Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Number 10
•
ติดตาม
12 ก.ค. เวลา 03:55 • กีฬา
จ้าวลูกหนังฟุตบอลโลกคนถัดไป? ถอดรหัสสถิติและเส้นทางการเป็นยอดดาวยิงของ "คีลิยัน เอ็มปัปเป้"
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappé) คือหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดในยุคโมเดิร์น ด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นลูกผสมระหว่าง ปีกกึ่งกองหน้า (Inside Forward) และกองหน้าตัวจบสกอร์ เขามีความสามารถขับเคลื่อนเกมรุกด้วยความเร็วระดับปีศาจและการจบสกอร์ที่รุนแรงและเฉียบคม
เอ็มบัปเป้ไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิม (Target Man) แต่เขาชอบที่จะขยับไปยืนบริเวณกราบซ้าย เพื่อดึงตัวประกบ ก่อนจะใช้ความเร็วตัดเข้าใน (Cut Inside) หาพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษเพื่อยิงประตูด้วยเท้าขวาที่ถนัด เขามีจังหวะการเล่นที่น่ากลัวคือ "การผ่อนและเร่งความเร็ว" โดยจะคลึงบอลช้าลงจนคู่แข่งหยุดนิ่ง จากนั้นจึงสปีดฉีกตัวประกบหนีไปดื้อ ๆ หรือวิ่งช้า ๆ และออกตัวฉีกกองหลังอย่างรวดเร็วเพื่อรับบอล
โดยความเร็วสูงสุดของเอ็มบัปเป้เคยถูกบันทึกไว้สูงถึง 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ "ความเร็วในระยะ 20 เมตรแรก" ที่เขาใช้เวลาเพียง 2.7 - 2.9 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับนักวิ่งระยะสั้นระดับโอลิมปิก ด้วยความเร็วระดับนี้ทำให้รูปแบบการทำประตูของเขาที่มาจากการโต้กลับเร็วคิดเป็นประมาณ 35%-40% จากประตูทั้งหมดที่เขาทำได้
นอกจากความเร็วแล้ว เอ็มปัปเป้ยังมีทักษะฟุตบอลที่ดีเยี่ยมสัมผัสบอลแรกที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้จังหวะต่อไปเขาสามารถยิงประตูได้เลย เขามีสถิติการใช้จังหวะแต่งบอลก่อนยิงประตูที่สั้นและกระชับมากเพียง 2-3 จังหวะเท่านั้น
รูปแบบมาตรฐานในจังหวะที่เขาได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย หรือหลุดเดี่ยวจากการโต้กลับเร็ว แล้วนำมาซึ่งประตูที่เราเห็นบ่อย ๆ คือ
จังหวะที่ 1 : สัมผัสบอลแรกเพื่อแต่งเข้าเท้าขวา พร้อมจัดระเบียบร่างกาย (Body Shape) ไปในตัว
จังหวะที่ 2 : ง้างเท้ายิงทันที (Finesse หรือ Power Shot) เป็นการเล่นที่เร็วเกินกว่าที่ผู้รักษาประตูจะขยับออกมาปิดมุมทัน
นอกจากใช้จังหวะน้อยในการทำประตูแล้ว ลูกยิงของเขายังถือเป็นลูกยิงที่ทรงพลังอันดับต้น ๆ ของโลกฟุตบอล ลูกยิงของเขานั้นมีความเร็วเฉลี่ย 110 ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สถิติล่าสุดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่บันทึกไว้ที่ 119 km/h) ซึ่งหากมองจากการยิงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษแล้ว คงเป็นการยากมากที่ผู้รักษาประตูจะตอบสนองขนาดนี้ในระยะใกล้ขนาดนั้นได้ทัน
สไตล์การทำประตูที่เป็น "เครื่องหมายการค้า" ของเอ็มบัปเป้ ตือรับบอลบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย ดึงจังหวะหลอกล่อให้กองหลังเปิดช่องเล็กน้อย แล้วใช้การยิงหักข้อเล่นทาง (Finesse Shot) ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรก หรือปั่นโค้งไปทางเสาไกลชนิดที่ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์เซฟ สถิติชี้ว่ากว่า 90% ของประตูที่เขาทำได้เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษ และมาก็กว่า 60% เกิดขึ้นที่บริเวณกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย
นอกจากความสามารถในการเป็นกองหน้าที่ยอดเยี่ยมแล้วอีกปัจจัยที่ทำให้เอ็มบัปเป้สามารถทำประตูได้มากมายในแต่ละฤดูกาลก็คือการดูแลสภาพร่างกาย ก็แทบไม่เคยเจอกันบาดเจ็บหนักจนต้องพักนาน ๆ เลย
เนื่องจากเอ็มบัปเป้เป็นนักเตะสายสปีดที่ต้องใช้กล้ามเนื้อระเบิดพลังงาน (Explosive Burst) อย่างหนักหน่วง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาดเล็ก ๆ (Micro-tears) และเกิดกรดแลกติกสะสมสูง หลังจบการซ้อมหรือการแข่งขัน เขาจะเข้าอุโมงค์แช่แข็ง Cryotherapy ที่อุณหภูมิติดลบต่ำกว่า -110 ถึง -160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-3 นาที ความเย็นจัดจะช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และย่นระยะเวลาการฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมสำหรับเกมถัดไปได้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
อีกหนึ่งการบำบัดที่เอ็มปัปเป้ชื่นชอบคือ การบำบัดด้วยน้ำทะเล (Thalassotherapy) โดยใช้น้ำทะเลและสาหร่ายทะเลธรรมชาติในอุณหภูมิที่ควบคุม มาบำบัดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย แร่ธาตุในน้ำทะเล (เช่น แมกนีเซียม, แคลเซียม และโพแทสเซียม) จะซึมเข้าสู่ผิวหนัง ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ขับสารพิษ และช่วยให้ระบบหมุนเวียนน้ำเหลืองทำงานได้ดียิ่งขึ้น
เอ็มบัปเป้ทำงานร่วมกับนักโภชนาการส่วนตัวอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมมวลไขมันในร่างกาย (Body Fat) ให้ต่ำและรักษาความคล่องตัวเอาไว้ โดยเน้นทานอาหารสไตล์ "เมดิเตอร์เรเนียนดีทอกซ์" ที่อุดมไปด้วยข้าวกล้อง, ควินัว, พาสต้าโฮลวีต, อกไก่, ปลาแซลมอน และน้ำมันมะกอก และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง, แป้งขัดขาว, และอาหารแปรรูปทุกชนิด เพราะสารอาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดการอักเสบในเซลล์กล้ามเนื้อและทำให้ความเร็วต้นตกลง
เอ็มปัปเป้จัดตารางการออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อแกนกลางและความยืดหยุ่น เขาไม่ได้ยกน้ำหนักเพื่อเน้นให้กล้ามเนื้อโตแบบเพาะกาย แต่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core) เพื่อให้สามารถทรงตัวและหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางกะทันหันขณะวิ่งด้วยสปีด 38 กม./ชม. โดยไม่ล้มหรือเสียหลัก และยังทำโยคะและพิลาทิสควบคู่ไปกับการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และกล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstring) ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากที่สุดของนักวิ่งสายสปีด
เอ็มปัปเป้ต้องนอนให้ครบ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่ ในห้องนอนจะมีการควบคุมอุณหภูมิ ความมืดสนิท และงดการใช้หน้าจอแสงสีฟ้าก่อนนอน เพื่อคุณภาพการหลับลึก (Deep Sleep) ที่สมบูรณ์แบบ
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ สถาปนาตัวเองเป็นกองหน้าเวิลด์คลาสด้วยจำนวนประตูที่ทำได้มากกว่า 400 ลูก และยังคงจะเพิ่มมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากแค่เพียงพรสวรรค์ หากแต่ประกอบด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก ระเบียบฯวินัยในการดูแล ฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง ทำให้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของเรอัล มาดริด และทีมชาติฝรั่งเศสที่พร้อมคว้าบัลลงดอร์ในอนาคตอันใกล้
ฟุตบอล
พัฒนาตัวเอง
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย