Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
13 ก.ค. เวลา 09:40 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 114 ทั่นชุนว่าการ
ผิงเอ๋อกลับมาหาทั่นชุน เห็นห้องเงียบสงบ มีเพียงแม่บ้านสาวใช้ยืนรอรับใช้กันอยู่นอกหน้าต่าง ผิงเอ๋อก้าวเข้าไปในห้อง เห็นสามสาวกำลังคุยกันเรื่องงานเลี้ยงที่บ้านไล่ต้า เรื่องที่เกิดขึ้นในสวนดอกไม้ที่บ้าน พอเห็นนางเดินเข้ามา ทั่นชุนก็บอกให้นางนั่งลงบนเก้าอี้วางเท้า แล้วว่า
“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องค่าเครื่องสำอางรายเดือนของพวกเราเดือนละสองตำลึง พวกเรามีเงินเดือนอยู่แล้วคนละสองตำลึง พวกสาวใช้มีเงินเดือนต่างหาก นี่ก็เหมือนกับกรณีเงินค่าเล่าเรียนแปดตำลึง ซ้ำๆ ซ้อนๆ เงินมีจำกัด เรื่องนี้ถึงจะดูเหมือนเรื่องเล็กแต่ดูแล้วไม่เหมาะสม”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “เรื่องนี้มีเหตุผล เครื่องสำอางของพวกคุณหนูมีงบจัดสรรไว้ให้ฝ่ายจัดซื้อ 买办 ซื้อหาเป็นรายเดือน แล้วให้สาวใช้ส่งมาให้พวกเราเก็บเอาไว้ใช้ ไม่ต้องให้พวกเราใช้คนออกไปซื้อเป็นรายวัน
ส่วนเงินที่พวกคุณหนูได้รับเดือนละสองตำลึงนั้น เดิมไม่ได้มีไว้ให้ใช้เพื่อซื้อเครื่องสำอาง แต่มีไว้ให้ใช้ในกรณีจำเป็น ในกรณีที่ไท่ไท่หรือคุณนายที่รับผิดชอบไม่อยู่หรือไม่ว่าง พวกคุณหนูจำเป็นต้องใช้เงินจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวตามหาคน
เท่าที่ข้าเห็นตอนนี้ คุณหนูแต่ละเรือนกลับนำเงินก้อนนี้ไปซื้อเครื่องสำอางเสียกว่าครึ่ง ข้าจึงอดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นเพราะฝ่ายจัดซื้อละเลยหน้าที่ หรือที่จัดซื้อล้วนแต่ขยะ”
ทั่นชุน หลี่หวานยิ้มว่า “เจ้าก็สังเกตเห็น ที่ว่าฝ่ายจัดซื้อละเลยหน้าที่คงไม่ใช่ แต่อาจช้าไปหลายวันไม่ทันใช้ พอถูกเร่ง ก็ไปซื้ออะไรมาก็ไม่รู้ ใช้ไม่ได้ จึงต้องใช้เงินสองตำลึงนี้ไปวานป้าน้าพี่น้องช่วยซื้อมาให้ หากใช้คนในจวน เดี๋ยวก็ได้ขยะมาแบบเดิม”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ฝ่ายจัดซื้อซื้อของไม่ดี พอคนอื่นซื้อของดีกว่ามา แทนที่จะจัดซื้อตามเขากลับหาว่าคนต้องการแย่งงาน เอาแต่โทษคนอื่นไม่โทษตัวเอง พอพวกคุณหนูฝากญาติพี่น้องข้างนอกซื้อให้แทน พวกเขาก็ไม่กล้าพูดมาก”
ทั่นชุนว่า “นั่นเท่ากับสิ้นเปลืองเงินสองครั้ง ของซื้อมาทิ้งเปล่าเสียครึ่งหนึ่ง เช่นนั้นก็ควรหักลดเงินจัดซื้อรายเดือนไป นั่นเรื่องแรก เรื่องที่สอง ช่วงปีใหม่ พวกเราไปงานที่บ้านไล่ต้า 赖大 เจ้าก็ได้ไป เจ้าคงได้เห็นสวนของพวกเขาแล้วว่าเทียบกับของเราแล้วเป็นอย่างไร”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ขนาดยังไม่ถึงครึ่งของสวนบ้านเรา ต้นไม้ดอกไม้ก็มีน้อยกว่ามาก”
ทั่นชุนว่า “ข้าได้คุยกับลูกสาวบ้านนั้น นางว่าในสวนนอกจากปลูกดอกไม้ประดับสวยงาม ยังมีผัก หน่อไม้ กุ้งปลา ไว้กินเอง แล้วยังเหลือให้คนมาเหมาเก็บเกี่ยวออกไปทุกปี ปีหนึ่งได้กว่าสองร้อยตำลึง นับจากวันนั้น ข้าจึงรู้ว่า ใบบัวขาดๆ สักใบ หญ้าแห้งสักต้นยังมีค่าเป็นตัวเงิน”
เป่าไชยิ้มว่า “พวกมั่งมีฟุ้งเฟ้อ 奢侈繁华 คุยกันโดยแท้ เป็นคุณหนูพันชั่ง มักไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ แต่พวกเจ้ารู้หนังสือ คงเคยผ่านตาบทความชื่อ 《ไม่มีสิ่งใดไร้ค่า 不自弃文》 ของจูฟูจื่อ 朱夫子”
( 不自弃文 เป็นบทความเขียนว่าทุกสิ่งต่างมีประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน พิษงู กระดองเต่า ขนห่าน ฯลฯ ใช้ทำอะไรได้บ้าง)
ทั่นชุนยิ้มว่า “ถึงจะเคยเห็น แต่เป็นเพียงข้อความกระตุ้นเตือนตน บนคำเปรียบเปรยที่ว่างเปล่า เป็นจริงเสียที่ไหน”
เป่าไชว่า “จูจื่อใช้คำเปรียบเปรยที่ว่างเปล่ากระนั้นหรือ แต่ละคำนั้นล้วนเป็นได้จริง เจ้าเพิ่งทำงานเพียงสองวัน ถูกความโลภและความอยากบดบัง จึงว่าจูจื่อไร้แก่นสาร ถ้าเจ้าออกไปเผชิญโลก รู้ดีชั่วมากขึ้น เจ้าคงเห็นว่าคำสอนของขงจื่อไร้แก่นสารด้วยกระมัง”
ทั่นชุนยิ้มว่า “คนมีปัญญาอย่างเจ้า ไม่เคยอ่านหนังสือของจีจื่อ 姬子 หรือ จีจื่อว่าไว้ว่า
登利禄之场,处运筹之界者,
窃尧舜之词,背孔孟之道。
เข้าสู่แวดวงแห่งลาภยศ
อยู่ในโลกแห่งการวางแผน
มักแอบอ้างดำรัสเหยาซุ่น
ล่วงละเมิดทฤษฏีข่งเมิ่ง”
เป่าไชยิ้มว่า “วรรคถัดไปว่าอย่างไรเล่า”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ข้าตัดตอนเอามาเพียงเท่าที่ต้องการสื่อความหมาย หากท่องวรรคต่อไป อาจกลายเป็นด่าตัวข้าเอง”
(หนังสือของจีจื่อไม่มีจริง ทั่นชุนกุขึ้นมา จึงไม่มีวรรคถัดไป)
เป่าไชว่า “ใต้หล้านี้ ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์ เมื่อมีประโยชน์ย่อมมีราคา คนฉลาดอย่างเจ้า ไม่มีความรู้ในเรื่องสำคัญนี้ ช่างน่าเสียดายนัก”
หลี่หวานยิ้มว่า “เจ้าตามคนมาแต่ไม่คุยเรื่องสำคัญ กลับมาคุยเรื่องความรู้”
เป่าไชว่า “เรื่องสำคัญอยู่ในความรู้ หากไม่นำความรู้มาใช้ ก็ไม่ต่างจากไพร่สามัญทั่วไป”
ทั้งสามคุยเล่นกันอีกพักหนึ่งแล้วจึงเข้าเรื่องสำคัญ
ทั่นชุนว่า “อุทยานของพวกเราแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าของไล่ต้าถึงเท่าตัว คำนวณจากรายได้ของพวกเขาแล้วแล้วปีหนึ่งพวกเราควรจะมีรายได้กว่าสี่ร้อยตำลึงเงิน แต่การนำผลผลิตออกขายเป็นเงิน แสดงความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ใช่เรื่องของคนฐานะอย่างพวกเรา หากให้คนเข้ามาเก็บเกี่ยว ในอุทยานนี้มีสิ่งทรงคุณค่ามากมาย อาจถูกคนพวกนั้นเหยียบย่ำเสียหาย ทำลายทรัพยากรโดยไม่ทันยั้งคิด 暴殄天物
มิสู้คัดเลือกพวกแม่บ้านอาวุโสในอุทยานที่มีความรู้ด้านทำสวนทำไร่มาดูแลเรือกสวนไร่นาโดยไม่ต้องเก็บค่าเช่าแต่ให้ส่งผลผลิตเป็นรายปี ซึ่งมีประโยน์สี่ข้อ หนึ่ง พืชพรรณดอกผลในอุทยานมีผู้ดูแลตลอดทั้งปี สองไม่ถูกผู้ไม่รู้ความเหยียบย่ำเสียหาย สามพวกแม่บ้านมีรายได้ส่วนตัวเล็กน้อยเพิ่มขึ้นไม่ต้องเหนื่อยเปล่าในอุทยาน และสี่ประหยัดค่าจ้างคนงานเก็บกวาดตกแต่งดูแลสวน เงินที่ได้จากรายรับและค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้สามารถนำไปใช้ชดเชยกิจการอื่นในจวน”
เป่าไชกำลังยืนชมลายอักษรและภาพวาดที่แขวนบนผนัง ได้ฟังก็พยักหน้ายิ้มว่า
“วิเศษ ภายในสามปีพ้นจากสภาวะอดอยากขาดแคลนผลผลิต”
หลี่หวานว่า “เป็นข้อเสนอที่ดี หากทำเช่นนี้ ไท่ไท่ต้องชอบใจ ประหยัดเงินยังเรื่องเล็ก สำคัญคือในอุทยานมีผู้ดูแลอย่างขยันขันแข็ง เมื่ออนุญาตให้หารายได้ภายใต้ความรับผิดชอบ มีหรือจะไม่ปฏิบัติตามจนสุดกำลัง”
ผิงเอ๋อว่า “เรื่องนี้จำต้องให้คุณหนูออกหน้า คุณนายของข้าถึงคิดจะทำเช่นนี้แต่ยากจะเอ่ยปาก ในขณะที่พวกคุณหนูพำนักอยู่ในอุทยาน ไม่ส่งข้าวของเครื่องใช้มาตกแต่งต่อเติม กลับจะส่งคนมาตรวจสอบหาทางประหยัดตัดทอน คงมิกล้าบอกออกมา”
เป่าไชรีบเข้ามาลูบแก้มนางยิ้มว่า
“เจ้าอ้าปากให้ข้าดูลิ้นกับฟันของเจ้าหน่อยว่าทำด้วยอะไร ตั้งแต่เช้าจนถึงเดี๋ยวนี้ เจ้าขับร้องทำนองเดียว ทั้งไม่เอ่ยชมคุณหนูสาม ทั้งไม่บอกว่าคุณนายของเจ้ารู้น้อยคิดไปไม่ถึง คุณหนูสามว่าอย่างไร เจ้าก็มีคำตอบตลอด คุณหนูสามคิดอะไร คุณนายของเจ้าก็คิดมาก่อน เพียงแต่มีข้ออ้างบางอย่างที่ทำไม่ได้
มาคราวนี้บอกว่า เพราะพวกคุณหนูพำนักอยู่ในอุทยาน ไม่อยากให้ใครเข้ามาตรวจตราหาทางประหยัด พวกท่านลองฟังดู หากให้คนเข้ามาทำประโยชน์จริง พวกเขาคงตัดดอกไม้ไม่ได้สักกิ่ง เก็บผลไม้ไม่ได้สักผล ส่วนของพวกคุณหนูคงไม่กล้าไปทำประโยชน์ วันวันมิต้องทะเลาะกับพวกสาวใช้หรอกหรือ นางพูดเสียจนคุณนายของนางกลายเป็นคนรอบคอบ ไม่ยโสไม่ถ่อมตัว ปกติคุณนายของนางก็ไม่ได้มีสัมพันธ์อันดีกับพวกเรานัก พอฟังนางกล่าวเช่นนี้ กลับรู้สึกละอายใจต้องกลับตัวเป็นคนดีเสียเอง”
ทั่นชุนยิ้มว่า
“ข้าโมโหมาตั้งแต่เช้า พอฟังว่านางมา ก็คิดถึงเจ้านายของนางเวลาดูแลบ้านยามปกติ ส่งคนมาแต่ละคนล้วนยียวนกวนโมโห แต่พอนางมาถึงกลับทำตัวเป็นหนูกลัวแมวมายืนแกร่วอยู่ครึ่งค่อนวัน เห็นแล้วน่าสงสาร พอเอ่ยปาก แทนที่จะบอกว่าเจ้านายของนางเห็นอกเห็นใจข้า กลับบอกว่า “น้ำใจที่คุณหนูมีต่อคุณนายของพวกเราเป็นประจำนั้นไม่สูญเปล่า” พอได้ฟังไม่เพียงหายโมโห ทั้งยังกลับละอายใจ หวนคิดถึงตัวข้าเองเป็นเพียงเด็กสาวทำตัวไม่เป็นที่รักใคร่ของใครต่อใคร แล้วจะเอาอะไรไปแสดงน้ำใจต่อผู้อื่น”
กล่าวออกมาแล้ว อดไม่ได้ต้องหลั่งน้ำตา
พวกหลี่หวานเห็นทั่นชุนมีความจริงใจ อีกทั้งปกติมักเห็นน้าหญิงเจ้าพูดให้ร้ายนางต่อหน้าหวางฮูหยินอยู่เสมอ จึงพากันเห็นใจร้องไห้ตามแลัวปลอบนางว่า
“อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลย อาศัยว่าวันนี้เป็นวันสงบ พวกเรามาหารือกันเรื่องหารายได้ ตัดทอนข้อบกพร่องดังที่ไท่ไท่ฝากฝังไว้ดีกว่า”
ผิงเอ๋อรีบบอกว่า “ข้าเข้าใจแล้ว คุณหนูเห็นว่าใครเหมาะสม ก็แต่งตั้งตามควรเถิด”
ทั่นชุนว่า “ถึงอย่างนั้น ก็ควรบอกคุณนายของเจ้าให้รู้ไว้ พวกเราหาทางตัดทอนข้อบกพร่องในสิ่งที่นางดูแลแต่ถูกมองข้ามซึ่งอาจดูไม่เหมาะสม ดีที่นางเข้าใจมิเช่นนั้นคงหาว่าเราก้าวก่ายและจงใจจับผิดนาง หากไม่หารือกับนางก่อน”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งให้นางรับทราบ”
ว่าแล้วก็กลับออกไป ครึ่งค่อนวันจึงกลับมาใหม่ ยิ้มว่า
“ข้าว่าแล้วว่าไปเสียเที่ยวเปล่า คุณนายบอกว่าเรื่องเช่นนี้มีหรือนางจะไม่เห็นด้วย”
ทั่นชุนได้ฟัง จึงสั่งให้คนนำรายชื่อแม่บ้านทั้งหมดในอุทยานมาตรวจสอบร่วมกับหลี่หวาน คัดมาจำนวนหนึ่ง เรียกมาเข้าพบพร้อมกัน หลี่หวานแจ้งให้รู้ถึงเรื่องที่มีการคัดเลือกผู้เข้ามาทำประโยชน์ในอุทยาน ทุกคนพอได้ฟังต่างยินยอมพร้อมใจเป็นอย่างยิ่ง มีคนคันไม้คันมือว่า
“มอบดงไผ่ผืนนั้นให้ข้าดูแล ปีหน้าจะขยายเพิ่มอีกผืน นอกจากมีหน่อไม้พอกินในจวนแล้ว ยังมีเหลือขายเป็นเงินได้ทุกปี”
อีกรายว่า “มอบที่นาผืนนั้นให้ข้าดูแล อาหารนกน้อยใหญ่ในจวนนอกจากมีกินทั้งปีโดยไม่ต้องใช้จ่ายเงินส่วนกลางซื้อหา ยังมีเหลือขายเป็นรายได้เข้าจวน”
ก่อนทั่นชุนจะกล่าวอะไรต่อ มีคนมาแจ้งว่า “ท่านหมอมาถึงแล้ว จะเข้ามาในอุทยานเพื่อตรวจอาการคุณหนูสื่อ”
พวกแม่บ้านจึงต้องไปพาหมอเข้ามา
ผิงเอ๋อรีบว่า “พวกเจ้าจะแห่กันไปทำไมเป็นร้อย ให้หัวหน้าสักสองคนไปพาหมอเข้ามาไม่ได้หรือ”
แม่บ้านผู้เข้ามาแจ้งว่า “มีแม่ใหญ่อู๋ 吴大娘 กับแม่ใหญ่ซ่าน 单大娘 รอรับอยู่ที่ประตูจวี้จิ่น 聚锦门 ทางตะวันตกเฉียงใต้อยู่แล้ว”
ผิงเอ๋อพยักหน้ารับทราบ
พวกแม่บ้านออกจากห้องไปกันหมดแล้ว ทั่นชุนหันมาถามเป่าไชว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
เป่าไชยิ้มตอบว่า
“幸于始者怠于终,缮其辞者嗜其利。
แรกโชคช่วยง่ายดายลงท้ายเกียจคร้าน
วาจาหวานชวนฟังมุ่งหวังผลประโยชน์”
(ในที่นี้เตือนตนว่า อย่าเห็นว่าราบรื่นแต่ต้นมือแล้วละเลยไม่มุ่งมั่นจนสัมฤทธิผล)
ทั่นชุนพยักหน้าชมว่าดี แล้วชี้รายชื่อในสมุดให้พวกหลี่หวานทั้งสามดู ผิงเอ๋อนำแท่นหมึกและพู่กันมาวาดวงเอาไว้ หลี่หวานว่า
“แม่เฒ่าจู้ 老祝妈 ผู้นี้ไว้ใจได้ พ่อเฒ่ากับลูกชายก็ดูแลต้นไผ่มาตลอด มอบหน้าที่ดูแลสวนไผ่ในอุทยานให้แก่นาง
แม่เฒ่าเถียน 老田妈 ผู้นี้เดิมเป็นชาวนา แถบบ้านข้าวหอม 稻香村 เป็นนาข้าวสวนผัก ถึงจะปลูกไว้ประดับไม่ได้จริงจังแต่แรก ทว่ามอบให้นางรับผิดชอบมิดีกว่าหรือ”
ทั่นชุนยิ้มว่า “น่าเสียดายที่ลานขิงหอม 蘅芜院 และลานชื่นแดง 怡红院 ทั้งสองแห่งล้วนมีที่กว้างใหญ่ แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างรายได้”
หลี่หวานรีบยิ้มว่า “ทำไมจะไม่มี ลานขิงหอมนั้นสำคัญนัก หญ้าหอมสมุนไพรหอมที่ปลูกในลานล้วนเป็นที่ต้องการของร้านค้า ตลาด และวัดวาอารามใหญ่ คำนวณดูแล้ว สร้างรายได้กว่าแห่งอื่นมากต่อมาก ส่วนที่ลานชื่นแดงยังไม่ต้องนับสิ่งอื่น ลำพังกุหลาบสองฤดูวสันต์คิมหันต์ก็เก็บได้มากมาย บนรั้วยังมีกุหลาบหนู ดอกไม้เงินทอง เป่าเซี่ยง เถิงฮวา ตากแห้งแล้วขายให้ร้านใบชาหรือร้านสมุนไพรมีค่าอีกมาก”
ทั่นชุนยิ้มพยักหน้าว่า “เพียงแต่ไม่มีคนที่จะดูแลหญ้าหอมสมุนไพรเหล่านี้”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “แม่ของอิงเอ๋อ 莺儿 ผู้ติดตามคุณหนูเป่ารู้วิธีดูแลสมุนไพรเหล่านี้ เมื่อก่อนนางเคยเก็บมาตากแห้งจัดใส่ตะกร้ากับน้ำเต้ามาให้ข้าเล่น คุณหนูลืมแล้วหรือ”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าเพิ่งชมเจ้า เจ้าก็มาพาดพิงข้าเสียแล้ว”
อีกสามคนต่างแปลกใจถามว่า “หมายความว่าอย่างไร”
เป่าไชว่า “ไม่ได้เด็ดขาด คนของเจ้าที่นี่ยังมีอีกมาก แต่ละคนอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ หากเอาคนของข้ามา พวกเขาคงมองข้าไม่ดี ข้าช่วยมองหาคนให้เจ้าได้ ที่ลานชื่นแดงมีแม่เฒ่าเย่ 老叶妈 เป็นแม่ของเป้ยหมิง นางเป็นคนซื่อ สนิทสนมกับแม่ของอิงเอ๋อดี ให้แม่เฒ่าเย่รับผิดชอบงานนี้ มีอะไรไม่เข้าใจ นางก็สอบถามเอาจากแม่ของอิงเอ๋อเองไม่ต้องให้พวกเราสั่ง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกนางเอง ใครจะมากล่าวโทษพวกเราก็ไม่ได้ แบบนี้ พวกเจ้านับว่าจัดการงานได้เหมาะสมและยุติธรรม”
หลี่หวานกับผิงเอ๋อต่างเห็นด้วยว่า “ถูกต้องยิ่ง”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ถึงอย่างนั้น เกรงว่าพอถึงเวลา จะเห็นแก่ผลประโยชน์ยิ่งกว่าคุณธรรม”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ไม่น่ามีปัญหา ก่อนหน้านี้อิงเอ๋อเคยฝากตัวเรียกแม่เฒ่าเย่เป็นแม่บุญธรรม สองครอบครัวใกล้ชิดกันยิ่ง”
ทั่นชุนฟังแล้วไม่ว่าอะไร
ทั้งสี่ยังช่วยกันคัดเลือกคนมาอีกจำนวนหนึ่งซึ่งล้วนไม่ใช่คนที่เคยคบหาใกลิชิดกันมาก่อน เรียกพวกนางมาพบและมอบหมายหน้าที่
สักพักหนึ่ง พวกแม่บ้านมาแจ้งว่า “ท่านหมอกลับไปแล้ว”
แล้วส่งใบสั่งยามาให้ดู ทั้งสามเห็นแล้ว ใช้ให้คนไปเจียดยามาจากข้างนอก นำมาต้มแล้วส่งไปใช้รักษา
ตอนก่อนหน้า : ลูกเมียหลวงเมียน้อยมีข้อต่าง
https://www.blockdit.com/posts/6a4f7258f48df288666f2cb3
ตอนถัดไป : เจินเป่าวี่
https://www.blockdit.com/posts/6a58a94b6eb93ba6d9be1145
บันทึก
3
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย