เมื่อวาน เวลา 12:00 • บันเทิง

Backrooms (นรกห้องลับ) SPOILED ALERT!!! ดำดิ่งไปกับพื้นที่ต้องสงสัย

ทำรายได้ไปกว่า 350 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 10 ล้านดอลลาร์ หนังสยองขวัญ ที่พร้อมจะหลอนประสาทของผู้ชม "เมื่อวันนึงคุณไปพบกับห้องลับที่ไม่มีทางสิ้นสุดอยู่ในบ้านของตัวเอง มันคือพื้นที่อะไร และจะเอายังไงกับมันดี"
1
จากงานกำกับของ เคน พาร์สันส์ (Kane Parsons) หรือที่ชาว YouTube รู้จักกันในชื่อ Kane Pixels เด็กที่เริ่มลงคลิป analog horror ชุด Backrooms ตั้งแต่ 7 มกราคม 2022 ตอนอายุ 16-17 แล้ววันนี้กลายมาเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ A24
นำแสดงโดย ชิวีเทล เอจิโอฟอร์ (Chiwetel Ejiofor) ในบท "คลาร์ก" เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ คู่กับ เรนาเต ไรน์สเว (Renate Reinsve) ในบท "ดร.แมรี่ ไคลน์" จิตแพทย์ของเค้า พร้อมด้วย มาร์ก ดูพลาสส์, ฟินน์ เบนเนตต์, ลูคิตา แม็กซ์เวลล์ และโปรดิวเซอร์ที่โคตรจะเป็นชื่อชั้นครูอย่าง เจมส์ วาน, ชอว์น เลวี และ ออสกู๊ด เพอร์กินส์
warning : พร้อมสปอยล์เนื้อหาและบทสรุปของเรื่อง !?
เรื่องนี้คือเรื่องที่ ไม่ต้องหาเหตุผลกับมันเยอะ ปล่อยสมองไปเลยตอนอ่าน/ดู
ให้คิดแค่ว่ามันคืออีกมิตินึง ในอีกความเป็นจริงนึง ที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ซักวันอาจเป็นคุณ!?
ก่อนเข้าเรื่องอีกนิดนึง
Backroom คืออะไร?
Backrooms ตั้งต้นจาก creepypasta ในเน็ต
เรื่องเล่าจากโพสต์นิรนามบน 4chan ที่พูดถึงห้องเปล่าสีเหลืองหม่น พรมชื้น ไฟฟลูออเรสเซนต์ที่มีเสียงครางหึ่ง ที่เดินไปทางไหนก็เหมือนกันไปหมด
Backroom (Youtube)
เด็กคนนึงเอาภาพนั้นมาจำลองขึ้นใหม่ใน Blender แล้วทำเป็นคลิป found footage ลง YouTube ปรากฏว่ามันไวรัลระดับ 190 ล้านวิว บริษัทหนังเมล์หาตั้งแต่เขาอายุ 16
1
แล้ววันนี้ตอนอายุ 20 หนังยาวเรื่องแรกของเขาก็คือหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของ A24 พร้อมสถิติเปิดตัวสูงสุดของค่าย
start >>>
ฟุตเทจเปิดเรื่อง :
เราเห็นภาพถ่ายวิดีโอจากกล้องในมือผู้ชายคนนึง
(ที่เราคิดว่าเป็นผู้ชายเพราะได้ยินเสียง แต่ไม่เห็นหน้า)
เค้าถือกล้องวิดีโอสมัยก่อนวิ่งอยู่ในห้องเหลือง เลี้ยวซ้ายเจอห้องเหลือง เลี้ยวขวาเจอห้องเหลือง เลี้ยวอีกก็ยังเจออีก เขาส่ายกล้องไปมาเพราะกลัวว่าจะมีอะไรโผล่มาจากมุมไหนสักมุม
(ด้วยมุมภาพและความตระหนกของเค้าก็ทำให้เราลุ้นตาม ว่าจะมีอะไรโผล่มา)
สุดท้ายเขาวิ่งไปเจอห้องที่มีระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ พยายามส่งข่าวออกไปว่าเขาอยู่ตรงนี้
แล้วกล้องก็ถูกตัดไป เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างหาเขาเจอ
ฟุตเทจชิ้นนี้ถูกดูอยู่โดยคนที่แต่งตัวเหมือนคนในแล็บ แล้วฉากก็ตัดไป
คลาร์ก เจ้าของ Cap'n Clark's Ottoman Empire :
คลาร์ก (รับบทโดย ชิวีเทล เอจิโอฟอร์) เคยเป็นสถาปนิก ปัจจุบันมาเปิดโกดังเฟอร์นิเจอร์มือสอง อาคารกว้างๆ ที่มีเตียง โซฟา ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง กระจายกันอยู่ตามจุด แล้วมีชั้นใต้ดินที่พื้นที่เท่ากับข้างบนเป๊ะ (ลักษณะเหมือนกล่อง 4 เหลี่ยมขนาดยักษ์) ทางลงมีบันไดใหญ่อยู่กลางร้าน ข้างล่างไม่ค่อยมีของ
Cap'n Clark's Ottoman Empire
คลาร์กมีปัญหาสุขภาพจิต ติดเหล้า และเพิ่งหย่ากับภรรยา (แถมโดนไล่ออกจากบ้าน)
เขาไปหา ดร.แมรี่ จิตแพทย์ที่เธอก็มีปมของตัวเองวัยเด็กของตัวเองเหมือนกัน แมรี่เคยเห็นบ้านตอนเด็กของตัวเองถูกทุบทิ้ง เธอเก็บเศษปูนชิ้นเล็กๆ ที่มีรอยประทับมือของแม่กับมือของเธอมาด้วย (เก็บมาแค่เสี้ยวเดียวไว้กับตัวตลอดเวลา)
คลาร์ก
ในห้องบำบัด แมรี่ให้คลาร์ก role play คืนที่เมียเขาเดินออกไป ****
คลาร์กเล่าว่าเขากลับบ้านดึก เมียหลับอยู่ชั้นสอง เขาลงมากินน้ำแล้วทำแก้วแตก เมียลงมา มีปากมีเสียงกัน
แมรี่สวมบทเมียเขาแล้วถามว่า "ไปดื่มมาใช่ไหม" คลาร์กบอกว่ามีนิดหน่อย แล้วก็เถียงกันเรื่องว่าเขาไม่ดูแลบ้าน คลาร์กก็ตอบว่ามันก็ต้องมีคนออกไปทำงานสิแล้วก็เริ่มควบคมสติอารมณ์ไม่อยู่
ดร.แมรี่
แต่ความจริงคือ คืนนั้นเขาไม่ได้ทำงาน เขาไปสังสรรค์มา ในเหตุการณ์จริง จบวันนั้นภรรยาไล่เขาออกจากบ้านของเขาเอง ทำให้ปัจจุบันเขาเลยต้องมานอนที่ร้าน
1
โฆษณาโจรสลัด :
คอนเซ็ปต์ของร้านเฟอร์นิเจอร์ของคลาร์กคือ จักรวรรษออตโตมันของกัปตันคลาร์ก (ซึ่งคือตัวเค้าเอง)
กัปตันคลาร์ก
วันถัดมาหลังจากที่ไปหาดร.แมรี่ ลูกน้องของคลาร์กมีสองคน บ็อบบี้ กับ แคท (สองคนนี้เป็นแฟนกัน) ทั้งคู่มาช่วยคลาร์กถ่ายโฆษณาลงทีวี
โดยคลาร์กเลยแต่งเป็นโจรสลัดขาไม้ เขย่งขาเดียว (กัปตันโจรสลัดคลาร์ก) พูดเชิญชวนคนมาซื้อมหาสมบัติของเขา เค้าพูดถึงสินค้าชิ้นต่างๆในร้าน ปิดท้ายด้วยการนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่กลางร้าน แต่ด้วยจังหวัดที่ไม่เป็นใจ เก้าอี้เจ้ากรรมก็ดันมาหักซะตอนจบ
เขาหงุดหงิดมากเริ่มใส่อารมณ์และบอกให้บ๊อบบี้ไปตัดเอาส่วนนี้ออก
สวิตช์ที่ไม่ควรมี :
คืนนั้นไฟในร้านติดๆ ดับๆ ทีวีดับ คลาร์กลงไปดูตู้ไฟข้างล่างก็ไม่เจออะไร
วันถัดมาเรียกช่างไฟมา ช่างก็ไม่เห็นว่าแผงไหนผิดปกติ แต่ว่า มันมีสวิตช์แปลกเพิ่มมา 2-3 อัน ติดเฉียงๆ อยู่ข้างล่าง กดเปิดกดปิดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตะโกนถามข้างบนก็ไม่มีไฟดวงไหนดับแคทกับบ๊อบบี้ก็บอกว่าไม่มี ช่างบอกว่าน่าจะมีใครเอามาแปะไว้เล่นพิเรนทร์
แต่ไม่มีใครถอดมันออก
คืนถัดมาไฟดับอีก คลาร์กลงไปข้างล่าง กดเปิดปิดยังไงก็ไม่ติด กำลังจะเดินขึ้น เขาเหลือบไปเห็นว่าผนังจุดนึงที่เขาเดินผ่านมีแสงลอดออกมาเป็นเส้นตรง (เหมือนช่องประตูที่เปิดอยู่) พอเดินเข้าไปใกล้ๆ กลับไม่เห็นอะไร
เอียงซ้ายเห็น เอียงขวาเห็น เดินตรงเข้าไปไม่เห็น
เขาจะเดินจากไปแล้วก็ได้ยินเสียง ไม่ใช่เสียงเคาะ เป็นเสียงตุ้บๆ เหมือนของหล่นคลาร์กตัดสินใจเอาหูไปแนบผนังเพื่อฟังเสียง
ทางเข้า!?
แล้วเขาก็ทะลุเข้าไปทั้งตัว ล้มลงไปกองอยู่อีกฝั่ง
(ฟีลชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ แต่ไม่ต้องวิ่งชน)
1
ภายใน Backroom
เขาลุกขึ้นมา พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีเหลืองหม่น ที่มองไปทางไหนก็ดูคล้ายกันไปหมด แต่ก็จะมีจุดที่สังเกตได้ว่าแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน
การสำรวจครั้งแรก :
คลาร์กตกใจ ลนลานรีบหาทางออกมาก่อน
แล้วพอรู้ว่ามันออกมายังร้านเขาได้แน่ เขาตัดสินใจเข้าไปข้างในใหม่ทันที
(ในใจตอนที่ดูคือ มึ*อยากรู้ขนาดไหนวะ เข้าไปดุ่มๆคนเดียวแบบไม่เตรียมตัว)
เขาเดินสำรวจ ทางเลี้ยวไปเรื่อยๆ มีทางตัน มีประตู มีช่องหน้าต่าง มีห้องที่มีเก้าอี้ตัวเดียว ห้องที่มีลูกบอล ห้องที่มีโซฟา จนได้ยินเสียงคนพูดคำว่า "สวัสดี" ในหลายๆ ภาษา Hello, Konnichiwa, รวมไปถึงภาษาไทย
สำรวจ
เดินไปถึงต้นเสียงเค้าพบเงาคนยืนอยู่นอกห้องห้องนึงที่มีแสงลอดออกมา พอเข้าไปใกล้ๆปรากฏว่าเป็น สแตนดี้กระดาษรูปมนุษย์ถ้ำ(?) ผมยาวกระเซิง หนวดเฟิ้ม นุ่งใบไม้ ช่วงขาติดลำโพงเอาไว้
คลาร์กเดินตามสายลำโพงเข้าไปในห้อง สายวิ่งเข้าผนัง และดึงต่อไม่ได้ ในห้องมีกล้องวงจรปิดติดอยู่กลางห้อง คลาร์กมองจ้องที่กล้องวงจรปิดที่ไม่รู้ที่มา
หันไปทางซ้ายของห้องเจอช่องเล็กๆ ขนาดพอคลานเข้าไปได้
เขาคลานเข้าไป (ความขี้สงสัย 100/10)
เค้าแอบหลอนในความว่างเปล่าของห้อง เขาเห็นอะไรบางอย่างแว็บๆ ความกลัวพุ่งเข้าหาคลาร์ก เขาคลานกลับทางเก่า เขาเริ่มวิ่งกลับทางเดิม วิ่งชนกำแพงที่เคยทะลุเข้ามา เค้าเริ่มลนลานแต่ก็คุมสติกลับมาได้ และเริ่มคลำไปตามจุดต่างๆของกำแพง
สุดท้ายเขาออกมาได้
***ในกองข้าวของที่เขาเจอระหว่างสำรวจ มีของของนาเรน วอร์น (ชายคนแรกในฟุตเทจเก่า ตอนต้นเรื่อง) อยู่ด้วย
***และตลอดเวลาโดยที่คลาร์กไม่รู้ นักวิทยาศาสตร์ชื่อ "ฟิล" ก็เฝ้าดูคลาร์กอยู่ผ่านกล้องวงจรปิดในห้องที่เค้าเจอมนุษย์ถ้ำ
คลาร์กในกล้องวงจรปิด
คุณหมอเคยส่งใครเข้าโรงพยาบาลจิตเวชไหมครับ
คลาร์ก
วันรุ่งขึ้นคลาร์กไปหาแมรี่ ยังไม่ทันเล่าอะไร เขาถามคำถามนี้ก่อน
เคยส่งไหมครับ ส่งด้วยเหตุผลอะไร เคสนั้นต้องหนักแค่ไหน???
แมรี่บอกว่าเคย แต่ต้องหนักจริงๆ และมีแค่สองสามคน
คลาร์กเลยบอกว่าถ้างั้นเขาจะเล่าเรื่องที่ไปเจอมา แต่คุณหมอต้องไม่เชื่อเขาแน่ๆ เพราะมันเหมือนกับ การอธิบายสุนัขให้คนที่ไม่เคยเห็นสุนัขฟัง
เขาเล่าว่าใต้โกดังของเขามีห้องขนาดใหญ่ที่เขาไม่เคยรู้ว่ามี เค้าเล่าลักษณะภายในที่เค้าได้เห็นมา และที่จริงเขากลับเข้าไปอีกหลายครั้งแล้ว เขาสำรวจมันมาตลอด และยังวาดแผนผังของมันขึ้นมา เอามากางให้หมอดู (ซึ่งขนาดใหญ่มาก)
แผนที่ Backroom
เขาบอกว่าเขา enjoy กับการสำรวจมันมาก และเขาไม่ได้บ้า
แมรี่ถามด้วยคำถามที่ฟังดูเหมือนไม่เชื่อที่ผู้ป่วยของเธอเล่าแม้จะเป็นคำถามทั่วไปอย่าง คุณเจอมานานหรือยัง เข้าไปยังไง มันเป็นพื้นที่ของคุณจริงเหรอ หรือคุณกำลังบุกรุกที่ของใครอยู่หรือเปล่า?
คลาร์กไม่พอใจกับคำถามที่พยายามหักล้างความจริงเรื่องสถานที่ใหม่ที่เค้าเจอเค้าตีความว่าหมอไม่เชื่อเขา และกล่าวอย่างหนักแน่นก่อนที่จะออกไปจากคลีนิคว่า
เดี๋ยวผมจะหาหลักฐานมาให้ดู
คลาร์ก
หาหลักฐาน :
คลาร์กไปหาบ็อบบี้กับแคท ขอยืมกล้องวิดีโอ และขอให้ไปเป็นเพื่อน วันนั้นเป็นวันหยุด ทั้งคู่ไม่อยากไป คลาร์กอ้างว่าจะจ่ายค่าจ้างให้เป็นสองเท่า
คลาร์ก แคท บ๊อบบี้
และเมื่อทั้งคู่ถาม คลาร์กก็ตอบแต่ว่าจะไปทำ "การวิจัย"
ทั้งหมดกลับมายังร้านเฟอร์นิเจอร์ พวกเขาพกน้ำ พกไฟฉาย พกเชือกนักสำรวจ (บ็อบบี้ถามว่าเอาเชือกไปทำไม) คลาร์กตอบเหมือนเดิม "ไปทำการวิจัย"
ทั้งสามคนลงไปยังชั้นใต้ดินของร้าน
คลาร์กแปะเทปกาวเป็นกรอบสี่เหลี่ยมบานเท่าประตูไว้บนผนังแล้ว ตรงจุดที่เข้าได้
คลาร์กเริ่มเข้าไปก่อนคนแรกด้วยความเคยชิน หนุ่ม-สาวอีก 2 คนตามเข้ามา
แคทแสดงอาการหวาดกลัวและไม่อยากทำกิจกรรมนี้ กลับกันบ็อบบี้ตื่นเต้นที่จะได้สำรวจดินแดนใหม่
คลาร์กบอกว่าเค้าได้สำรวจที่นี่มานานแล้วหลายพื้นที่ แต่มันมีที่นึงที่เขาไปไม่ถึง เพราะมันชัน ต้องโรยตัวลงไป และบ็อบบี้ตัวเล็กกว่าตัวเอง น่าจะเหมาะที่จะลงไปดู
หย่อน
พวกเขามัดเชือกกับโต๊ะ ผูกตัวบ็อบบี้ แล้วหย่อนเขาลงไป โดยไม่สนคำทัดทานของแคท ห้องข้างล่างเป็นห้องที่กองไปด้วยผ้า บ็อบบี้ขอเชือกเพิ่มอีกหน่อย เพราะยังมีพื้นที่ภายในห้องที่เขาไม่สามารถเดินไปถึง ข้างบนบอกว่าเชือกหมดแล้ว ต้องขึ้นมาแล้วล่ะ บ็อบบี้ปีนขึ้นมาเกือบถึง แคทคว้าแขนเขาไว้ได้แล้ว
แต่แล้วเชือกส่วนที่ยังห้อยอยู่ในรูก็ถูกดึง ดึงแรงจนโต๊ะที่มัดไว้ครูดตามมา แคทต้องปล่อยมือบ๊อบบี้และปล่อยให้เค้าตกลงไปเพราะไม่งั้นโต๊ะจะทับเธอคารูนั้น
ห้องด้านล่าง
ทั้งคลาร์กและแคทลงไปตาม ด้วยการสไลด์ตัวไปเปล่าๆ (ไม่มีเชือกแล้ว one-way ticket) สิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นสิ่งสุดท้าย คือบ็อบบี้ถูกลากเข้าไปในช่องแนวนอนในสุดของห้อง พร้อมเลือดที่ไหลเป็นทาง
คลาร์กกับแคทหาทางไปช่วยบ๊อบบี้ แล้วก็แยกกันโดยไม่ตั้งใจ คลาร์กถูกอะไรบางอย่างไล่ เลยตามแคทไปทางเดียวกันไม่ได้
คลาร์กวิ่ง!!!!!
คลาร์กวิ่งผ่านห้องแล้วห้องเล่า
ห้องเปล่าสีเหลือง
ห้องมีของวางแบบผิดปรกติ
(อย่างเก้าอี้จม โคมไฟห้อยจากผนังแทนที่จะเป็นฝ้า)
ห้องดิสโก้ที่มีลูกบอลกระจก
จนมาถึงห้องที่มีต้นคริสต์มาสในนั้นเขาเจอ สิ่งที่คล้ายคนนั่งอยู่บนวีลแชร์ ตัวเล็กกว่าคนปกติ ผิวดูเหมือนเนื้อแต่ก็เหมือนหุ่น (ใครที่เคยดู Saw จะนึกภาพออกทันที) ตัวมันดึงเชือกเปิดโคมไฟข้างๆ ได้เอง
ห้องถัดไปเขาเจอผู้หญิงผมแดงวิ่งเข้ามาใส่ สภาพเธอคือวิ่งแบบผิดมนุษย์ เหมือนขยับร่างกายได้ไม่ถนัด เขาหนีต่อจนไปถึงห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ ปูกระเบื้องสีน้ำเงินทั้งผนัง
เขาได้ยินเสียงแคทจากอีกฝั่งของกำแพง เค้าจึงวางกล้องไว้บนโต๊ะ เพื่อไปตามเสียงที่แคทอยู่ แคทเรียกชื่อเขา ถามว่าเห็นเธอไหม บอกว่ามีอะไรกำลังตามเธอมา
คลาร์กบอกว่าเขาไม่เห็นเธอ แคทบอกว่า "ฉันอยู่ตรงนี้"
(คนดูก็ไม่เห็นแคทเหมือนกัน)
จากมุมกล้องที่วางไว้ เราเห็นแต่คลาร์กที่กำลังหาแคทอยู่หน้ากำแพงขนาดใหญ่
จากนั้นกล้องวิดีโอที่คลาร์กวางไว้บนโต๊ะถูกยกขึ้นสูง โดยบางสิ่ง
กล้องเคลื่อนเข้าหาคลาร์ก แคทตะโกน "ระวังข้างหลัง"
ภาพซ่า ตัดไป
ตัดมาที่แมรี่ที่กำลังฝันร้ายถึงวัยเด็ก — แม่ของเธอไม่ให้เธอออกจากบ้าน ปิดหน้าต่างทุกบานด้วยกระดาษ เอาเก้าอี้กองขวางประตู (แม่ของเธอเป็นโรคกลัวที่โล่ง และท้ายที่สุดถูกส่งเข้าสถาบัน)
เธอตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์
ผมเจอหน้าต่างแล้ว
คลาร์กพูดผ่านโทรศัพท์
ปลายสายคือคลาร์ก บอกว่า "ผมเจอหน้าต่างแล้ว" และเขาอาจจะไม่กลับมาอีก
เพราะอะไรคลาร์กถึงพูดประโยคนี้?
เพราะแมรี่เขียนหนังสือ how-to พร้อมเทปประกอบ เสียงของเธอในเทปพูดเนิบๆ ให้คนออกไปสูดอากาศข้างนอก ให้ไปหาหน้าต่างของตัวเองให้เจอ
คลาร์กฟังเทปนั้นของแมรี่ในรถทุกวัน แล้ววันนี้เค้าบอกเธอว่าเขาหาเจอแล้ว
แมรี่เป็นห่วง เธอบุกไปที่ร้านเฟอร์นิเจอร์คนเดียว ตอนกลางวัน ไม่บอกใคร
ประตูม้วนยังไม่ถูกดึงลง แค่ดูปิดเฉยๆ เธอเปิดสามารถเปิดเข้าไปได้ง่ายๆ
ตรงบันไดลงชั้นใต้ดิน ไฟกะพริบ และป้ายเหนือบันไดเขียนไว้ว่า ข้างล่างยังมีอีก
ข้างล่างยังมีอีก
(ป้ายโฆษณาร้านทที่ตอนนี้ราวกับคำเชิญชวนไปสู่อีกโลกที่ไม่รู้จัก)
ข้างล่างเธอเจอกองอุปกรณ์ที่คลาร์กเซ็ตไว้เพื่ออัดวิดีโอ ไฟส่องไปที่จุดจุดนึงบนผนนัง ที่ถูกเทปสีน้ำเงินคาดไว้เหมือนบอกเธอว่านี่คือหน้าต่างที่คลาร์กบอก มือกำแผนที่ที่คลาร์กวาดมาให้
เธอเดินเข้าไป
เธอหลุดเข้ามาในห้องสีเหลืองหม่นตามคำบรรยายของผู้ป่วยของเธอ
แมรี่เดินตะโกนหาคลาร์กไปเรื่อยๆ จนไปเจอกำแพงบานหนึ่งที่ถูกวาดเต็มไปหมดด้วยสีเทียน ลายเส้นเหมือนเด็กวาด ภาพบนกำแพงคือ โจรสลัดขาเดียว
เธอได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก หันไป เห็นชุดของคลาร์กโผล่มาครึ่งตัวจากช่องมืดๆ
คลาร์กบอกว่าเขาโอเค ที่นี่ไม่มีพิษภัย
"ผมชอบที่นี่"
เขาเดินออกมาเต็มตัว เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
แมรี่ชวนให้ออกไปคุยกันข้างนอก ไปคุยกันใน session หน้า
จังหวะที่เธอหันหลังจะเดินออก คลาร์กรัดคอเธอจนสลบ
แต่ก่อนที่เธอกำลังจะสลบ ก็เหมือนกับว่ามีบางอย่างกับลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
แมรี่ตื่นขึ้นมาถูกมัดกับเก้าอี้ ในห้องที่มีเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะอยู่กลางห้อง คลาร์กนั่งอยู่ปลายโต๊ะอีกฝั่ง ฝั่งทางเข้า แต่ในห้องไม่ได้มีแค่สองคน
ผู้ชายอ้วนคนหนึ่ง นั่งอยู่ข้างโต๊ะ ทรงเป็นคน แต่ หน้าเขาซ้อนกันเป็นสองชั้นในแนวบนล่าง ตาซ้อนจมูก จมูกซ้อนปาก
ผู้หญิงผมแดง (คนที่วิ่งไล่คลาร์กก่อนหน้านี้) ยืนอยู่หัวมุมห้อง หน้าของเธอ ซ้อนกันในแนวซ้ายขวา แล้วยังมีชั้นกลางอีก
และ คนต วีลแชร์ ตัวนั้น นั่งอยู่ข้างหลัง
ทุกตัวขยับนิดๆ ตลอดเวลาขณะที่กล้องโฟกัสที่คลาร์กและแมรี่ เพราะเวลาถ่ายหน้าแมรี่ เราจะเห็นวีลแชร์อยู่ข้างหลังเธอ เวลาถ่ายหน้าคลาร์ก เราจะเห็นผู้หญิงหัวแดงอยู่ข้างหลังเขา
คลาร์กบอกว่าพวกเขาไม่ทำอันตราย
แล้วเขาก็ถามว่าจะดื่มน้ำไหม เดินไปเปิดตู้เย็น
ในตู้เย็นคือ หัวของแคท คลาร์กบอกแค่ว่าแคท "โวยวายไปหน่อย"
หนังไม่เฉลยตรงๆ ว่าใครฆ่าแคท แต่ ณ วินาทีนี้ แมรี่ (และคนดู) รู้แล้วว่าคลาร์กทำอะไรได้บ้าง
จากนั้นคลาร์กบอกว่า "พวกเขากินได้นะ" แล้วเอามีดผ่าท้องผู้ชายอ้วนออก ข้างในเป็นเนื้อสีขาวคล้ายแป้ง เขาแบ่งใส่จานตัวเอง แล้วใส่จานแมรี่
แล้วเขาเดินไปหาผู้หญิงหัวแดง ถลกหนังหัวเธอเอาผมสีแดงมาสวมให้แมรี่
"เรามา role play กันใหม่ แต่คราวนี้ผมอยากให้มันสมจริงกว่าเดิม"
คลาร์กนำผมสีแดงที่ถลกมาจากผู้หญิงหน้าซ้อนริมห้องมาสวมบนหัวแมรี่
คลาร์กเล่นบทเดิม
"ผมกลับมาบ้าน ผมทำแก้วแตก คุณลงมาจากข้างบน คุณโวยวายว่าทำไมผมเป็นแบบนี้ตลอด"
แมรี่รับบทเมีย และคราวนี้ เธอไม่ยอมให้คลาร์กพูดว่าเขาไม่ผิด เค้าโกหก และไม่ยอดรับความจริง
เธอบอกกับเขาตรงๆ ว่า ความผิดทั้งหมดคือตัวเขา คือคนที่ไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองทำ จนเรื่องมันบานปลายมาถึงตอนนี้ คือคนที่ล้มเหลวแล้วโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง
คลาร์กช็อก!
เพราะไม่เคยมีใครพูดสิ่งนี้กับเขามาก่อน เค้ากลับมาได้สติ แมรี่ใช้จังหวะนี้ขอให้เธอได้ช่วยเค้า แต่เค้าต้องปล่อยเธอให้เป็นอิสระจากเชือกที่มัดเธอกับเก้าอี้ก่อน
เขาเดินมาแก้เชือกให้เธอ
ยังไม่ทันได้แก้เชือกออกทั้ง 2 ข้าง ก็มีเสียงกุกกักจากทางเข้าห้อง
ผู้หญิงหัวแดง (ที่ถูกถลกหนังหัวไป เพื่อสวมให้แมรี่)วิ่งไปซุกมุมห้องด้วยความกลัวอีกฝั่งนึงด้วยความกลัว
สิ่งที่ก้มตัวเดินเข้ามาทางประตู คือ โจรสลัดยักษ์สูงราวสิบฟุต ขาเก้งก้างเหมือนหุ่นพิน็อกคิโอ ใส่หมวกโจรสลัด และหน้าตาเหมือนคลาร์ก
มันคือร่างที่ Backrooms ปั้นขึ้นมาจากภาพที่คลาร์กมองตัวเอง
ความโกรธ ความขมขื่น และตัวตลกในโฆษณาที่เขาเกลียด
คลาร์กพยายามพูดกับมันว่าแมรี่ไม่มีพิษภัย อย่าทำอะไรเธอ
มันยกเขาขึ้น แล้วกัดคอเขาเหลือไหลกระฉูดออกมาไม่หยุด
แมรี่ต้องนี้ เธอแก้มัดตัวเองและวิ่งผ่านโจรสลัดออกจากห้อง
เธอวิ่งผ่านห้องแล้วห้องเล่า
จนไปเจอห้องที่เปิดออกมาแล้วเป็นเหมือนหน้าผา
ข้างล่างเป็นตึกที่ลึกลงไปไม่รู้จบ มีแค่ขอบทางเดินแคบๆ ให้กระดึ๊บพิงผนังไป
และทางออกอยู่บนเพดาน (จินตนาการตามได้ค่อนข้างยาก แต่เป็นแบบนี้จริงๆ)
มีบันไดสั้นๆ ประมาณหกสิบเซนพอให้ก้าว
เธอต้องคลานขึ้น ซึ่งทำให้เคลื่อนตัวได้ช้ากว่าปรกติ (เนื่องจากข้างล่างสูงมาก)
กัปตันคลาร์กโผล่มาที่ประตู ยื่นมือออกมา เค้าไล่ตามเธอมาตามทางแคบ
เธอหมุนลูกบิดบนเพดานได้ทัน ปีนขึ้นไป หนีต่อ
จนในที่สุดเธอโผล่ขึ้นมาเจอ ชั้นใต้ดินของร้านเฟอร์นิเจอร์
แต่มันไม่เหมือนร้านที่เธอเข้ามา เหมือนแต่ไม่เหมือน
เธอขึ้นบันไดไปยังชั้น 1 ของร้าน หวังว่าจะได้ออกไปจากร้านบ้าๆนี่เสียที
ตรงกลางร้านมีถังแก๊สสิบกว่าถังวางล้อมเป็นวง มีเครื่องส่งวิทยุอยู่ตรงกลาง มีสแตนดี้มนุษย์ถ้ำหันหน้าเข้าหาถัง มีสายลำโพงเดินไปถึงมนุษย์ถ้ำแต่ละตัว
เหมือนพิธีกรรมอะไรสักอย่าง
เธอวิ่งไปที่ประตูทางออก เปิดกระจกออกไปแล้วชนกับประตูม้วนที่ปิดสนิท
นี่ไม่ใช่ทางออก นี่คือสำเนาของร้าน ข้างนอกของประตูม้วนที่ปิดอยู่คือผนังห้องสีเหลือง และเธอพบว่า นี่ก็คือห้องสีเหลืองอีกห้องนึงเท่านั้น
การหลบหนียังไม่จบ
โจรสลัดตามขึ้นมา วิ่งไล่กันจนถังแก๊สล้ม ควันฟุ้งเต็มไปหมด
โจรสลัดคลาร์ก
แมรี่สะดุดล้ม ถูกจับได้ กำลังจะโดนกัด
เธอล้วงเอา เศษปูนจากบ้านวัยเด็ก ออกมาทุบหน้ามันซ้ำๆ
หัวมันเลือดออก (มันไม่ใช่แป้ง)
ราวกับจะบอกว่าอาวุธเดียวที่ใช้ได้ในที่แห่งนี้ คือปมที่เธอกล้าหยิบมันขึ้นมาถือ
จากนั้นทีมคนใส่ชุดคลุมเหมือนชุด PPE เต็มยศก็บุกเข้ามา
มากันเธอออกจากโจรสลัด และหิ้วปีกแมรี่ออกไป
ทีมนักวิจัย
แมรี่ถูกรักษาตัว แล้วพาเดินผ่านห้องต่างๆ ในแล็บ
ห้องเก็บสแตนดี้มนุษย์ถ้ำ ห้องเก็บถังแก๊ส
และห้องที่กำลังรักษาแผลบนหัวของโจรสลัดที่เธอทุบ
(ทุกคนที่นี่หน้าปกติ ไม่มีใครหน้าซ้อน น่าจะเป็นมนุษย์จริงๆ)
เธอถูกพาเข้าห้องสอบสวน เจอกับ ฟิล (มาร์ก ดูพลาสส์)
แมรี่ถามก่อนว่านี่ทำอะไรกันอยู่ และเธอจะได้ออกไปไหม
ฟิลตอบว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขา
แล้วเขาก็เล่าว่า Async เคยเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่อง MRI มาก่อน จนกระทั่งพวกเขาบังเอิญเจอที่แห่งนี้ แล้วเลิกทำ MRI มาศึกษามันแทน
ฟิลบอกว่าที่นี่ทำงานเหมือน ห้องสะท้อนเสียงของความทรงจำ — นั่นคือเหตุผลที่เราเห็นสถานที่และผู้คนจากโลกจริงในเวอร์ชันที่บิดเบี้ยว เพราะมันเป็นสำเนาที่จำมาไม่ครบ
ทุกครั้งที่มัน "จำ" ที่ไหนได้ มันก็ผิดเพี้ยนลงไปอีกนิด
ปลายทางของความผิดเพี้ยนคือห้องที่ว่างเปล่า
ห้องที่ผิดเพี้ยน
เขายังบอกด้วยว่าตอนนี้มีประตูโผล่ขึ้นทั่วไปหมด และพวกเขาไม่รู้ว่าทำไม
แมรี่ฟังไปเรื่อยๆ เสียงของฟิลค่อยๆ fade ออกไป
เธอยิ้ม
ตัดไปที่สถานที่ต่างๆ ใน Backrooms ที่แต่ละที่คือเงาสะท้อนของสถานที่ในชีวิตแมรี่เช่นกัน บ้านวัยเด็ก ชั้นวางหนังสือที่ขายหนังสือของเธอ
และที่สุดท้ายในห้องแสงหม่นสีเหลือง
นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ในท่าเดิม คือ แมรี่ที่หน้าซ้อนกันหลายชั้น
จบบบบบ,
ความรู้สึกหลังดู +++
ประโยคที่คลาร์กพูดกับหมอตั้งแต่กลางเรื่อง "มันเหมือนอธิบายสุนัขให้คนที่ไม่เคยเห็นสุนัขฟัง" คือประโยคที่หนังพูดกับคนดูด้วย และตอนเขียนสรุปนี่ก็รู้สึกแบบนั้น
เพราะถ้าไม่วาดรูปให้ดู ก็อธิบายไม่ได้ว่า "หน้าซ้อนบนล่าง" กับ "หน้าซ้อนซ้ายขวาแล้วมีชั้นกลางอีก" มันเป็นลักษณะยังไง มันเหมือนกับงานปริ้นที่ติดขัด ภาพออกมาซ้อนทับกันแบบไม่ได้ตั้งใจ
สิ่งที่หนังทำได้ดีที่สุดคืออึดอัด ไม่ใช่ผี ไม่ใช่ jump scare แต่คือความรู้สึกว่าอย่าเข้าไปตรงนั้น อย่าเลี้ยวมุมนั้น ขอร้องล่ะ กลับเถอะ แล้วตัวละครก็เดินเข้าไปทุกครั้ง
เพราะพอเข้าไปในพื้นที่แบบนี้แล้ว ความอยากรู้อยากเห็นมันชนะความกลัวเสมอ
ตัวหนังท้าทายในหลายทาง A24 เก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว เหมือนที่ Midsommar เล่นกับโจทย์ว่า "ถ้าเรื่องไม่ได้เกิดตอนกลางคืน มันจะหลอนได้ไหม" เรื่องนี้ก็เล่นกับโจทย์ว่า "ถ้าเราเจอห้องที่คล้ายๆกันไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง"
ข้อติของเราคือตรรกะตัวละคร ถ้าเป็นเราคงไม่บุกเดี่ยว คงชวนเพื่อนไปด้วย และคงไม่กลับเข้าไปเป็นสิบรอบ (แต่ก็นะ คลาร์กเขาไม่ปกติอยู่แล้ว เขาถึงต้องไปหาหมอไง)
เคยดูเรื่องที่งงกว่านี้มาเยอะแล้ว เรื่องนี้ยังถือว่าใจดีกับคนดูอยู่มาก
7.5/10 จาก BFYG : ดูได้เพลินๆดำดิ่งไปกับพื้นที่ต้องสงสัย
เกร็ดอื่นๆที่รู้หรือไม่รู้ก็ได้
1. ผู้ชายในฟุตเทจเปิดเรื่อง คนที่เราไม่เห็นหน้า มีชื่อ เขาคือ นาเรน วอร์น นักสำรวจของ Async ที่พลัดหลงจากทีม (รับบทโดย เอวาน โจเกีย) และของที่คลาร์กเจอในทริปแรกก็คือของเขา
2. โจรสลัดยักษ์ ในเครดิตมันชื่อ Pirate Clark รับบทโดย โรเบิร์ต โบโบรซกี้ นักบาสเก่าที่สูงกว่า 2.3 เมตร มันคือ Still Life ที่ Backrooms ปั้นขึ้นจากตัวคลาร์กเอง ในชุดที่คลาร์กเกลียดที่สุด
3. มนุษย์หน้าซ้อนมีชื่อเรียก ในจักรวาลของ Kane Pixels เรียกว่า Still Lifes คือความพยายามของ Backrooms ในการทำสำเนามนุษย์ (ที่ทำได้ไม่สมบูรณ์)
4. บ็อบบี้กับแคทน่าจะตายทั้งคู่ หนังไม่เฉลยตรงๆ ว่าคลาร์กลงมือเองหรือเปล่า
5. ร้านของคลาร์กชื่อ Cap'n Clark's Ottoman Empire มุกคือ ottoman แปลว่าสตูลวางเท้า และแปลว่าจักรวรรดิออตโตมัน *สถาปนิกที่ล้มเหลวจนต้องมาเล่นมุกจักรวรรดิเฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างในหนังเรื่องนี้คือคำเยาะเย้ยตัวเอง
6. สโลแกนบนโปสเตอร์คือ "Everything Must Go" ป้ายลดราคาล้างสต็อก ที่แปลได้อีกทางว่า ทุกอย่างต้องหายไป
7. เซ็ตเป็นของจริง ทีมงานสร้าง Backrooms ขนาดกว่า 30,000 ตารางฟุตขึ้นมาจริงๆ บนสตูดิโอ 4 สเตจที่แวนคูเวอร์ พาร์สันส์ออกแบบทุกอย่างใน Blender ก่อน (ไฟล์เลย์เอาต์ที่เขาส่งให้โปรดักชั่นดีไซเนอร์ทำคอมพิวเตอร์แครช) และทีมทดสอบเฉดสีเหลืองของวอลเปเปอร์ไปกว่า 50 เฉด กว่าจะได้เฉดที่คนอินเทอร์เน็ตจำได้
พาร์สันส์เล่าว่าเซ็ตใหญ่จนทีมงานหลงจริงๆ
8. เขายืนกรานว่า Backrooms ไม่ใช่ความฝัน พาร์สันส์บอกว่าเขาพยายามเลี่ยงแนวคิดที่ว่าหันหลังกลับแล้วห้องจะเปลี่ยน *ถ้าคุณเดินกลับทางเดิม คุณจะได้ทางเดิม แต่มันแค่ยาวไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จนสุดท้ายคุณต้องเลิกพยายามจดจำแผนที่มันไปเอง (แผนที่ที่คลาร์กวาดขึ้นมาถูกต้อง แต่มันไม่มีวันเสร็จ)
(นี่แหละคือเหตุผลที่แผนที่ที่คลาร์กวาดอย่างตั้งใจ ไม่ได้ถูกใช้เลยสักครั้ง)
ทีมนักแสดงและผู้กำกับ
9. แรงบันดาลใจของหนัง คือเกม Portal, ซีรีส์ Mr. Robot, หนัง Punishment Park (1971) และ One Hour Photo (2002) รวมถึงอนิเมะ Paranoia Agent
10. ตอนนี้มีฉบับยาวแล้ว วันที่ 3 กรกฎาคม 2026 หนังกลับเข้าโรงในชื่อ Backrooms: Everything Must Go Edition เพิ่มฟุตเทจหลังเครดิตอีกราว 15-16 นาที เป็นเรื่องของทีม Async ที่ลงไปสำรวจในวันที่ 18 มิถุนายน 1990
พาร์สันส์บอกว่ามันไม่ใช่เบื้องหลัง ไม่ใช่การตัดต่อใหม่ แต่คือฟุตเทจที่เขาทำ CGI เองทั้งหมดบนแล็ปท็อปของตัวเอง ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์
เหมือนตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดเป๊ะ
ปิดท้าย
ทุน 10 ล้าน รายได้ทั่วโลก 349.7 ล้าน (ณ 7 ก.ค. 2026) หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของ A24 และพาร์สันส์กลายเป็นผู้กำกับอายุน้อยที่สุดที่มีหนังขึ้นอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา แซงสถิติเดิมของ จอช แทรงก์ ที่ทำไว้ตอนอายุ 27 กับ Chronicle เมื่อปี 2012
1
จากเด็กที่นั่งปั้นห้องเหลืองใน Blender ในห้องนอนตัวเอง
สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดใน Backrooms ไม่ใช่สิ่งที่ซุ่มอยู่ตามมุม
มันคือเวอร์ชันของตัวเราที่โลกจำมาไม่ครบ แล้วปั้นขึ้นใหม่จากส่วนที่แย่ที่สุด
คลาร์กเจอมันเข้าเพราะจิตใจที่เริ่มบิดเบี้ยว
ส่วนแมรี่รอดออกมาได้ เพราะเธอกล้าถือปมของตัวเองไว้ในกำมือ
แต่ในทางเดินสีเหลืองสักเส้นหนึ่ง ก็ยังมีเธออีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น
ต้องขอบคุณผู้อ่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
พบกับ Backroom ในโรงภาพยนตร์แถวบ้านท่านแต่รีบหน่อย เหลือรอบน้อยแล้ว
Before You Go
12.07.2026
ตัวอย่าง Backrooms >>>>>
ปิดท้าย
ทุน 10 ล้าน รายได้ทั่วโลก 349.7 ล้าน (ณ 7 ก.ค. 2026) หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของ A24 และพาร์สันส์กลายเป็นผู้กำกับอายุน้อยที่สุดที่มีหนังขึ้นอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา แซงสถิติเดิมของ จอช แทรงก์ ที่ทำไว้ตอนอายุ 27 กับ Chronicle เมื่อปี 2012
จากเด็กที่นั่งปั้นห้องเหลืองใน Blender ในห้องนอนตัวเอง
สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดใน Backrooms ไม่ใช่สิ่งที่ซุ่มอยู่ตามมุม
มันคือเวอร์ชันของตัวเราที่โลกจำมาไม่ครบ แล้วปั้นขึ้นใหม่จากส่วนที่แย่ที่สุด
คลาร์กเจอมันเข้าเพราะจิตใจที่เริ่มบิดเบี้ยว
ส่วนแมรี่รอดออกมาได้ เพราะเธอกล้าสู้กับมันด้วยปมของตัวเอง
แต่ในทางเดินสีเหลืองสักเส้นหนึ่ง ก็ยังมีเธออีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น
ต้องขอบคุณผู้อ่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
พบกับ Backroom ในโรงภาพยนตร์แถวบ้านท่านแต่รีบหน่อย เหลือรอบน้อยแล้ว
Before You Go
12.07.2026
โฆษณา