมซึมซับเกร็ดประวัติศาสตร์ เล่มนี้น่าจะตอบโจทย์ค่ะ
โฆษณา