14 ก.ค. เวลา 07:57 • ความคิดเห็น
ที่เงียบเงา
อาจไม่ใช่“ดาวเหนือดามุส”คำถามนี้ช่างน่าสนใจมากเพราะ
ไม่มีใคร“ทำนายอนาคต”ได้จริง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการคาดการณ์จากแนวโน้มของข้อมูลเพื่อนำมา
รองรับ(Trend Forecasting)
โดยอาศัยข้อมูลด้านประชากร เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และประวัติศาสตร์เมื่อแนวโน้มหลายเส้นมาบรรจบกันความเป็นไปได้บางอย่างจะสูงกว่ามาก
ปะต้าขอยาดสวมบทบาทเป็น
นักพยากรณ์อนาคตสิ่งที่จะไม่
ดูคือ “ข่าววันนี้”แต่จะดู“แรงขับเคลื่อนที่เปลี่ยนโลกอย่างช้าๆ”
เพราะสิ่งเหล่านี้มักกำหนดโลก
ในอีกหลายสิบปีข้างหน้าอีกประมาณ 20 ปี โลกจะไม่ได้เปลี่ยนเพราะAIเพียงอย่างเดียว
แต่จะเปลี่ยนเพราะAIจะหลอม
รวมกับหุ่นยนต์พลังงานและชีววิทยาจนเกิดเป็นระบบใหม่ทั้งหมด
งานที่มนุษย์ทำเพราะ“ต้องทำ”
จะหายไปจำนวนมากไม่ใช่
เฉพาะแรงงานใช้กำลังแต่ว่า
รวมถึงนักวิเคราะห์ นักบัญชี โปรแกรมเมอร์ทนายระดับต้น
นักแปลนักออกแบบผู้จัดการ
ระดับกลาง
เพราะAIจะไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วย
แต่มันจะเป็น“เพื่อนร่วมงาน”
ที่ทำงานได้ตลอดเวลาราคาถูก และพัฒนาเร็วกว่าเดิม
คำถามสำคัญนั้นจึงไม่ใช่ว่า“AI
จะมาแทนคนไหม”แต่คือ“คนที่
ใช้AIจะมาแทนคนที่ไม่ใช้ AI”
การแข่งขันระหว่างคนกับAIจะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่าง “คนที่ใช้AIเก่ง” กับ “คนที่ใช้ AI ไม่เป็น”
ในเวลาเดียวกันโลกจะก้าวเข้าสู่
สังคมผู้สูงอายุแทบทุกประเทศ อัตราเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชากรในวัยแรงงานหดตัว ความต้องการแรงงานด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและบริการ
ส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น
ขณะที่หลายประเทศจำต้องพึ่งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้นเพื่อชดเชยแรงงานที่ขาดหายไป
สภาพภูมิอากาศจะไม่ใช่เรื่อง
ของอนาคตต่อไปแต่เป็นต้นทุนของชีวิตประจำวันเมืองชายฝั่งบางแห่งต้องลงทุนมหาศาลเพื่อป้องกันน้ำทะเล
พื้นที่เกษตรบางส่วนเปลี่ยนชนิดพืชน้ำจืดจะกลายเป็นทรัพยากร
ที่มีคุณค่ามากขึ้นความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานจะเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ของทุกประเทศ
อันนี้***ดอกจันพันดอก***เลย
ปะต้าว่าในอีกประมาณ 100 ปี โลกอาจไม่มี“ประเทศมหาอำนาจ” ในความหมายเดิมอีกต่อไปแล้ว
อำนาจอาจกระจายไปอยู่กับ
บริษัทเทคโนโลยีเครือข่ายAI
และองค์กรข้ามชาติที่มีทรัพยากรด้านข้อมูลและพลังประมวลผลมากกว่ารัฐบางแห่งอยากให้
สำเหนียกคำว่า“DATA Center”
ไว้ให้มั่นเจอแน่เร็วนี้เป็นรูปธรรม
ไม่ใช่พูดไปแต่ไม่รู้ความหมาย
มหัตภัยที่กำลังมา
ที่พูดมานี่ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะประวัติศาสตร์เคยมีบริษัทอย่างบริษัทอินเดียตะวันออกที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมหาศาล
เพียงแต่ในศตวรรษหน้าสิ่งที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่เครื่องเทศหรือทองคำแต่คือข้อมูล พลังงานและความสามารถในการสร้างปัญญา
มนุษย์จะมีอายุยืนขึ้นจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ยีนบำบัด และการแพทย์เฉพาะบุคคลแต่ปัญหาใหม่จะเกิดขึ้นคือ
“ความเหลื่อมล้ำของอายุขัย”
คนที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ดีอาจมีคุณภาพชีวิตต่างจากคนที่เข้าไม่ถึงอย่างมากมาย
การศึกษาแบบเรียนครั้งเดียว
แล้วใช้ทั้งชีวิตจะสิ้นสุดลงความรู้ความสามารถจะหมดอายุเร็วมาก คนจะต้องเรียนรู้และปรับตัวตลอดชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจมากๆคือยิ่งโลกเต็มไปด้วยAIมากเท่าไรสิ่งถูกเรียกว่า“มนุษย์”จะยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น
ความไว้วางใจความซื่อสัตย์
ความคิดสร้างสรรค์การเป็นผู้นำการตัดสินใจในสถานการณ์ที่
คลุมเคลือและความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ จะเป็นทักษะที่ยากต่อการเลียนแบบ
หากถามว่า“คนในยุคนั้นควรคิดอย่างไร”
ปะต้าพยากรณ์ว่าคนที่อยู่รอด
จะไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดแต่คือ
คนที่ปรับตัวได้ดีที่สุด
ประวัติศาสตร์ของโลกสนับสนุนแนวคิดนี้มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติเกษตรกรรมการปฏิวัติอุตสาหกรรมหรือการเข้าสู่ยุคดิจิทัลผู้ที่ยึดติดกับวิธีเดิมมักเสียเปรียบผู้ที่เรียนรู้วิธีใหม่
อีกแนวคิดหนึ่งคืออย่ายึดตัวเองกับ“อาชีพ”แต่ให้ยึดไว้กับ“ความสามารถ”
อาชีพเปลี่ยนได้ทักษะการคิด วิเคราะห์ สื่อสาร เจรจา สร้างคุณค่า และเรียนรู้สิ่งใหม่จะติด
ตัวไปทุกยุค
อาจมีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ“สุขภาพจิต”เมื่อAI ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้นคนจำนวนไม่น้อยจะเผชิญคำถามว่า
“เรามีคุณค่าเพราะอะไร”
ในอดีตตัวตนของคนจำนวนมากผูกกับอาชีพแต่ในอนาคตคุณค่าอาจต้องผูกกับความสัมพันธ์การสร้างสรรค์การดูแลผู้อื่นและเป้าหมายของชีวิตมากกว่าตำแหน่งงาน
ปะต้าสรุปการคาดการณ์ทั้งหมดไว้ในประโยคเดียว
ศตวรรษข้างหน้าอาจไม่ใช่ยุคที่ “มนุษย์แพ้AI” แต่เป็นยุคที่ “มนุษย์ต้องนิยามใหม่ว่าการ
เป็นมนุษย์หมายถึงอะไร”
และถ้าถามว่าสิ่งใดที่ปะต้ามั่นใจที่สุดจากหลักฐานในปัจจุบันไม่ใช่ว่าAIจะฉลาดแค่ไหนหรือประเทศใดจะเป็นมหาอำนาจ
แต่คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงจะเร็วขึ้นเรื่อยๆนั่นที่หมายความว่า ความสามารถที่มีค่าที่สุดในอีก 20 ปีและอาจรวมถึงอีก 100 ปี
ไม่ใช่การรู้คำตอบจำนวนมาก
แต่เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ยอมรับความไม่แน่นอนและปรับตัวได้
เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของ
โลกทั้งโลกเอง
จริงๆกะบะได้สนใจดอก
“ปัจจุบันขณะหายใจไว้
ทำให้ดีที่สุดรู้เท่าทันแค่นั้น”
อย่ารอถ้ารักเค้าก่ะบอกรัก
ใครคนนั้นเค้าไว้ก่อนล่ะ
อาบแดดฟินกว่าเยอะ!
ฟินๆเย็นคายเย็นมัน
ไปล่ะ!
โฆษณา