Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
9 ก.ค. เวลา 10:05 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 113 ลูกเมียหลวงเมียน้อยมีข้อต่าง
สักพักเป่าไชมาจากเรือนใหญ่ พวกทั่นชุนรีบลุกขึ้นเชิญนางนั่ง แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากว่ากระไร มีแม่บ้านเข้ามาแจ้งว่า เมื่อครู่ทั่นชุนร้องไห้ สาวใช้สามสี่คนจึงนำอ่างน้ำ ผ้าเช็ดหน้า กระจกมาให้ ทั่นชุนนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งเตี้ย พวกสาวใช้ยกอ่างน้ำมาถึงจึงต้องคุกเข่าทูนส่งให้ อีกสองนางคุกเข่าด้านข้างส่งผ้าและกระจก ผิงเอ๋อไม่เห็นสื้อซู 侍书 สาวใช้ต้นห้องของทั่นชุนอยู่ด้วย จึงรีบเข้ามาช่วยทั่นชุนม้วนแขนเสื้อถอดกำไลออก รับผ้าจากสาวใช้มาพาดปิดปกเสื้อของทั่นชุน ทั่นชุนยื่นมือล้างในอ่าง
แม่บ้านถามว่า “คุณนาย คุณหนู ค่าเล่าเรียนประจำปีของนายท่านหวน 环爷 และคุณชายหลาน 兰哥 (เจี่ยหวน เจี่ยหลาน)”
ผิงเอ๋อชิงตัดบทว่า “เจ้าจะรีบทำไม เบิ่งตาดูสิว่าคุณหนูล้างหน้าอยู่ เจ้าไม่คอยรับใช้ กลับมาพูดมาก ต่อหน้าคุณนายรอง เจ้ากล้าเสียมารยาทเช่นนี้ไหม ถึงคุณหนูจะใจกว้างไม่เอาเรื่อง ข้าก็ต้องแจ้งคุณนายรองว่าเจ้าเสียมารยาทกับคุณหนู แล้วเจ้าอย่ามาโทษข้า”
แม่บ้านรีบยิ้มแล้วบอกว่า “ข้าไม่ทันคิด”
แล้วรีบถอยออกไป
ทั่นชุนแต่งหน้าไปยิ้มเยาะไปว่า “เจ้ามาช้าไปไม่ทันเห็นเรื่องตลก พี่อู๋ (ภรรยาอู๋ซินเติง) ทำงานมานานยังมาโมเมกับพวกเราไม่ยอมหาข้อมูลมาให้ก่อน ดีที่พวกเราซักนาง นางยังมีหน้าตอบว่าลืม ข้าถามนางว่ากล้าตอบว่าลืมต่อหน้าคุณนายรองไหม เจ้านายเจ้าจะทนรอนางไปหาข้อมูลไหม”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “หากตอบเช่นนั้นสักหน เอ็นขานางคงกลายเป็นสองท่อน คุณหนูอย่าหลงเชื่อพวกนาง พวกนางคิดว่าคุณนายใหญ่เหมือนพระโพธิสัตว์ คุณหนูคงยังกระมิดกระเมี้ยน จึงกล้าเลี่ยงงานแล้วมาโมเมกับท่าน”
ว่าแล้วก็หันไปตะโกนออกนอกประตูว่า
“พวกเจ้าอยากลองดี รอคุณนายหายแล้ว พวกเรามาว่ากันใหม่”
พวกแม่บ้านข้างนอกยิ้มว่า “แม่นาง ท่านเป็นคนฉลาด คงเคยได้ยินว่า ใครทำใครรับ พวกเราไม่กล้าโป้ปดเจ้านายหรอก ตอนนี้เจ้านายเป็นคนโปรด หากพวกเรากล้าตอแย คงตายไร้ที่ฝัง”
ผิงเอ๋อเยาะหยันว่า “พวกเจ้ารู้ก็ดีแล้ว”
แล้วหันมายิ้มกับทั่นชุนว่า
“คุณหนูก็รู้ คุณนายรองมีงานมาก นางย่อมดูแลคนพวกนี้ได้ไม่ทั่วถึง กล่าวกันว่า คนนอกตาสว่างกว่า หลายปีมานี้ คุณหนูเฝ้าดูอยู่วงนอก หากเห็นว่ามีสิ่งใดควรเพิ่มเติมตัดทอน ที่คุณนายรองยังไม่ได้ทำก็ควรเพิ่มลดตามควร ข้อแรก เป็นผลประโยชน์ของไท่ไท่ ข้อสอง เหมือนคุณดูได้แสดงน้ำใจต่อคุณนายของเรา”
กล่าวไม่ทันจบ เป่าไช หลี่หวานต่างยิ้มว่า
“เด็กดี มิน่ายายเฟิ่งถึงเอ็นดูเจ้า เดิมทีไม่เห็นมีอะไรต้องเพิ่มเติมตัดทอน พอฟังเจ้าว่ามา คงต้องลองหาดูสักอย่างสองอย่างแล้ว จะได้ไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”
ทั่นชุมยิ้มว่า “ข้าอัดอั้นเต็มหัวอกเตรียมระบายใส่คุณนายของนาง พอนางมาพูดเช่นนี้ ข้าเลิกล้มความคิดเดิม”
ว่าแล้วก็ให้ตามแม่บ้านคนก่อนหน้าเข้ามาถามว่า
“ค่าเล่าเรียนปีนี้ของนายท่านหวน 环爷 และคุณชายหลาน 兰哥 ใช้เพื่อการใดบ้าง”
แม่บ้านผู้นั้นตอบว่า “ค่าเล่าเรียนรายปีเป็นค่าขนมและค่ากระดาษพู่กัน แต่ละท่านจะได้รับแปดตำลึงเงิน”
ทั่นชุนว่า “ปกติค่าใช้จ่ายของพวกนายท่านจะรวมอยู่ในเงินเดือน ของคุณชายหวน น้าหญิงเป็นผู้เบิกไปสองตำลึง ของเป่าวี่ สีเหยินสังกัดเหล่าไท่ไท่เป็นผู้เบิกไปสองตำลึง ของคุณชายหลาน คุณนายใหญ่เป็นผู้เบิก ทำไมถึงมีค่าเล่าเรียนเพิ่มมาอีกแปดตำลึง ที่แท้ไปโรงเรียนกันก็เพื่อเบิกเงินแปดตำลึงนี้ นับจากวันนี้ไปให้หักรายการนี้ออก ผิงเอ๋อ กลับไปบอกคุณนายของเจ้าตามคำข้า ให้ยกเลิกรายการนี้”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ควรยกเลิกตั้งแต่แรก เมื่อปีกลายคุณนายเคยบอกว่าจะยกเลิกรายการนี้ พอดีช่วงปลายปีงานยุ่งจึงลืมเสีย”
แม่บ้านผู้นั้นได้แต่ตอบรับแล้วกลับไป
แม่บ้านจากสุทัศนอุทยานยกกล่องอาหารมา สื้อซู 侍书 สู้หยุน 素云 ยกโต๊ะอาหารตัวเล็กมาก่อนหน้า ผิงเอ๋อรีบนำอาหารจัดวางบนโต๊ะ ทั่นชุนยิ้มว่า
“เจ้าพูดความของเจ้าจบแล้วก็กลับไปทำงานของเจ้าเถิด ยังอยู่ที่นี่ทำอะไร”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ข้าไม่มีงานอะไรตั้งแต่แรก คุณนายรองส่งข้ามาเพื่อ ข้อหนึ่งมารายงาน ข้อสองเกรงว่าที่นี่คนไม่พอ จึงให้ข้ามาช่วยพวกน้องๆ รับใช้คุณนายกับคุณหนู”
ทั่นชุนจึงถามว่า “ของคุณหนูเป่า ทำไมไม่ยกมาให้กินเสียด้วยกัน”
พวกสาวใช้ได้ฟัง รีบออกไปที่ชายคาสั่งพวกแม่บ้านว่า
“คุณหนูเป่าจะรับประทานที่ห้องโถงนี้ ให้พวกเขายกสำรับมาที่นี่”
ทั่นชุนได้ยิน จึงตะโกนเสียงดังออกมาว่า
“เจ้าอย่าใช้งานคนส่งเดช นั่นเป็นแม่บ้านดูแลงานสำคัญในจวน เจ้าใช้ให้ไปยกข้าวยกน้ำ ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ผิงเอ๋ออยู่ที่นี่ ให้นางเป็นผู้ไปตาม”
ผิงเอ๋อรับคำแล้วรีบออกมา พวกแม่บ้านแอบดึงตัวนางไว้ยิ้มว่า
“แม่นางไม่ต้องไปหรอก พวกเราให้คนไปแล้ว”
พูดไปก็เอามือปัดฝุ่นจากขั้นบันไดว่า
“แม่นางยืนมาครึ่งวันแล้วคงเหนื่อย มาหลบแดดตรงนี้เถิด”
ผิงเอ๋อนั่งลง
แม่เฒ่าสองคนจากห้องน้ำชานำเบาะนั่งออกมาปูให้ว่า
“พื้นหินเย็น นี่สะอาดกว่า แม่นางมานั่งนี่เถิด”
ผิงเอ๋อพยักหน้ายิ้มว่า “ขอบใจมาก”
อีกคนนำน้ำชาชงใหม่มาให้หนึ่งถ้วยว่า
“นี่ไม่ใช่ชาที่พวกเราดื่มกันปกติ มีไว้บริการพวกคุณหนู แม่นางดื่มแก้กระหายเถิด”
ผิงเอ๋อค้อมตัวรับมา ชื้พวกแม่บ้านแล้วกระซิบกระซาบว่า
“พวกเจ้าก่อความวุ่นวายมาก นางเป็นคุณหนูไม่อยากโมโหวางอำนาจ ก็เพราะยังมีความเคารพ แต่พวกเจ้ากลับไม่เห็นไปตอแยนางก่อน พอนางต้องโกรธขึ้นมา อย่างมากคนก็ว่านางหยาบคายไปบ้าง แต่สำหรับพวกเจ้าต้องรับเคราะห์แน่ นางหากเกิดเอาแต่ใจขึ้นมา ไท่ไท่ยังยอมให้นางสักสองส่วน คุณนายรองก็ไม่กล้าทำอะไร พวกเจ้าบังอาจไปดูถูกนาง ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน”
พวกนางได้ฟังรีบออกตัวว่า
“พวกเราไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอก ทั้งหมดน้าหญิงเจ้าเป็นคนเริ่มก่อน”
ผิงเอ๋อพูดเสียงกระซิบว่า
“พอเถิด คนล้มอย่าข้าม 墙倒众人推 น้าหญิงเจ้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น คิดอะไรไม่รอบคอบ มีอะไรก็มักโทษนาง
พวกเจ้าไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาอยู่แล้ว มีเจตนาร้าย มีหรือข้าจะไม่รู้ ถึงเป็นคุณนายรองหากพลาดพลั้งอะไรสักนิดให้พวกเจ้ารู้เข้า เป็นได้สบช่องโจมตีไม่เคยเว้นมาหลายครั้งหลายหนแล้ว คนว่านางร้ายกาจ พวกเจ้าต่างกลัวนาง แต่ข้ารู้ว่านางก็กลัวพวกเจ้า
ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันเรื่องนี้ว่า ไม่มีอะไรราบรื่นแต่ต้นจนปลายโดยไม่มีอุปสรรค คุณหนูสามถึงเป็นเพียงคุณหนูในสายตาขวางโลกของพวกเจ้า แต่สำหรับคุณนายรอง กับพวกคุณหนูใหญ่คุณหนูน้อยเหล่านี้ยังเกรงใจนางอยู่ห้าส่วน แต่พวกเจ้ากลับไม่เห็นนางอยู่ในสายตา”
ระหว่างสนทนาอยู่นั้น ชิวเหวิน 秋纹 เดินเข้ามา พวกแม่บ้านชิงกันทักทายแล้วว่า
“แม่นางนั่งพักก่อน ข้างในกำลังรับประทานอาหาร รอเก็บโต๊ะแล้ว ค่อยเข้าไปรายงานเถิด”
ชิวเหวินยิ้มว่า “ข้าไม่ว่างเหมือนพวกเจ้า ข้ารอไม่ได้” ว่าแล้วก็จะเข้าไปในห้องโถง
ผิงเอ๋อรีบตะโกนเรียก “กลับมาก่อน”
ชิวเหวินหันกลับมาเห็นว่าเป็นผิงเอ๋อ จึงยิ้มว่า
“เจ้าก็มาอยู่ที่นี่เป็นยามเฝ้ากำแพงกับเขาด้วยหรือ”
ว่าแล้วก็นั่งลงบนเบาะเดียวกับผิงเอ๋อ
ผิงเอ๋อกระซิบถามว่า “มาแจ้งเรื่องอะไร”
ชิวเหวินว่า “มาถามเรื่องเงินเดือนของเป่าวี่ และเงินเดือนของพวกเราเองด้วย เมื่อไรจะจ่าย”
ผิงเอ๋อว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เจ้ารีบกลับไปบอกสีเหยินตามคำข้า ไม่ว่าเรื่องอะไรอย่าเข้าไปแจ้งวันนี้ แจ้งเรื่องหนึ่งปฏิเสธเรื่องหนึ่ง แจ้งร้อยเรื่องปฏิเสธทั้งร้อยเรื่อง”
ชิวเหวินรีบถามว่า “เพราะเหตุใดกัน”
ผิงเอ๋อกับพวกแม่บ้านจึงรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางฟังแล้วว่า
“นางกำลังหาคนที่มีน้ำหนักมากพอมาเป็นเยี่ยงอย่างในการรักษากฏ ทำไมพวกเจ้าต้องหาเรื่องให้ถูกตอกกลับ เจ้าเข้าไปตอนนี้คงกลายเป็นไก่ถูกจับเชือดให้ลิงดู เสียไปถึงเหล่าไท่ไท่กับไท่ไท่ แต่หากไม่จับเชือด พวกเขาก็จะว่าลำเอียง ด้วยเกรงเหล่าไท่ไท่กับไท่ไท่จึงไม่กล้าทำอะไร เล่นงานแต่คนที่อ่อนแกว่า เจ้าฟังให้ดี นางคิดแม้แต่จะจับผิดคุณนายรองสักเรื่องสองเรื่องไว้ปิดปากคน”
ชิวเหวินฟังแล้วแลบลิ้นยิ้มว่า “โชคดีที่พี่ผิงอยู่ที่นี่ มิเช่นนั้นข้าคงชนกำแพงจนดั้งหัก 臊一鼻子灰 ข้าจะรีบไปเตือนพวกเราโดยไว”
ว่าแล้วก็ลุกเดินกลับไป
อาหารของเป่าไชมาถึง ผิงเอ๋อรีบจัดสำรับให้ ทั้งสามนั่งรับประทานอาหารด้วยกันบนเตียงไม้กระดาน เป่าไชนั่งหันหน้าหาทิศใต้ ทั่นชุนหันหาทิศตะวันตก หลี่หวานหันหาทิศตะวันออก น้าหญิงเจ้ากลับไปก่อนแล้ว พวกแม่บ้านที่ยังอยู่รออยู่เงียบๆ ที่ระเบียงด้านนอกไม่กล้าเข้ามาโดยพลการ ด้านในมีเพียงพวกสาวใช้ใกล้ชิด
พวกแม่บ้านแอบกระซิบกระซาบกันว่า
“พวกเราอย่ามากเรื่องลองดีดีกว่า ดูอู๋ต้าเหนียงเป็นตัวอย่าง พวกเราเอาหน้าที่ไหนไปเหนือนาง”
ในห้องเงียบไม่มีเสียงถ้วยตะเกียบ สาวใช้เลิกม่านยกโต๊ะออกมา สาวใช้จากห้องน้ำชาสามนางยกอ่างล้างมือมารอ พอโต๊ะยกออกมาแล้ว ทั้งสามจึงเข้าไป สักพักก็ยกอ่างและกระโถนบ้วนน้ำลายกลับออกมา สื้อซู สู้หยุน อิงเอ๋อทั้งสามยกถาดใส่ถ้วยน้ำชามีฝาปิดเข้าไป รอจนทั้งสามกลับออกมา สื้อซูสั่งเด็กรับใช้ว่า
“คอยรับใช้ให้ดี พวกเราไปกินข้าวกันเสร็จแล้วค่อยมาผลัดพวกเจ้า อย่ามัวแต่นั่งอู้เล่า”
พวกแม่บ้านจึงทยอยกันเข้าไปรายงานความของตนอย่างสงบเสงี่ยม ไม่กล้าวางท่าอวดดีอย่างตอนต้น
ทั่นชุนคลายโมโหลงแล้ว หันมาบอกผิงเอ๋อว่า
“ข้ายังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องอยากจะหารือกับคุณนายของเจ้า เพิ่งนึกขึ้นมาได้ เจ้าไปกินข้าวแล้วรีบกลับมา คุณหนูเป่าก็อยู่ที่นี่ พวกเราสี่คนหารือกันแล้วค่อยไปถามคุณนายของเจ้าว่าควรไม่ควรเดินหน้า”
ผิงเอ๋อรับคำแล้วลากลับ พี่เฟิ่งพอได้พบก็ถามว่า
“ทำไมไปถึงครึ่งวัน”
ผิงเอ๋อยิ้มแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยละเอียด
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ดี ดี คุณหนูสามคนเก่ง ไม่เลว เสียดายชะตาอาภัพ ไม่ได้เกิดในท้องไท่ไท่”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “คุณนายก็เลอะเลือนแล้ว ถึงนางไม่ได้เกิดจากไท่ไท่ แต่มีใครกล้าดูถูกไม่ปฏิบัติต่อนางเฉกเช่นคนอื่น”
พี่เฟิ่งถอนหายใจว่า “เจ้าไม่เข้าใจหรอก ถึงเกิดจากเมียหลวง 正出 เมียน้อย 庶出 ดูไม่ต่างกัน แต่เกิดเป็นหญิงไม่เหมือนเกิดเป็นชาย วันหน้าถึงเวลาออกเรือน คนก็ยังสืบถามก่อนว่าเป็นลูกเมียหลวงหรือเมียน้อย หลายคนเกี่ยงงอนไม่ต้องการลูกเมียน้อย ต่อให้เก่งกว่าลูกเมียหลวงสักร้อยเท่าก็ตาม ข้าไม่รู้ว่าวันหน้าใครจะเป็นผู้โชคดีไม่ถือเรื่องลูกเมียหลวงเมียน้อย กลายเป็นผู้โชคดีไป”
กล่าวแล้ว ก็หันมายิ้มกับผิงเอ๋อว่า
“เจ้ารู้อยู่ว่า หลายปีมานี้ข้าออกกฏใหม่ให้มัธยัสถ์มาหลายข้อ คนในบ้านน้อยใหญ่พากันนินทาลับหลังเกลียดชังข้า ตอนนี้ข้าเหมือนขี่หลังเสือ ถึงข้าจะดูออกแต่ไม่อาจผ่อนปรน รายจ่ายในบ้านมาก รายรับน้อย เรื่องใหญ่น้อยในบ้านยังต้องเป็นไปตามระเบียบของบรรพชน ผลผลิตที่รับเข้ามาแต่ละปีก็ได้ไม่เหมือนก่อน ประหยัดมากเกินไปคนนอกก็เยาะหยันเอา เหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่ก็เสียหน้า ระดับล่างลงมาก็เป็นเดือดเป็นแค้น แต่หากไม่วางแผนมัธยัสถ์ อีกไม่กี่ปีก็คงใช้หมดสิ้นไม่มีเหลือ”
ผิงเอ๋อว่า “นั่นสินะ ยังมีคุณหนูสามสี่ท่าน คุณชายสองสามท่าน เหล่าไท่ไท่หนึ่งท่าน เป็นรายจ่ายที่ยังไม่สุดสิ้น”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้าลองคิดดูแล้ว น่าจะพอ หากเป่าวี่กับน้องหลินแต่งงานกัน ก็ไม่ต้องใช้เงินส่วนกลาง เหล่าไท่ไท่จะใช้เงินส่วนตัว คุณหนูรองเป็นเรื่องของทางนายใหญ่ ไม่นับเช่นกัน เหลืออยู่อีกสามสี่คนเต็มที่ใช้คนละหนึ่งหมื่นตำลึง ชายหวนแต่งเมียมีข้อจำกัด หากใช้เกินสามพันตำลึง ก็ลดทอนค่าตกแต่งในห้องคงพอ งาน(ศพ)ของเหล่าไท่ไท่เมื่อเกิดขึ้น ก็จัดเตรียมไว้หมดแล้ว คงเหลือใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เต็มที่สามถึงห้าพันตำลึง หากประหยัดกันอีกหน่อย คงมีใช้เพียงพอ กลัวแต่ว่าจะเกิดเรื่องคาดไม่ถึงระหว่างนี้ก็คงไม่ไหว
พวกเราอย่าเพิ่งกังวลมากไป เจ้ารีบกินข้าวแล้วกลับไปหารือกับพวกนางว่ามีเรื่องอะไร นับเป็นโอกาสดีอยู่ ข้ากำลังกลุ้มว่าขาดแขนขา ถึงจะมีเป่าวี่ ก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยเอาแน่ไม่ได้ไม่มีประโยชน์ คุณนายใหญ่ก็เหมือนพระเหมือนเจ้า ไม่ได้การ คุณหนูรองยิ่งไม่ได้การทั้งไม่ใช่คนเรือนนี้ คุณหนูสี่อายุยังน้อย หนูน้อยหลานยิ่งเด็กใหญ่ หวนเอ๋อเหมือนลูกแมวหาที่อบอุ่นซุกนอนโผล่มาแต่หัว แม่เดียวกันแท้ๆ (ทั่นชุนกับเจี่ยหวน) แต่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
ยายหนูหลินกับคุณหนูเป่าสองคนนี้ยังดีเสียกว่า ทว่าเป็นเพียงญาติไม่เกี่ยวกับเรื่องในบ้านของเรา ยิ่งไปกว่านั้น คนหนึ่งก็เหมือนตะเกียงนางงาม 美人灯 ถูกลมเข้าก็ดับ อีกคนหากไม่ใช่เรื่องของตัวก็นิ่งเฉย ถามอะไรก็บอกไม่รู้ไม่เห็น 一问三不知 เหลือแต่คุณหนูสาม ปากกับใจใช้ได้ทั้งเป็นคนในบ้าน ไท่ไท่ก็เอ็นดู ดูท่าทางนางเรียบเฉยนั่นก็เพราะน้าหญิงเจ้าทำให้เป็น ความคิดนางเหมือนเป่าวี่ ต่างกับหวนเอ๋อ ใครก็รักไม่ลง เป็นข้าคงไล่ตะเพิดไปให้พ้น
ตอนนี้นางมีความคิดเช่นนี้ พวกเราควรร่วมมือกับนาง เป็นแขนขาให้กันและกันไม่โดดเดี่ยว โดยหลักการในแง่ดี มีคนอย่างนางคอยช่วยเหลือก็คลายกังวลไปมาก เรื่องนี้เป็นประโยชน์กับไท่ไท่ หากว่ากันในแง่ลับ ข้าทำงานตลอดมาอย่างมากพิษสง ก็ควรจะถอยสักก้าว เหลียวหลังดูแล้ว หากยังดึงดันต่อไป คนเกลียดหนักเข้าคงซ่อนดาบในรอยยิ้ม ต่อให้เราสองคนมีสี่ตาสองหัว หากไม่ทันระวังก็คงเจอดี ฉวยโอกาสที่นางมากุมสถานการณ์ คนพวกนั้นคงคลายความชังพวกเราลงบ้าง
ยังมีอีกเรื่องที่ข้าอยากเตือนเจ้า ถึงนางจะเป็นคุณหนู แต่ก็รู้ความทุกอย่าง เพียงแต่นางจะต้องระมัดระวังคำพูดให้มากขึ้น นางรู้หนังสืออ่านออกเขียนได้ ยิ่งร้ายกาจขึ้นอีกขั้น พังเพยว่าจับโจรให้จับหัวหน้า หากนางมีแผนจะเล่นงานใครเป็นเยี่ยงอย่างก็คงเริ่มต้นที่ข้า หากนางจะคัดค้านสิ่งใดที่ข้าทำ เจ้าก็อย่าได้โต้แย้ง จงคล้อยตามนาง ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะเสียหน้า แล้วไปคัดง้างกับนาง ซึ่งไม่เป็นผลดี”
ผิงเอ๋อไม่รอให้นางกล่าวจบก็ยิ้มว่า
“ท่านคงเห็นพวกเราเป็นคนเลอะเลือน ข้าทำดังว่าไปก่อนแล้ว ท่านเพิ่งจะมาเตือน”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้ากลัวว่าใจเจ้ามีแต่ข้าจนไม่เห็นคนอื่น จึงต้องเตือน แต่เมื่อเจ้าทำไปก่อนแล้ว ก็นับว่าเจ้าเข้าใจดีกว่าข้า”
ทั้งสองกินอาหารด้วยกันแล้ว ผิงเอ๋อก็กลับมาหาทั่นชุนเพื่อหารือ แต่พอมาถึงห้องกลับเงียบสงบ หรือทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว
(จบบทที่ห้าสิบห้า)
ตอนก่อนหน้า : ไท่สุ้ยพิทักษ์ภูผา
https://www.blockdit.com/posts/6a4b77d1bea2bbce45065e6d
ตอนถัดไป : ทั่นชุนว่าการ
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย