Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
16 ก.ค. เวลา 09:50 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 115 เจินเป่าวี่
พร้อมกันนั้น ทั่นชุนกับหลี่หวานอธิบายแก่พวกแม่บ้านว่าใครมีหน้าที่อะไรรับผิดชอบพื้นที่ไหน
“นอกจากที่ส่งมาใช้ในจวนตามฤดูกาลแล้ว ที่เหลือพวกเจ้าสามารถนำไปขายทำกำไร สิ้นปีคิดบัญชีหนึ่งหน”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ข้านึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ตามระเบียบแล้ว เวลาคิดบัญชีสิ้นปีจักต้องนำเงินส่งไปยังห้องบัญชี ก่อนจะรับเข้าจะมีการตรวจสอบก่อนชั้นหนึ่ง พอถึงห้องบัญชีจะถูกปอกเปลือกไปชั้นหนึ่ง วิธีที่พวกเราคิดขึ้นใหม่ในตอนนี้ คือให้พวกเจ้าไปดูแลนับว่าข้ามหัวพวกเขาไปแล้ว พวกเขาถึงจะไม่พอใจแต่คงพูดไม่ออก แต่พอถึงเวลาส่งบัญชีสิ้นปี พวกเขาอาจหาทางเล่นงานพวกเจ้า อีกอย่างไม่ว่าจะได้อะไรมาระหว่างปี เจ้านายได้หนึ่งส่วน พวกเขาจะได้ครึ่งส่วน นี่เป็นระเบียบเก่าที่รับรู้กันอยู่
ส่วนวิธีใหม่ของข้าที่ให้พวกเจ้าแยกกันรับผิดชอบไม่ควรผ่านมือพวกเขา ทุกสิ้นปีให้นำส่งมารวมสำหรับใช้ในอุทยานนี้”
เป่าไชยิ้มว่า “ข้าเห็นว่า ในอุทยานนี้ไม่จำเป็นต้องนำส่งบัญชีสิ้นปี ที่นี่ได้มาก ที่นั่นได้น้อย กลับมากเรื่อง มิสู้กำหนดว่าใครทำหน้าที่อะไรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหน ค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในอุทยานนี้ ข้าลองคำนวณดูแล้ว ก็มีเพียงไม่กี่อย่าง น้ำมันใส่ผม แป้ง เครื่องหอม กระดาษสำหรับพวกคุณหนูและสาวใช้ตามที่กำหนดไว้ ไม้กวาด ที่โกยผง ไม้ขนนกปัดฝุ่น อาหารนก กวาง กระต่าย ค่าใช้จ่ายพวกนี้ให้พวกนางรับผิดชอบไป ไม่ต้องไปเบิกจากห้องบัญชี เจ้าลองคำนวณดู ประหยัดได้เท่าไร”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ค่าใช้จ่ายพวกนี้แม้จะดูเล็กน้อย แต่ทั้งปีรวมแล้วสี่ร้อยกว่าตำลึง”
เป่าไชยิ้มว่า “มิใช่ดอกหรือ หนึ่งปีสี่ร้อย สองปีแปดร้อย นำไปซื้อบ้านให้เช่ายังได้ตั้งหลายหลัง ซื้อที่เพิ่มได้อีกหลายหมู่ 亩 ถึงจะมีเงินส่วนเกินเหลืออยู่ พวกนางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีสมควรจะมีเงินเหลือติดมือไว้จุนเจือครอบครัวตัวเองบ้าง ถึงแม้ว่าวัตถุประสงค์หลักคือเพิ่มรายได้ลดค่าใช้จ่ายแต่ก็มิควรตึงจนเกินไป ประหยัดเพิ่มอีกสองสามร้อยตำลึงแต่สูญเสียหลักการสำคัญไปก็ใช่ที่
หากทำตามนี้แล้ว ห้องบัญชีข้างนอกจะมีเงินเหลือปีละสี่ห้าร้อยตำลึง เป็นการประหยัดโดยไม่รู้สึกว่าลำบาก สำหรับพวกแม่บ้านที่แต่ก่อนอยู่เปล่าๆ ก็มีเงินได้ใช้สอยคล่องตัว ในอุทยานนี้ต้นไม้ใบหญ้าจะร่มรื่นงดงามขึ้น เครื่องมือเครื่องใช้มีสับเปลี่ยนทดแทนให้ใช้งานได้ดีขึ้น โดยไม่ใช้เงินส่วนกลาง หากหลับหูหลับตาประหยัด จะไปหาเงินมาจากที่ไหน ขาดเหลือเข้ากองกลาง ทั้งนอกในคงร้องกันระงม เสียหายส่วนกลาง
พวกแม่บ้านในอุทยานมีอยู่สิบกว่าคน เราคัดเลือกให้มารับงานไม่กี่คน ที่เหลืออาจรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม อย่างเช่นที่ข้าเพิ่งบอกไป พวกนางรับผิดชอบจัดหาสิ่งที่ต้องใช้ตามกำหนดแล้ว ยังคงมีเหลือใช้อีกมาก ดังนั้น ในแต่ละปี เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการจัดหาของตามหน้าที่แล้ว ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเหลือ จะต้องนำเงินมาสมทบจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาแบ่งสันปันส่วนให้กับพวกแม่บ้านในอุทยานที่ไม่ได้รับหน้าที่ดูแลผลประโยชน์
ทั้งนี้ก็เพราะพวกนางยังต้องรับผิดชอบงานต่างๆ ในอุทยานทั้งวันคืน วิ่งรับส่งงาน เปิดปิดประตู ตื่นเช้านอนดึก ทำงานกรำแดดและหิมะ ดูแลพวกคุณหนูไปมาในอุทยาน แบกเกี้ยว ถ่อเรือ ลากเลื่อน งานหยาบและหนักลำบากตลอดปี เมื่อในอุทยานมีเงินได้ ก็ควรมีส่วนแบ่งบ้าง
ยังมีเรื่องเล็กๆ อีกเรื่องที่ต้องบอกให้ชัดเจน หากพวกเจ้าคิดแต่ว่าตัวเองสบายแล้วไม่คิดจะแบ่งพวกเขาบ้าง ถึงพวกเขาจะไม่กล้าแสดงออกโดยเปิดเผย แต่ในใจคงไม่ยินยอม ย่อมหาทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวจากของส่วนรวม เก็บผลไม้มากกว่าที่ควร เด็ดดอกไม้มากกว่าที่จำเป็น พวกเจ้าเห็นแต่ไม่รู้จะระบายใส่ใคร แต่หากพวกเจ้ารู้จักแบ่งปัน พวกเขาก็จะช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลผลประโยชน์ให้ในสิ่งที่พวกเจ้าดูได้ไม่ทั่วถึง”
พวกแม่บ้านได้ฟังคำชี้แจง เข้าใจได้ว่าต่อไปยกเลิกการควบคุมโดยห้องบัญชี ทั้งไม่ต้องไปคิดบัญชีที่พี่เฟิ่ง แต่ละปีเพียงนำส่งเงินจำนวนหนึ่ง ก็ยินดีกันยิ่งนักพร้อมกันว่า
“พวกเราเต็มใจ ดีกว่าออกไปให้พวกเขาโขกสับเยอะ ทั้งยังมีเงินใช้ด้วย”
ส่วนพวกที่ไม่ได้รับมอบหมายงานดูแล ฟังว่าแต่ละปีก็มีเงินแบ่งเปล่าด้วย ต่างก็ดีใจว่า
“พวกเขาลำบากเหน็ดเหนื่อยก็ควรได้รับเงินตอบแทน พวกเราอยู่กินแรงเปล่า ทำไมยังได้มากปานนั้น”
เป่าไชได้ฟังก็ยิ้มว่า “พวกแม่แม่อย่าได้เกรงใจ นี่เป็นส่วนแบ่งที่พวกท่านควรได้อยู่แล้ว เพียงแต่พวกท่านอาจต้องลำบากบ้างทั้งวันคืน อย่าปล่อยปละละเลยให้มีคนเอาแต่ดื่มและเล่นการพนันก็พอ มิเช่นนั้น ข้าคงไม่ยุ่งด้วยแล้ว พวกท่านก็รู้อยู่ว่า ท่านน้ากำชับข้าด้วยตัวท่านเองสามสี่รอบว่า คุณนายใหญ่มีงานยุ่ง คุณหนูท่านอื่นก็ยังเล็ก จึงฝากให้ข้าช่วยดูแล หากข้าไม่รับปาก ท่านน้าคงเป็นกังวล
คุณนายของพวกเรา(พี่เฟิ่ง)ก็ป่วยอยู่ การงานในบ้านมีมาก ข้าก็ว่างอยู่ ถึงเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงก็สมควรให้ความช่วยเหลือ อย่าว่าแต่เป็นถึงท่านน้า ข้าอาจจะต้องเสียเบี้ยแลกขุน มีคนชังข้า แต่หากข้าหวังแต่เอาหน้า ปล่อยให้มีคนเมาเอาแต่เล่นพนัน ข้าจะไปพบหน้าท่านน้าอย่างไร ถึงตอนนั้นพวกท่านเองสำนึกเสียใจก็สายเกินไป
พวกท่านเป็นคนเก่าแก่เคยรับใช้มาสามสี่รุ่น จึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลพวกคุณหนูและอุทยานแห่งนี้ หากพวกท่านสำมะเลเทเมาเสียเอง ถูกท่านน้าอบรมสั่งสอนยังพอทำเนา แต่หากแผนกพ่อบ้านรู้เข้า พวกแม่บ้านในแผนกจะมาต่อว่าท่านด้วย พวกท่านอาวุโสกว่ามาถูกผู้น้อยสั่งสอนถึงจะทำตามหน้าที่ก็คงดูไม่งาม
ดังนั้น ที่ข้าช่วยพวกท่านคิดหารายได้พิเศษนี้ก็เพื่อให้ทุกคนพร้อมใจกันดูแลอุทยานนี้ให้อยู่ในระเบียบเรียบร้อย ให้พวกพ่อบ้านได้เห็นให้คลายกังวลและยอมรับนับถือพวกท่าน พวกท่านลองไตร่ตรองคำของข้าให้ดี”
พวกแม่บ้านได้ฟังต่างยินดีว่า “คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องทีเดียว คุณหนูกับคุณนายโปรดวางใจ พวกท่านดูแลพวกข้าถึงขนาดนี้แล้ว หากพวกข้ายังไม่ทดแทนพระคุณ ฟ้าดินคงลงโทษทัณฑ์”
ระหว่างมอบหมายหน้าที่ ภรรยาของหลินจือเสี้ยว 林之孝家的 เข้ามาแจ้งว่า
“ครอบครัวจวนเจินจากเจียงหนาน 江南甄府 มาถึงเมืองกรุงเมื่อวาน วันนี้เข้าวังไปถวายพระพร ตอนนี้ให้คนมาอวยพรและนำส่งของกำนัล”
ว่าแล่วก็ส่งเทียบของกำนัลมาให้ดู
ทั่นชุนรับมาดูเห็นว่ามีรายการ
“ผ้าต่วนลายมังกรหม่างอย่างดีสิบสองพับ ผ้าต่วนคละสีอย่างดีสิบสองพับ ผ้าโปร่งบางอย่างดีสิบสองพับ ผ้าไหมชาววังอย่างดีสิบสองพับ ผ้าต่วนแพรไหมผ้าโปร่งบางชาววังยี่สิบสี่พับ”
หลี่หวาน ทั่นชุนเห็นแล้วว่า “มอบอั่งเปาชั้นหนึ่ง 上等封儿 ให้ผู้นำส่ง”
แล้วสั่งให้คนนำความไปแจ้งแก่แม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยให้คนมาตามหลี่หวาน ทั่นชุน เป่าไชให้นำของกำนัลมาให้ดู
แม่เฒ่าดูแล้วเสร็จ หลี่หวานสั่งคนห้องคลังให้แยกของตั้งไว้ก่อนแล้วว่า
“รอไท่ไท่ (หวางฮูหยิน) ชมดูก่อนค่อยนำไปเก็บในคลัง”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “บ้านเจินไม่เหมือนบ้านอื่น มอบอั่งเปาชั้นหนึ่งให้ผู้นำส่งชายไปแล้ว เดี๋ยวคงให้ฝ่ายหญิงมาอวยพรอีก เตรียมแพรพรรณไว้เถิด”
ไม่ทันขาดคำ มีคนมาแจ้งว่า
“สตรีสี่นางจากจวนเจินมาคารวะอวยพร”
แม่เฒ่าเจี่ยรีบสั่งให้คนพาเข้ามา
สตรีทั้งสี่นางล้วนมีวัยกว่าสี่สิบ แต่งกายไม่ต่างจากเจ้านาย พอคารวะอวยพรเสร็จ แม่เฒ่าเจี่ยสั่งให้นำที่วางเท้ามาสี่ตัว ทั้งสี่นางกล่าวขอบคุณ รอพวกเป่าไชนั่งลงแล้วจึงค่อยนั่งลงบ้าง
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “มาถึงกรุงเวลาไหน”
ทั้งสี่ลุกขึ้นตอบว่า “มาถึงเมืองกรุงเมื่อวาน วันนี้ไท่ไท่พาคุณหนูเข้าวังไปถวายพระพร จึงให้พวกข้ามาอวยพรและไต่ถามทุกข์สุขของพวกคุณหนู”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ไม่ได้เข้ากรุงกันมาหลายปี คิดไม่ถึงว่าจะมา”
ทั้งสี่ยิ้มตอบว่า “ใช่แล้ว ปีนี้ได้รับพระบัญชาให้เข้ากรุง”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “มากันหมดทั้งบ้านหรือ”
ทั้งสี่ตอบว่า “เหล่าไท่ไท่กับคุณชาย คุณหนูสองท่าน และไท่ไท่ท่านอื่นๆ ล้วนไม่ได้มา ที่มามีเพียงไท่ไท่กับคุณหนูสามเท่านั้น”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “มีครอบครัวหรือยัง”
ทั้งสี่ว่า “ยังไม่มี”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองของพวกเจ้าสนิทกับคุณหนูของพวกเรามาก”
ทั้งสี่ยิ้มว่า “ใช่แล้ว พวกคุณหนูมีจดหมายถึงกันทุกปีต่างว่า โชคดีที่ทางจวนของท่านให้การดูแล”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ให้การดูแลอะไรกัน ต่างเป็นเพื่อนร่วมโลกทั้งยังเป็นญาติใกล้ชิด เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว คุณหนูรองของพวกเจ้ายิ่งไม่ถือตัว มีอัธยาศัยดีน่าคบ พวกเราจึงสนิทสนมกันยิ่งขึ้น”
ทั้งสี่ยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่กล่าวชมเกินไป”
แม่เฒ่าเจี่ยถามอีกว่า “คุณชายของเจ้าอยู่กับเหล่าไท่ไท่หรือ”
ทั้งสี่ตอบว่า “อยู่กับเหล่าไท่ไท่”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “กี่ขวบแล้ว เข้าโรงเรียนหรือยัง”
ทั้งสี่ยิ้มตอบว่า “ปีนี้อายุสิบสาม หล่อเหลามีสง่าราศี เหล่าไท่ไท่จึงรักและเอ็นดูมาก ซุกซนมาแต่เล็ก ชอบหนีโรงเรียน เหล่าไท่ไท่ก็ไม่ค่อยเข้มงวด”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “อย่างนั้นก็เหมือนของเราไม่มีผิด คุณชายของเจ้าชื่ออะไร”
ทั้งสี่ตอบว่า “เหล่าไท่ไท่รักดังแก้วตา ทั้งยังผิวขาว เหล่าไท่ไท่จึงเรียกว่า เป่าวี่ 宝玉”
แม่เฒ่าเจี่ยหันมาหัวเราะกับหลี่หวานว่า “นี่ก็อีกคนชื่อว่าเป่าวี่”
หลี่หวานค้อมกายยิ้มว่า “นับแต่โบราณมา ทั้งต่างยุคร่วมสมัย นามซ้ำกันนั้นมีมาก”
ทั้งสี่ต่างยิ้มว่า “หลังจากตั้งชื่อนี้ พวกเราทั้งระดับบนและล่างต่างสงสัยเหมือนกันว่า ดูเหมือนจะมีญาติมิตรข้างไหนใช้ชื่อเป่าวี่อยู่ เพียงแต่สิบกว่าปีมานี้ไม่ได้เข้ากรุงมากันเลย พวกเราจึงจำไม่ได้”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “คนนั้นคือหลานชายของข้าเอง ใครช่วยเข้าไปในอุทยานตามเป่าวี่ของเรามาที ให้พวกนางทั้งสี่ดูตัวสักหน่อยว่าเทียบกับเป่าวี่ของพวกเขาแล้วเป็นเช่นไรบ้าง”
พวกแม่บ้านรีบไป ราวครึ่งชั่วโมงก็ล้อมหน้าล้อมหลังเป่าวี่เข้ามา พอทั้งสี่ได้เห็นก็รีบลุกขึ้นยิ้มว่า
“ทำเอาพวกเราตกตะลึงทีเดียว หากไม่ใช่พวกเราเข้าจวนมา ไปพบกันที่อื่น คงคิดว่าเป่าวี่ของพวกเราตามติดเข้ากรุงมา”
ว่าแล้วก็เดินเข้ามาจับมือเป่าวี่ซักถามต่างๆ นานา เป่าก็ยิ้มทักทายถามตอบ
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มถามว่า “เทียบกับของพวกท่านเป็นเช่นไร”
หลี่หวานยิ้มว่า “ท่านแม่ทั้งสี่เพิ่งบอกว่า หน้าตาท่าทางเหมือนกัน”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “อะไรจะบังเอิญเช่นนั้น ลูกหลานบ้านใหญ่ทะนุถนอมเลี้ยงดูกันมาอย่างดี เว้นเสียแต่ว่าบนใบหน้ามีแผลมีปานกระดำกระด่าง มิเช่นนั้นดูเผิน ๆ ก็หน้าตาเกลี้ยงเกลาเหมือน ๆ กัน ไม่แปลกแต่อย่างใด”
ทั้งสี่ยิ้มว่า “หน้าตาท่าทางช่างเหมือนกันจริง ๆ ฟังเหล่าไท่ไท่ว่ามา ยังซุกซนเหมือนกันด้วย แต่พวกเราเห็นว่า คุณชายท่านนี้นิสัยดีกว่าคุณชายของเราอยู่บ้าง”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มถามว่า “ทำไมถึงเห็นเช่นนั้น”
ทั้งสี่ยิ้มตอบว่า “เมื่อครู่ พวกเราจับมือคุณชายชวนสนทนา ก็รับรู้ได้แล้ว หากเป็นคุณชายอีกท่านของพวกเรา จะว่าพวกเราเหลวไหล อย่าว่าแต่ให้พวกเราจับมือเลย ข้าวของทุกอย่างก็ไม่ยอมให้แตะต้อง ผู้รับใช้ใกล้ชิดล้วนมีแต่พวกเด็กสาว”
พอทั้งสี่พูดจบ พวกหลี่หวานพี่น้องอดไม่ได้ต้องหัวเราะออกมา
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “หากว่าตอนนี้ทางเราส่งคนไปพบเป่าวี่ของพวกท่าน แล้วไปจับมือเขาเข้า เขาคงต้องฝืนทนไว้เช่นกัน ไม่ว่าลูกหลานบ้านท่านบ้านข้าจะมีนิสัยประหลาดพิศดารอย่างไร ก็ยังถูกอบรบให้รักษามารยาทต่อคนแปลกหน้า มิเช่นนั้นคงเอาแต่ใจไม่ได้ ผู้ใหญ่เอ็นดูเอาใจก็เพราะหนึ่งเด็กหน้าตาดี สองมีมารยาทต่อผู้หลักผู้ใหญ่ จึงน่ารักน่าชัง ลับหลังผู้อื่นจึงยอม ๆ ให้บ้าง หากเอาแต่ใจจนไม่รู้ที่เหมาะที่ควร ถึงขนาดทำให้ผู้ใหญ่เสียหน้า ไม่ว่าจะหน้าตาดีเพียงใดก็สมควรตีให้ตาย”
ทั้งสี่ได้ฟังพากันยิ้มว่า
“เหล่าไท่ไท่กล่าวได้ถูกต้องทีเดียว ถึงแม้เป่าวี่ของพวกเราจะมีนิสัยแปลกและซุกซน ต่อหน้าแขกเหรื่อก็เรียบร้อยมีสัมมาคารวะ คนนอกเห็นต่างเอ็นดู พอได้ฟังว่าถูกตี ยังไม่เข้าใจจนต้องถามว่า “จะตีไปทำไม” หารู้ไม่ว่าเวลาอยู่ในบ้านช่างไม่รู้ฟ้ารู้ดินรู้กฏระเบียบใด คำที่คิดไม่ถึงก็พูดออกมาได้ เรื่องที่คิดไม่ถึงก็ทำมาได้ ท่านพ่อท่านแม่จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร ดื้อรั้นก็ธรรมดาเด็ก ฟุ่มเฟือยก็ธรรมดาคุณชายทั่วไป ไม่ชอบเรียนก็ธรรมดาเด็ก ยังพอแก้ไขได้ แต่นิสัยประหลาดติดตัวนี่ไม่รู้จะแก้เยี่ยงไร”
พูดไม่ทันจบ มีคนมาแจ้งว่า “ไท่ไท่กลับมาถึงแล้ว”
หวางฮูหยินเดินเข้ามาอวยพรแม่เฒ่าเจี่ย แขกทั้งสี่คารวะอวยพรหวางฮูหยิน สนทนากันได้สองสามคำ แม่เฒ่าเจี่ยสั่งว่า “ไปพักผ่อนเถิด”
หวางฮูหยินยกน้ำชาให้ แล้วถอยกลับออกไป แขกทั้งสี่อำลาแม่เฒ่าเจี่ยแล้วมายังเรือนหวางฮูหยิน สนทนาเรื่องธุระภายในบ้านสักพักก็ลากลับ
(เจินเป่าวี่ 甄宝玉 เจี่ยเป่าวี่ 贾宝玉
เฉาเสวี่ยฉินผู้ประพันธ์เล่นคำตลอดเรื่อง
แซ่ 甄 พ้องเสียง 真 จริง แท้
แซ่ 贾 พ้องเสียง 假 ปลอม เทียม
เจินเป่าวี่ 甄宝玉 พ้องเสียง เป่าวี่แท้
เจี่ยเป่าวี่ 贾宝玉 พ้องเสียง เป่าวี่เทียม)
ตอนก่อนหน้า : ทั่นชุนว่าการ
https://www.blockdit.com/posts/6a54b2780932e118979e11d3
ตอนถัดไป : เป่าวี่แฝด
2 บันทึก
5
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
5
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย